วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อดีตผู้ประสบปัญหาระบบเผาผลาญ/อ้วน/ความดันสูง/ดื้ออินซูลิน/เก๊าท์ เน้นให้ความรู้ เพื่อการปฏิบัติให้มีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน โพสต์ข้อความระบุว่า ทุเรียน เม็ดเล็ก... กินอย่างไรให้ น้ำตาลไม่ปรี๊ด
หน้านี้ทุเรียนมากมี ลูกเล็กอยู่ดูถูกนะครับ หวานนี่สุดๆไปเลย ลองดูการทดลองนี้ครับ เนื้อทุเรียนสุกหวานฉ่ำจากผลเดียวกัน ขนาด 150 เฉพาะเนื้อ
แบบที่ 1 "กินเช้า" ทันที แบบ Breakfast ไปเลยครับ เสร็จแล้วไปนั่งตรวจคนไข้ เดินไปเดินมาตามโอกาสใน OPD ดูกราฟน้ำตาลไม่ต้องอธิบายอะไรมากครับ จากนั้น วันรุ่งขึ้น ไปกินแบบที่ 2 คือแบบที่ 2 "กินบ่ายครับ" มื้อเช้าผม Breakfast ด้วยอาหารโปรตีนสูง นั่นคือ ไก่ต้ม+เครื่องในไก่ รวมๆ แล้วได้โปรตีนจากเนื้อไก่ประมาณ 40 กรัม ไปตอนประมาณ 10 โมงเช้า จากนั้น ไปกินทุเรียนประมาณ 14 น. จากลูกเดียวกัน ผมต่อให้เลยครับ คราวนี้ เนื้อทุเรียนที่เหลือทั้งหมด ประมาณ 240 กรัม แปลกไหมครับ กราฟ กลับออกมาคนละเรื่องเลยครับ
ทำไม จึงเป็นเช่นนั้น ??? การกินในมื้อที่ 2 ตามหลังจากมื้อแรกที่มีอาหาร
โปรตีนสูง ทำไมจึง ช่วยลด peak น้ำตาลได้ ท่านใดเคยติดตามผมมานาน จะพอทราบวันนี้ ผมจะทบทวนอีกครั้ง กลไกทางสรีรวิทยาที่อธิบายปรากฏการณ์นี้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ผลของมื้ออาหารก่อนหน้า (Second-Meal Effect) การทานอาหารโปรตีน 40 กรัมในมื้อเช้า ส่งผลต่อสรีรวิทยาของร่างกายในมื้อถัดไปผ่านกลไก คือ อาหารโปรตีนเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีในการหลั่งฮอร์โมนจากลำไส้ เช่น Glucagon-Like Peptide-1 (GLP-1) และ Glucose-Dependent Insulinotropic Polypeptide (GIP) อย่างต่อเนื่อง ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วย "เตรียมความพร้อม" (Priming) ให้กับเบต้าเซลล์ของตับอ่อน การทำงานของ GLP-1 ที่เพิ่มขึ้นจากมื้อโปรตีนตอนเช้า จะช่วยลดความเร็วในการระบายอาหารออกจากกระเพาะในมื้อบ่าย
เมื่อทานทุเรียนเข้าไป น้ำตาลจึงถูกทยอยปล่อยเข้าสู่ลำไส้และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง ส่งผลให้กราฟน้ำตาลมีความชันน้อยลงและ Amplitude ต่ำลง ตับอ่อนที่ถูกกระตุ้นไว้แล้วจากมื้อเช้า จะตอบสนองและหลั่งอินซูลินออกมารับมือน้ำตาลจากทุเรียนในตอนบ่ายได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพิจารณาเฉพาะในมุมของนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) โดยปกติแล้ว ความไวของอินซูลินในระดับกล้ามเนื้อส่วนปลาย (Peripheral Insulin Sensitivity) จะ "สูงที่สุดในตอนเช้า" และ "ลดลงในตอนบ่ายถึงค่ำ"
ตามทฤษฎีนี้ การทานคาร์โบไฮเดรตสูงในตอนบ่ายควรจะทำให้น้ำตาลสูงกว่าตอนเช้า แต่ผลลัพธ์จากกราฟกลับเป็นตรงกันข้าม สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์ทางคลินิกที่ชัดเจนว่า ประสิทธิภาพของ Second-Meal Effect และ Incretins จากการทานโปรตีนนำมาก่อน มีอิทธิพลเหนือกว่า (Override) การลดลงของความไวอินซูลินตามธรรมชาติในตอนบ่าย การทานโปรตีน 40 กรัมในมื้อเช้า สร้าง "Metabolic Buffer" ล่วงหน้าให้ร่างกาย ผ่านการกระตุ้นฮอร์โมนอินครีตินที่ช่วยชะลอการทำงานของกระเพาะอาหารและกระตุ้นตับอ่อน ทำให้เมื่อทานทุเรียนในมื้อบ่าย ร่างกายจึงสามารถจัดการกับ Load ของน้ำตาลได้ดีเยี่ยม จนสามารถเอาชนะความไวของอินซูลินที่ลดลงตามธรรมชาติในช่วงบ่ายได้ครับ
อีกอย่างครับ ในตอนบ่ายของผม มีการขยับตัวมากกว่าเช้า จึงอาจมีผล ทำให้น้ำตาลในเลือดโดนดึงไปใช้กับการขยับตัวร่วมด้วยครับ ผมจึงเข้าเสมอว่า "Breakfast ด้วยโปรตีนธรรมชาติ" จัดเต็มเลยครับ งดมาทั้งคืนแล้ว เติมกรดอะมิโน จากอาหารโปรตีนให้ร่างกายก่อน แล้ว เรื่องดีๆ ในตอนบ่ายจะตามมาเองครับ แต่ถ้ามื้อเช้า เปิดด้วย อาหารคาร์บสูง โปรตีนน้อยไม่ถึง 20 กรัม หากมื้อบ่ายคุณมีของหวานแบบนี้ ร่างกายก็จะเคลียร์ของเหล่านี้ได้ยาก กว่าครับ
ขอให้มีความสุขกับ "ฤดูทุเรียน-มังคุด" นะครับ หมดฤดูแล้วก็คือ "พอครับ" ธรรมชาติออกแบบมาดีแล้วครับ ส่วนท่านที่เป็นเบาหวาน-ดื้ออินซูลิน กินแค่พอรู้รสนะครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี