533.jpg
ภูทับเบิกกระอัก! ดราม่าคลิป 'กะหล่ำปลีพิษ' ทำราคาดิ่งเหลือกิโลฯละบาท

ภูทับเบิกกระอัก! ดราม่าคลิป 'กะหล่ำปลีพิษ' ทำราคาดิ่งเหลือกิโลฯละบาท

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.

ภูทับเบิกกระอัก! ดราม่าคลิป 'กะหล่ำปลีพิษ' ทำนก-ควายดับ ทำราคาดิ่งเหลือกิโลฯละบาท ภาคประชาชนบุกยื่นปศุสัตว์-เกษตรจังหวัดจี้ล่าตัวการปล่อยเฟกนิวส์ทำลายชาวไร่

วันที่ 26 พ.ค. 69 สถานการณ์ความตึงเครียดบนโลกออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ยังคงทวีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง จากกรณีการแพร่กระจายของคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าพบสารพิษเคมีตกค้างอย่างรุนแรงในผลผลิตกะหล่ำปลี และพยายามสร้างกระแสเชื่อมโยงว่าสารพิษดังกล่าวเป็นต้นเหตุทำให้สัตว์เลี้ยงประเภทกระบือ (ควาย) และนกกระจอกเทศของชาวบ้านล้มตายลง จนสร้างความตื่นตระหนกหวาดผวาให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง


ข่าวลือดังกล่าวได้ส่งผลกระทบสะท้อนกลับเชิงลบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีบนพื้นที่สูงภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากพ่อค้ารับซื้อชะลอการสั่งซื้อ ส่งผลให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาดิ่งเหวลงอย่างน่าใจหายเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น เกษตรกรบางรายไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าขนส่งและค่าแรงเก็บเกี่ยวได้ ไร้คนเหลียวแหล่ จนมีรายงานภาพสลดใจเกษตรกรต้องจำใจนำกะหล่ำปลีสด ๆ สภาพดีไปเทกองทิ้งไว้ริมถนนประชดชะตากรรม

สืบเนื่องจากผลกระทบดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายชาติ วิกสิตโกมุท ประธานกลุ่มองค์กรเครือข่ายคุ้มครองช่วยเหลือผู้บริโภคเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ และสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งขันน็อตลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน

นายชาติ ระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลภาพและวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะใน TikTok หากกระทำไปโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และสัตวแพทย์รองรับที่ชัดเจน ไม่มีทั้งผลชันสูตรจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภาพถ่ายซากสัตว์ที่เป็นเอกสารราชการ หรือการแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับหน่วยงานรัฐ ย่อมทำให้ประชาชนและผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง ทำลายความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรปลอดภัยของจังหวัด และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจปากท้องของเกษตรกรในวงกว้าง

'จึงขอเรียกร้องให้ทางปศุสัตว์จังหวัดตรวจสอบหาความจริงว่ามีสัตว์ตายจริงตามอ้างหรือไม่ และพิสูจน์หาสาเหตุอย่างละเอียด หากพบว่าเป็นการสร้างเรื่องหรือเป็นข้อมูลเท็จ (Fake News) ขอให้ประสานพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อย่างถึงที่สุด' นายชาติ กล่าว

ขณะเดียวกัน มีประเด็นต่อเนื่องหลังจากเพจเฟบซุกชื่อดัง ได้มีการโพสต์ภาพอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจฟาร์ม พร้อมระบุข้อความอ้างว่าได้ส่งมอบซากสัตว์ไปชันสูตรแล้ว พร้อมตั้งคำถามเชิงกดดันถึงความปลอดภัยในอาหารของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามข้อมูลเชิงลึกกับทางสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงว่า ภาพที่ปรากฏเป็นการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาจริง แต่จากการเดินสำรวจและตรวจสอบในพื้นที่เชิงลึก ‘ยังไม่พบซากสัตว์ล้มตายตามที่ระบุหรือกล่าวอ้างในโลกโซเชียลแต่อย่างใด’

ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงทางอาหารและปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลรอบด้านเพื่อเตรียมเปิดโต๊ะชี้แจงข้อเท็จจริงและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งตามหลักวิชาการสัตวแพทย์ระบุชัดเจนว่า การจะยืนยันว่าสัตว์ตายด้วยสารพิษหรือไม่นั้น ไม่สามารถสรุปได้จากคลิปวิดีโอสั้นหรือคำบอกเล่าปากต่อปากเพียงด้านเดียว

แต่จำเป็นต้องอาศัย 3 องค์ประกอบหลัก คือ การผ่าซากทางนิติวิทยาศาสตร์, ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) และการสืบประวัติการกินอาหารอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและกู้ภาพลักษณ์ผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดเพชรบูรณ์กลับคืนมา หากประชาชนหรือเกษตรกรรายใดมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถติดต่อแจ้งข้อมูลได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 0-5672-1539

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top