542.jpg
ส้มขึงขังเพราะอุดมการณ์ หรือบ้านใกล้แตก? ปราชญ์ สามสี ชำแหละเกม ระบอบสีน้ำเงิน ขี่กระแสอุ้มฐานฮาร์ดคอร์

ส้มขึงขังเพราะอุดมการณ์ หรือบ้านใกล้แตก? ปราชญ์ สามสี ชำแหละเกม ระบอบสีน้ำเงิน ขี่กระแสอุ้มฐานฮาร์ดคอร์

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.23 น.

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์สามสี" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ส้มขึงขัง เพราะอุดมการณ์ หรือเพราะบ้านใกล้แตก เกม “ระบอบสีน้ำเงิน” กับการประคองฐานฮาร์ดคอร์ วิเคราะห์โดย ปราชญ์ สามสี

การที่พรรคประชาชนกลับมาเปิดเกมแรง พูดเรื่อง “ระบอบสีน้ำเงิน” และพยายามขึงขังในโหมดซ้ายอีกครั้ง อาจไม่ได้เกิดจากการค้นพบอุดมการณ์ใหม่ แต่เกิดขึ้นในจังหวะที่พรรคกำลังเผชิญแรงกดดันจากฐานเดิมของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะฐานฮาร์ดคอร์ที่เคยเชื่อว่า พรรคสีส้มจะเป็นหัวหอกชนโครงสร้างอำนาจอย่างไม่ถอย


ปัญหาของพรรคส้มในวันนี้ คือการติดอยู่ระหว่างสองแรงดึง ด้านหนึ่งคือความเป็นพรรคการเมืองในระบบ ที่ต้องระวังคดี ระวังยุบพรรค ระวังคะแนนคนกลาง และระวังต้นทุนทางกฎหมาย แต่อีกด้านหนึ่งคือฐานฮาร์ดคอร์ที่ยังต้องการเห็นพรรคเดินหน้าแตะประเด็นเดิมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน มาตรา 112 รัฐธรรมนูญ 2560 องค์กรอิสระ และโครงสร้างอำนาจที่พวกเขาเชื่อว่าต้องเปลี่ยนแปลง

นี่จึงทำให้พรรคส้มต้องเล่นเกมสองชั้น ชั้นแรก ต้องแสดงออกให้แรงพอเพื่อส่งสัญญาณกลับไปยังฐานเดิมว่า “พรรคยังไม่ถอย” แต่ชั้นที่สอง ต้องไม่แรงจนพาตัวเองเข้าสู่ความเสี่ยงทางกฎหมายหรือทำให้เสียคะแนนจากคนกลาง พรรคจึงเลือกใช้คำกว้าง ๆ อย่าง “ระบอบสีน้ำเงิน” แทนการเดินชนประเด็นอ่อนไหวแบบตรง ๆ

บาดแผลสำคัญที่ทำให้พรรคถูกตั้งคำถาม คืออดีตทางการเมืองของตัวเอง โดยเฉพาะภาพการเคยโหวตหนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำให้ฐานเดิมบางส่วนมองว่า พรรคที่เคยประกาศสู้กับอำนาจเก่า กลับเคยมีส่วนเปิดทางให้ฝ่ายที่วันนี้ถูกอธิบายว่าเป็นแกนของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ขึ้นสู่อำนาจ คำถามจึงไม่ใช่แค่พรรคส้มสู้จริงหรือไม่ แต่คือพรรคจะอธิบายอดีตของตัวเองอย่างไรให้ฐานเดิมยอมรับได้

แรงกดดันนี้ยิ่งชัดขึ้น เมื่อปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาเตือนพรรคประชาชนว่าอย่าลืม “เหตุแห่งกำเนิด” และอย่ากลายเป็นเพียงพรรคเลือกตั้งที่แฉรายวันเพื่อให้มีแสงส่อง คำเตือนนี้สะท้อนว่าภายในเครือข่ายเดิมเองก็เริ่มมีคำถามว่า พรรคส้มกำลังอ่อนลง เบาลง หรือห่างจากธงตั้งต้นไปแล้วหรือไม่

ขณะเดียวกัน พรรคยังเจอแรงเสียดทานจากประเด็นหลังบ้าน ทั้งเรื่องเครือข่ายสื่อสาร กลุ่มผลิตคอนเทนต์ การจัดการกระแสออนไลน์ และเสียงวิจารณ์จากคนในเครือข่ายเดิม ภาพพรรคที่เคยยืนบนแท่นความโปร่งใสและตรวจสอบคนอื่น จึงเริ่มถูกย้อนถามว่า หลังบ้านของตัวเองเปิดให้สังคมตรวจสอบได้มากเพียงใด

ดังนั้น การเปิดเกม “ระบอบสีน้ำเงิน” จึงไม่ใช่แค่การโจมตีรัฐบาลหรือภูมิใจไทย แต่เป็นการสร้างฉากรบใหม่เพื่อดึงฐานฮาร์ดคอร์กลับมาอยู่ใต้ธงเดียวกันอีกครั้ง พรรคต้องทำให้ฐานเดิมรู้สึกว่า พรรคยังมีสนามต่อสู้ ยังมีศัตรูทางการเมือง และยังมีเป้าหมายใหญ่ ไม่ใช่กลายเป็นพรรคเลือกตั้งธรรมดาที่ปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดในระบบเท่านั้น

ในเกมนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงถูกยกขึ้นมาเป็น “ความฝันใหม่” ของฐานมวลชน เป็นประตูบานแรกของการออกจาก “ระบอบสีน้ำเงิน” และเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อประสานรอยร้าวภายในบ้านส้ม พรรคใช้ธงแก้รัฐธรรมนูญเพื่อบอกฐานฮาร์ดคอร์ว่า “เรายังไม่ถอย” และบอกคนกลางว่า “เรายังมีเป้าหมายเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ปะทะรายวัน”

แต่โจทย์ใหญ่คือ พรรคส้มกำลังกลับซ้ายเพราะมั่นใจในอุดมการณ์จริง หรือกลับซ้ายเพราะถูกฐานฮาร์ดคอร์ไล่ให้กลับไปยืนตำแหน่งเดิม พรรคต้องขึงขังพอให้ฐานเดิมเชื่อ แต่ก็ต้องระวังพอไม่ให้เสียพื้นที่ทางกฎหมายและการเลือกตั้ง นี่คือความย้อนแย้งสำคัญของพรรคส้มในเวลานี้

บทสรุปคือ พรรคประชาชนไม่ได้เพียงเปิดศึกกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” แต่กำลังเปิดศึกกับเงาของตัวเองด้วย ทั้งเงาจากแผลโหวตอนุทิน เงาจากแรงกดดันทางคดี เงาจากฐานฮาร์ดคอร์ที่เริ่มไม่พอใจ และเงาจากคำถามว่า พรรคยังจำ “เหตุแห่งกำเนิด” ของตัวเองได้จริงหรือไม่

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า พรรคส้มกลับซ้ายจริงหรือไม่ แต่ต้องถามให้ลึกกว่านั้นว่า พรรคส้มกลับซ้ายเพื่อเดินหน้าอุดมการณ์ หรือกลับซ้ายเพื่อซ่อมภาพตัวเองและประคองบ้านไม่ให้แตก เพราะหากเป็นอย่างแรก พรรคต้องพิสูจน์ด้วยการทำงานที่ชัดเจนและต่อเนื่อง แต่หากเป็นอย่างหลัง “ระบอบสีน้ำเงิน” ก็อาจเป็นเพียงฉากใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อบังรอยร้าวจำนวนมากในบ้านสีส้มเอง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top