วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ไทยรัฐ กรุ๊ป และ LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง” เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันภัยมิจฉาชีพในสังคมไทย หลังปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง โดยในปี 2568 มีมูลค่าความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท และในไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าความเสียหายไปแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท รวมถึงรูปแบบของกลโกงที่เปลี่ยนเร็วและเปลี่ยนมุกตลอดเวลา นับเป็นโจทย์ระดับประเทศที่ต้องเร่งกันแก้ไข เพื่อไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ แคมเปญนี้มุ่งสร้างการตระหนักรู้ เสริมความรู้ และเติมสติให้คนไทยรู้ทันภัย เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และป้องกันตัวเองได้จริง โดยสามารถติดตามความรู้และกิจกรรมในแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง” ได้ที่สื่อโซเชียลมีเดียของทั้ง 4 องค์กร หรือ Knowledge Hub ศูนย์รวมความรู้และข้อมูลล่าสุดที่ https://www.thairath.co.th/video
ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธ.กสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้พัฒนาทั้งนวัตกรรม ระบบความปลอดภัย และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ในเชิงการป้องกัน ได้ยกระดับระบบความปลอดภัยของ Mobile Banking อย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดวงเงินทำธุรกรรมรายวันให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า มีการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในธุรกรรมสำคัญ และมีระบบตรวจจับบัญชีหรือปลายทางที่น่าสงสัย ขณะเดียวกัน ถ้าระบบพบความผิดปกติ ธนาคารจะมีการโทรหรือแจ้งเตือนลูกค้าอย่างทันท่วงที รวมถึงการบรรเทาความเสียหายและการตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ ด้วยช่องทางรับแจ้งเหตุภัยทุจริตสายด่วน 24 ชั่วโมง พร้อมเดินหน้าให้ความรู้ด้านการป้องกันภัยทุจริตผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ทั้งโซเชียลมีเดีย ATM และสาขา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่เป็นเคสจริง เข้าใจกลโกงที่กำลังเกิดขึ้น และนำไปใช้ป้องกันตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน
พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก./ หัวหน้าส่วนอำนวยการ ACSC กล่าวว่า การจับกุมผู้กระทำความผิดทำให้ได้มาซึ่งแผนประทุษกรรมของคนร้าย กลลวงรูปแบบต่างๆ นำมาสู่การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก จนมี DATA ที่สำคัญเป็นจำนวนมาก หากประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันตนเองจากภัยสแกมเมอร์ ACSC พร้อมสนับสนุนข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปตีแผ่กลลวงของมิจฉาชีพให้ข้อมูลเหล่านี้กระจายไปถึงพี่น้องประชาชนในวงกว้างอย่างรวดเร็วที่สุด
น.ส.จิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวว่า จะใช้ความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์พลิกแพลงเรื่องราวภัยมิจฉาชีพที่ซับซ้อน ล้ำสมัย และมีกลยุทธ์ใหม่ๆในการหลอกเหยื่ออยู่ตลอดเวลา ให้กลายเป็นอุทาหรณ์ที่เข้าใจง่าย ผ่านทุกแพลตฟอร์มของไทยรัฐกรุ๊ป พร้อมทำหน้าที่เป็น ‘โทรโข่ง’ ขยายผลข้อมูลและนำเสนอช่องทางขอความช่วยเหลือเร่งด่วนให้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย ในขณะเดียวกันยังพร้อมขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 110 โรงเรียน ส่งต่อภูมิคุ้มกันดิจิทัลจากห้องเรียนสู่ชุมชนฐานรากอย่างยั่งยืน เพราะสติคือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะปกป้องคนไทยจากมิจฉาชีพ
น.ส.ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า พร้อมรับบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์มได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเป็นช่องทางช่วยเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยและความรู้ที่ถูกต้องสู่ประชาชนคนไทยได้เร็วขึ้น กว้างขึ้น ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ บนแพลตฟอร์ม LINE ช่วยขยายผลการสื่อสารในช่วงเวลาสำคัญ ทั้งกรณีแนวโน้มกลโกงใหม่ ข้อมูลเตือนสติ เตือนใจ หลักการสังเกต ระวังภัย ไปจนถึงหลักการแจ้งรายงานปัญหาไปยังช่องทางที่ถูกต้อง เหมาะสม ฯลฯ ช่วยสกัดและลดความเสี่ยงจากบัญชี และการสื่อสารที่เป็นอันตราย ให้ข้อมูลความรู้สำคัญไม่หยุดอยู่เพียงในข่าวหรือโพสต์ แต่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้จริงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมฝากผู้ใช้ทุกคนว่า หากพบข้อความ ลิงก์ หรือบัญชีที่ผิดปกติต้องสงสัย อย่ารีบกด อย่ารีบเชื่อ และอย่ารีบตอบโต้ ควรหยุดตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี