533.jpg
จับตา เอลนีโญ ครั้งประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้นวิกฤต

จับตา เอลนีโญ ครั้งประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้นวิกฤต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

เมื่อวานนี้ 27 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจของผู้เชี่ยวชาญที่ได้ออกโรงเตือนถึงแนวโน้มการเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญขั้นรุนแรง ที่อาจอุบัติขึ้นเร็วที่สุดในช่วงกลางปีถึงปลายปี 2026 โดยปกติแล้ววัฏจักรทางธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศนี้จะเวียนมาพบทุก ๆ 2 ถึง 7 ปี และมักส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนานประมาณ 12 ถึง 18 เดือน

ซึ่งความผิดปกติของเอลนีโญมีต้นเหตุจากการที่น้ำบนผิวหน้ามหาสมุทรแปซิฟิกในโซนกลางและตะวันออกมีอุณหภูมิพุ่งสูงเกินระดับมาตรฐาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพอากาศ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดคลื่นความร้อนในฤดูร้อนที่ทุบทุกสถิติเดิม รวมถึงสภาพอากาศในฤดูหนาวที่จะทวีความหนาวเย็นและมีกระแสลมแรงจัด ทั้งนี้องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประเมินว่ามีความเป็นไปได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ที่ปรากฏการณ์นี้จะเริ่มขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม 2026 ขณะที่หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา หรือ ECCC คาดการณ์ว่าในปี 2026 มีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้


เอลนีโญ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ทางด้านแอนโทนี ฟาร์เนลล์ หัวหน้านักอุตุนิยมวิทยาของ Global News ระบุว่าโลกกำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งเป็นผลพวงจากทั้งวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผนวกกับอิทธิพลจากเอลนีโญที่รุนแรง

ฟาร์เนลล์ ยังชี้ ให้เห็นว่าแคนาดาอาจเผชิญวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิด เช่น เมล็ดกาแฟ ส้ม และช็อกโกแลต ล้วนมาจากภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงต่อสภาพอากาศผันผวน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก เขายังกล่าวถึงผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยระบุว่าแนวปะการังที่เผชิญภาวะโลกร้อนอยู่แล้วกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มขึ้นของเอลนีโญ เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างกะทันหันถึง 5 หรือ 6 องศาเซลเซียสในช่วงเวลาสั้น ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน

เอลนีโญ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

หรือแม้แต่ เคนต์ มัวร์ ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต อธิบายว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมสูง รวมถึงในพื้นที่สูงที่มีโอกาสเกิดหิมะตกหนักจนนำไปสู่เหตุการณ์ดินถล่ม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยากต่อการคาดการณ์ หากเอลนีโญทำให้สภาพอากาศแห้งแล้งจัด ความเสี่ยงจากไฟป่าจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งควันไฟที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นภัยคุกคามสุขภาพโดยตรง เช่น เพิ่มอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ตลอดจนปัญหาระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงขึ้น ทั้งอาการหอบหืดกำเริบและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก unilad.com

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top