542.jpg
จากคำรับสั่งในวันวิกฤต 'ฉันอยากไปช่วยให้เข้าใจ' สู่ 'เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)' เคียงข้างคนไทยยามยาก

จากคำรับสั่งในวันวิกฤต 'ฉันอยากไปช่วยให้เข้าใจ' สู่ 'เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)' เคียงข้างคนไทยยามยาก

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.54 น.

“ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า” ... ย้อนฟังพระกระแสรับสั่งอันเปี่ยมด้วยความห่วงใยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในค่ำคืนที่ประชาชนกำลังทุกข์ยากท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2538 เบื้องหลังสำคัญที่กลายมาเป็นจุดกำเนิดของ "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก" สะพานบุญแห่งความยั่งยืนที่อยู่เคียงข้างคนไทยมานาน

เฟซบุ๊กทางการ สภากาชาดไทย Thai Red Cross Society  ระบุว่า “ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า”


ในยามที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับอุทกภัยและภัยพิบัติครั้งใหญ่ ภาพของถุงยังชีพพระราชทานและเจ้าหน้าที่อาสาที่หลั่งไหลเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน คงเป็นภาพที่พวกเราคุ้นตากันเป็นอย่างดีภายใต้ชื่อ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย”

แต่รู้หรือไม่ว่า... จุดเริ่มต้นของความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่นี้ เกิดขึ้นจากน้ำพระทัยและพระวิริยอุตสาหะของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะองค์ประธานมูลนิธิฯ ตั้งแต่ครั้งที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์

ย้อนกลับไปในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 อิทธิพลของพายุโอลิสทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงถึง 2.27 เมตร ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนสายสำคัญในกรุงเทพมหานครยาวนานถึง 2 เดือน ปัญหาการจราจรที่เป็นอัมพาตทำให้ภาครัฐต้องนำกระสอบทรายมาทำคันกั้นน้ำ

แต่การกั้นน้ำในครั้งนั้น กลับกลายเป็นการกักน้ำซ้ำเติมให้ผู้ประสบภัยริมแม่น้ำต้องจมน้ำสูงขึ้นและใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ในขณะที่พื้นที่ถัดไปกลับใช้ชีวิตได้ตามปกติ ความเครียดและรู้สึกขาดที่พึ่งทำให้ประชาชนเกิดการปะทะ ยื้อแย่งกระสอบทราย และทะเลาะวิวาทกันจนกลายเป็นข่าวดังผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในค่ำคืนวันที่ 28 ตุลาคม 2538

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ (ในขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) ทอดพระเนตรข่าวด้วยความห่วงใยราษฎร ทรงมีรับสั่งว่าอยากเสด็จไปช่วยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ “ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า”

และในคืนวันนั้นเอง พระองค์ทรงตัดสินพระทัยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อกราบบังคมทูลขอพระราชทานคำแนะนำและพระบรมราโชบายในการปฏิบัติพระองค์และการเจรจากับราษฎรที่กำลังเครียด

วันที่ 29 ตุลาคม 2538 รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมทันที พระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ รับน้ำใจและสิ่งของจากประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม เพื่อนำไปส่งต่อและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม เป็นการเกื้อกูลกันแบบ “เพื่อนพึ่งพาซึ่งกันและกัน” ส่งผลให้เหตุการณ์ที่ตึงเครียดในวันนั้นสงบลงได้ด้วยความละมุนละม่อม

นั่นคือจุดกำเนิดของ โครงการอาสา “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” ที่พระองค์ทรงร่วมกับ #สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย ขับเคลื่อนต่อเนื่องมา จนกระทั่งจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2544 โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ

มูลนิธิฯ ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” ไม่เพียงแต่บรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าด้วยถุงยังชีพหรือข้าวกล่องพระราชทานในยามเกิดภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังเน้นการระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม และจิตสาธารณะ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ การพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร ให้ชุมชนสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างยั่งยืน

แม้ในวันนี้ องค์ประธานผู้ทรงเป็นที่รักจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่น้ำพระทัยและแนวพระดำริที่ทรงสร้างไว้ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จะยังคงทำหน้าที่เป็นเสมือน "เพื่อน" ที่คอยโอบอุ้มและอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยในยามทุกข์ยากตลอดไป

#สภากาชาดไทย ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top