542.jpg
กระจ่างเลย! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ไขข้องใจ ปมคนไทยจ่ายค่าไฟส่องสว่าง

กระจ่างเลย! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ไขข้องใจ ปมคนไทยจ่ายค่าไฟส่องสว่าง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.12 น.

กระจ่างเลย! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ไขข้องใจ ปมคนไทยจ่ายค่าไฟส่องสว่าง พร้อมแนะ 3 แนวทางสร้างโปร่งใสในระบบพลังงานไทย

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.25569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูล และยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "​กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันทีครับ เมื่อมีกระแสการหยิบยกตัวเลขและข้อมูลจากสื่อโซเชียลว่า “ไฟส่องสว่างตามท้องถนน หรือไฟทางหลวงที่เราเห็นเปิดกันทุกคืน แท้จริงแล้วถูกนำมามัดรวมหารเฉลี่ยให้ประชาชนจ่ายในบิลค่าไฟบ้าน” จนสร้างความฉงนใจให้คนในสังคมว่า “ในเมื่อเราทุกคนจ่ายภาษีท้องถิ่นและภาษีที่ดินไปแล้ว ทำไมเรายังต้องมาแชร์ค่าไฟทางในบิลบ้านอีกรอบ?”


​เรื่องนี้ในมุมของข้อมูลจริงเป็นอย่างไร? ประชาชนแบกรับจริงไหม? หรือมีเทคนิคอะไรซ่อนอยู่?

​ในฐานะ นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ผมได้ไปเจาะลึกข้อบังคับและหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการของทั้งการไฟฟ้านครหลวง (MEA), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มาสรุปเนื้อแท้เชิงโครงสร้างให้ฟังกันแบบเคลียร์ชัดครับ

ข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างของรัฐ (ประชาชนจ่ายส่วนไหน/เท่าไหร่)

​จากการตรวจสอบข้อกำหนดและกลไกการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ข้อเท็จจริงแบ่งออกเป็น 2 มิติที่ต้องแยกแยะให้ชัดเจน ดังนี้ครับ:

​1. ไฟทางส่วนไหนที่ "ประชาชนต้องร่วมจ่าย"?

​ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ รัฐบาลมีการกำหนดสิทธิพิเศษยกเว้น "ไม่เรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าสาธารณะ" ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือเทศบาลต่าง ๆ ในโควตา "ไม่เกินร้อยละ 10" ของหน่วยจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งไฟสาธารณะประเภทที่ถูกนำมาหารเฉลี่ยเป็นต้นทุนแฝงในค่าไฟฐานของประชาชน คือ "ไฟส่องสว่างในพื้นที่สาธารณะทั่วไปที่ดูแลโดยท้องถิ่น" ได้แก่:

​ไฟส่องสว่างตามตรอก ซอย และถนนชุมชน ที่อยู่ในความดูแลของเทศบาล หรือ อบต.

​ไฟถนนสายรอง/ถนนเชื่อมหมู่บ้าน ที่ติดตั้งเพื่อความปลอดภัยของชุมชน

ไฟส่องสว่างตามสะพานข้ามคลอง หรืออุโมงค์ท้องถิ่น

จุดที่ไม่เกี่ยว (หน่วยงานจ่ายเอง ไม่หารกับประชาชน): ไฟของสถานที่ราชการ, ไฟในสวนสาธารณะปิดที่มีรั้วกั้น, ไฟประดับเทศกาล และไฟทางหลวงแผ่นดินสายประธาน (เช่น มอเตอร์เวย์ หรือถนนสายหลักเชื่อมจังหวัดของกรมทางหลวง) ส่วนนี้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินจ่ายตรง ไม่ได้นำมาคิดในระบบโควตานี้ครับ

​2. คิดเป็นเม็ดเงินเท่าไหร่ในบิลค่าไฟของเรา?

​ในทางพฤตินัย (De Facto): ค่าไฟส่องสว่างในโควตา 10% ที่ยกเว้นให้ท้องถิ่นนี้ จะถูกคิดเป็น "ต้นทุนดำเนินงานสาธารณะ" (Operational Expense) แล้วนำไปคำนวณเฉลี่ยรวมอยู่ใน "โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าฐาน" (อัตราก้าวหน้าต่อหน่วยที่เราจ่ายกัน) ไม่ใช่สะท้อนอยู่ในค่า Ft (ค่าไฟฟ้าผันแปร)
​ตัวเลขเม็ดเงินแฝง: ปริมาณไฟฟ้าสาธารณะในโควตานี้ คิดเป็นประมาณ 2% - 2.5% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ซึ่งเมื่อหารเฉลี่ยออกมาแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 15 สตางค์ต่อหน่วย

ลองเช็กบิลบ้านตัวเองง่าย ๆ:
หากเดือนนี้บ้านคุณใช้ไฟไปทั้งหมด 400 หน่วย (คิดเป็นเงินค่าไฟประมาณ 1,600 - 1,800 บาท) เงินที่คุณร่วมหารเฉลี่ยจ่ายค่าไฟทางสาธารณะในเดือนนั้นจะซ่อนอยู่ประมาณ 40 ถึง 60 บาท ครับ!

ถอดบทเรียนต่างประเทศ เค้าทำกันอย่างไร?
​เมื่อมองไปที่ประเทศอื่น ๆ ที่มีการจัดสรรงบประมาณและการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ เราจะเห็นภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาภาพลวงตาทางการคลัง (Fiscal Illusion) นี้ครับ:
​กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (เช่น สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ): แยกกระเป๋า 100%

ใช้หลักการแยกตามเขตอำนาจชัดเจน มิเตอร์ไฟส่องทางจะถูกแยกต่างหากและส่งบิลไปเก็บที่เทศบาลเมือง (Municipal Budget) ซึ่งหักจ่ายจากภาษีท้องถิ่นที่เก็บจากประชาชนโดยตรง ไม่มีการนำไปเฉลี่ยปนในบิลค่าไฟบ้านของประชาชนรายย่อย

​กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (เช่น บราซิล): ใช้โมเดลภาษีไฟทางที่โปร่งใส
มีการจัดตั้งภาษีเฉพาะที่เรียกว่า "COSIP" แม้จะเก็บรวมมาในบิลค่าไฟเหมือนกัน แต่กฎหมายบังคับให้ "แยกบรรทัดเป็นค่าภาษีไฟสาธารณะชัดเจน" เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ว่าตนเองจ่ายเงินอุดหนุนไฟส่องสว่างไปเท่าไหร่ในแต่ละเดือน ไม่มีการหมกเม็ดคำนวณรวมเป็นต้นทุนแฝง

แนวทางการแก้ไขเชิงยุทธศาสตร์ของไทย

​เพื่อสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใสให้เกิดขึ้นในระบบพลังงานไทย ผมเสนอ 3 แนวทางยุทธศาสตร์ที่รัฐควรขับเคลื่อนดังนี้ครับ:

​1. แยกภาระและตัดงบประมาณให้ตรงจุด (Direct Accountability)
​รัฐบาลและ กกพ. ต้องพิจารณาแยกภาระค่าไฟสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานของประชาชนทั่วไปอย่างเด็ดขาด โดยบังคับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือกรมทางหลวง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโดยตรง 100% จากเม็ดเงินภาษีท้องถิ่นและภาษีที่ดินที่จัดเก็บไปแล้ว

​2. ปฏิรูปโครงสร้างบิลค่าไฟเพื่อความโปร่งใส (Transparency)
​หากรัฐยังจำเป็นต้องใช้ระบบอุดหนุนข้ามกลุ่ม บิลค่าไฟฟ้าควรมีช่องแยกบรรทัดระบุชัดเจนว่า ในเงินทุกบาทที่เราจ่ายไป มีกี่สตางค์ที่ถูกนำไปใช้เพื่อ "สาธารณประโยชน์" เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข้อมูลที่แท้จริงตามสิทธิ์แบบอารยประเทศ

​3. ยุทธศาสตร์จัดการความสูญเสียด้วยเทคโนโลยีสะอาด (Efficiency)
​รัฐต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไฟทางและไฟสาธารณะทั่วประเทศให้เป็นระบบประหยัดพลังงาน เช่น หลอด LED หรือการใช้ไฟทางโซลาร์เซลล์ (Solar Street Light) ในจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม เพื่อลดภาระและต้นทุนรวมพลังงานของประเทศลงอย่างยั่งยืน

​"เพราะทุกสตางค์ในบิลค่าไฟคือหยาดเหงื่อของประชาชน การทำให้โครงสร้างราคาโปร่งใสและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จึงไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐศาสตร์... แต่คือเรื่องของ 'ความยุติธรรมทางสังคม'
​คุณคิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังครับ ที่เราควรแยกค่าไฟทางออกจากบิลบ้านอย่างเด็ดขาด? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันครับ"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top