วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด (Xin Ke Yuan Steel Co., Ltd.) และบริษัท ซิน เคอ หยวน จำกัด (Sin Ker Yuan Co., Ltd.) เป็นกลุ่มโรงงานผลิตเหล็กขนาดใหญ่ในจังหวัดระยอง โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวจีน คือ นายเจี้ยนฉี เฉิน ทั้งสองบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตเหล็กขั้นต้นและเหล็กข้ออ้อยภายใต้แบรนด์ SKY
การดำเนินงานของทั้งสองบริษัทเคยถูกตรวจสอบและถูกสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม หลังหน่วยงานรัฐตรวจพบข้อบกพร่องและตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายโรงงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รวมถึงเกิดอุบัติเหตุภายในโรงงานหลายครั้ง
ผลการตรวจสอบของกระทรวงอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา พบเหล็กบางส่วนที่ผลิตโดยบริษัทมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จนนำไปสู่การอายัดเหล็กจำนวน 2,441 ตัน มูลค่ากว่า 49.2 ล้านบาท พร้อมมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาหน่วยงานรัฐได้มีคำสั่งยกเลิกการอายัดเหล็กบางส่วน และเพิกถอนการอายัดวัสดุบางประเภทภายหลังผลการตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่บริษัทได้ใช้สิทธิทางกฎหมายยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งทางปกครองและเรียกค่าเสียหายจากรัฐ โดยคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา
"แนวหน้าออนไลน์" จะพาย้อนดูเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ "ซิน เคอ หยวน" ถูกสั่งหยุดประกอบกิจการ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง ท่ามกลางข้อถกเถียงและข้อสงสัยจากหลายฝ่าย
29 มีนาคม 2567
เกิดเหตุเครนก่อสร้างล้มภายในโรงงานซิน เคอ หยวน อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย
18 ธันวาคม 2567
เกิดเหตุรั่วไหลและระเบิดของถังก๊าซ LPG ขนาด 110,000 ลิตร ภายในโรงงานซิน เคอ หยวน สตีล อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
19 ธันวาคม 2567
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ออกคำสั่งทางปกครองเร่งด่วน 2 ฉบับ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน ให้บริษัทหยุดประกอบกิจการทั้งหมด เพื่อปรับปรุงระบบดับเพลิง ซ่อมแซมโรงงาน และจัดการของเสียจากเหตุเพลิงไหม้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
24 - 26 ธันวาคม 2567
กรมโรงงานอุตสาหกรรมออกหนังสือเพิ่มเติม เลขที่ อก 0311/12520 และ อก 0311/12597 ให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานและเงื่อนไขตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างเคร่งครัด
26 ธันวาคม 2567
กรมโรงงานอุตสาหกรรมออกคำสั่งทางปกครองเพิ่มเติม สั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด พร้อมกำหนดแนวทางแก้ไข 7 ประการ ครอบคลุมระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย โครงสร้างอาคารที่ได้รับความเสียหาย ระบบท่อออกซิเจน และมาตรการด้านความปลอดภัยอื่น ๆ โดยกำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มกราคม 2568
คำสั่งดังกล่าวส่งผลให้บริษัทต้องหยุดดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี 5 เดือน ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2569
มกราคม - มีนาคม 2568
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าตรวจสอบคุณภาพการผลิต พร้อมอายัดเหล็กข้ออ้อยของบริษัทจำนวน 2,441 ตัน มูลค่าประมาณ 49.2 ล้านบาท เพื่อนำไปตรวจสอบ
ผลการตรวจสอบในช่วงแรกพบว่าเหล็กบางส่วนมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยเฉพาะค่าบอรอนที่สูงกว่าหลักเกณฑ์ สมอ.จึงมีหนังสือให้บริษัทเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากท้องตลาด และแจ้งเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
28 มีนาคม 2568
เกิดเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่ม
ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เก็บตัวอย่างเหล็กจากซากอาคารไปตรวจสอบ และระบุว่าเหล็กข้ออ้อยขนาด 20 มิลลิเมตร และ 32 มิลลิเมตร ที่ผลิตโดยบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มอก. จากการทดสอบ
จากนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขอข้อมูลการจำหน่ายเหล็กย้อนหลังในช่วงปี 2563-2565 เพื่อตรวจสอบขอบเขตการกระจายสินค้า ขณะที่บริษัทชี้แจงว่าได้จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายหลายราย จึงไม่สามารถระบุปลายทางการใช้งานได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีหน่วยงานใดสรุปอย่างเป็นทางการว่าเหล็กที่ผลิตโดยบริษัทเป็นสาเหตุของการพังถล่มของอาคาร สตง. โดยการสอบสวนหาสาเหตุและการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังอยู่ในกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4 เมษายน 2568
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมติเพิกถอนสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เป็นการชั่วคราว หลังได้รับหนังสือจากกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎหมายโรงงานและกฎหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
วันเดียวกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดระยองออกหมายค้นโรงงาน พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจ เข้าตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
2 ตุลาคม 2568
บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับการสั่งหยุดประกอบกิจการของกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 3,218 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย โดยอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการถูกสั่งหยุดประกอบกิจการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
8 ตุลาคม 2568
สมอ. มีหนังสือยกเลิกการอายัดเหล็กข้ออ้อยที่อายัดไว้ก่อนหน้านี้จำนวน 41,635 เส้น มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท หลังผลการตรวจสอบพบว่าเหล็กในส่วนดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
11 พฤศจิกายน 2568
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง มีคำสั่งเพิกถอนการอายัด "ฝุ่นแดง" หรือกากจากระบบบำบัดอากาศ จำนวน 77,723.47 ตัน หลังตรวจสอบพบว่าเป็นวัสดุที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการผลิตจริง และการจัดเก็บไม่ขัดต่อกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องปฏิบัติตามคำสั่งหยุดประกอบกิจการและเงื่อนไขที่หน่วยงานรัฐกำหนดต่อไป
5 มิถุนายน 2569
กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาเปิดดำเนินการผลิตได้อีกครั้ง หลังบริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงระบบน้ำหล่อเย็น เตาหลอมมวลโลหะ และระบบบำบัดอากาศ จนเป็นไปตามมาตรฐานและเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนด
การอนุญาตดังกล่าวมีขึ้นหลังโรงงานถูกสั่งหยุดประกอบกิจการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 คิดเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี 5 เดือน
8 มิถุนายน 2569
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเกิดข้อสงสัยจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับการอนุญาตให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาเปิดดำเนินการ โดยระบุว่าได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ
10 มิถุนายน 2569
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า การที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาเปิดดำเนินการผลิตได้อีกครั้ง เป็นไปตามขั้นตอนและข้อกฎหมาย โดยการอนุญาตหรือสั่งปิดโรงงานเป็นอำนาจพิจารณาของอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และไม่จำเป็นต้องเสนอให้รัฐมนตรีอนุมัติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุด้วยว่า บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนดแล้ว จึงสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ ขณะที่กระทรวงจะติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่องต่อไป
17 มิถุนายน 2569
คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และผู้แทนภาคอุตสาหกรรม เข้าชี้แจงกรณีการอนุญาตให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาเปิดดำเนินการผลิตอีกครั้ง ท่ามกลางข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตและกระบวนการตรวจสอบของภาครัฐ
นายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมชี้แจงต่อที่ประชุมว่า บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการผลิต ระบบสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานด้านอุตสาหกรรมตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนดแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง โดยผลการตรวจสอบเหล็กจำนวน 41,635 เส้น ที่เคยถูกอายัดก่อนหน้านี้ พบว่าเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่กำหนดไว้
ขณะเดียวกัน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการตรวจสอบคุณภาพเหล็กของบริษัท โดยเห็นว่าควรมีการติดตามตรวจสอบเหล็กที่ถูกปล่อยออกสู่ตลาดจำนวนกว่า 40,000 เส้น รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการสุ่มตรวจโรงงานผลิตเหล็กทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน
นายอรรถวิชช์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นการไม่มี "เตาปรุงน้ำเหล็ก" (Ladle Furnace) ในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในอนาคต
ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการ ว่า แม้บริษัทจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการแล้ว แต่หากในอนาคตตรวจพบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานที่กำหนด หน่วยงานรัฐยังคงมีอำนาจสั่งระงับหรือสั่งหยุดประกอบกิจการได้อีกครั้งตามกฎหมาย
- ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี