วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูล และยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รื้อโครงสร้างราคาพลังงานไทย: จากมหากาพย์ “ไฟทางหลวงยัดไส้” ถึงมรสุม “Data Center ข้ามชาติ”
สารภาพตามตรงในฐานะ นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ตอนที่ผมกางเอกสารและกฎเกณฑ์บนกระดาษของหน่วยงานรัฐดูในทีแรก ผมยังเชื่อตามตัวอักษรว่า “ไฟทางหลวงแผ่นดินสายประธาน หรือทางหลวงข้ามจังหวัด” รัฐบาลมีงบประมาณแผ่นดินแยกจ่ายต่างหาก ไม่เกี่ยวกับบิลค่าไฟบ้านของประชาชนรายย่อย
แต่ความจริงที่ ช็อกยิ่งกว่า เพิ่งถูกเปิดเผยออกพ้นจากเปลือกโครงสร้างพลังงาน เมื่อ ท่าน รมว.ขิง (เอกนัฏ พร้อมพันธุ์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาแถลงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า:
“เรื่องแชร์ค่าไฟทางหลวงนี้เป็นเรื่องจริง ทำกันมาเป็นสิบปีแล้ว และระบบนี้ไม่ถูกต้อง!”
ข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ (De Facto) ที่ถูกเปิดโปงออกมาคือ มีการนำต้นทุนค่าไฟถนนสายหลักปีละนับหมื่นล้านบาท มา “ยัดไส้เนียน ๆ” ซ่อนไว้ในโครงสร้างค่าไฟฐาน ภายใต้บัญชีที่ชื่อว่า “ความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค” (Non-Technical Loss) แล้วนำมาหารเฉลี่ยรวมเป็นอัตราก้าวหน้าต่อหน่วย ผลักภาระให้ประชาชนตาสีตาสีแบกรับร่วมกันในบิลบ้านทุกสิ้นเดือนโดยที่เราไม่เคยรู้ตัวเลย!
เม็ดเงินแฝงนี้คิดเป็นตัวเลขสูงถึง 10-15 สตางค์ต่อหน่วย
ลองคำนวณง่าย ๆ: บ้านไหนใช้ไฟ 400 หน่วย (จ่ายอยู่ประมาณ 1,600-1,800 บาท) คุณกำลังช่วยจ่ายค่าไฟให้ทางหลวงแผ่นดินแฝงอยู่ราว ๆ 40-60 บาททุกเดือน คำถามคือ ในเมื่อเราทุกคนจ่ายภาษีที่ดินและภาษีท้องถิ่นไปแล้ว ทำไมเรายังต้องมาแชร์ค่าไฟทางในบิลบ้านซ้ำซ้อนอีก?
มรสุมลูกใหม่: เมื่อ New Demand อย่าง “Data Center” กำลังบุกไทย
แต่นั่นคือปัญหาจากอดีตที่กำลังจะถูกสะสาง สิ่งที่นักยุทธศาสตร์อย่างเราต้องมองข้ามช็อตไปข้างหน้าคือ มรสุมการใช้ไฟระลอกใหม่ จากการหลั่งไหลเข้ามาลงทุนของธุรกิจ Data Center และระบบ AI ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ
Data Center คือธุรกิจที่ไม่มีวันหลับไหล กินไฟมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง และต้องพึ่งพาก๊าซ LNG นำเข้าในการปั่นไฟ คำถามสำคัญคือ: "เมื่อเขากระหายไฟฟ้าขนาดนั้น ใครจะเป็นคนแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น?"
หากรัฐยังใช้โครงสร้างราคาแบบเดิมที่เอารายจ่ายทุกอย่างมารวมกันใน "ค่าไฟฐาน" หรือ "ค่า Ft" สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ธุรกิจข้ามชาติเหล่านี้จะเข้ามาใช้ไฟราคาถูกที่รัฐอุดหนุน แต่พอต้นทุนพลังงานโลกแพงขึ้น ภาระหนี้เหล่านั้นจะถูกหารเฉลี่ยกลับมาที่บิลค่าไฟบ้านของประชาชนและผู้ประกอบการ SME ไทยทันที!
พลิกมุมคิด: Data Center คือ “ตัวล้างหนี้” โรงไฟฟ้าล้นระบบ
แต่ถ้าเราวิเคราะห์เชิงลึกด้วยสมการ Demand & Supply การเข้ามาของ Data Center ไม่ได้มีแต่ข้อเสียครับ ในอีกมิติหนึ่ง หากรัฐมี "กลยุทธ์ที่ฉลาด" กลุ่มทุนเหล่านี้จะกลายมาเป็น "ฮีโร่ผู้ช่วยดูดซับค่าพร้อมจ่าย" ทันที
ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหา Over-Supply หรือกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองล้นระบบอยู่สูงถึง 40-50% (มาตรฐานสากลอยู่แค่ 15-20%) ส่งผลให้เกิดหนี้ก้อนโตในรูปแบบ "ค่าพร้อมจ่าย" (Availability Payment หรือ AP) ที่ประชาชนต้องช่วยกันแบกรับจ่ายเงินให้โรงไฟฟ้าเอกชนนอนอยู่เฉย ๆ แม้ไม่ได้เดินเครื่องผลิตจริง
การที่ Data Center เข้ามาและกินไฟนิ่ง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง (Baseload) จะช่วย "ดูดซับไฟฟ้าที่ล้นระบบ" ตรงนี้ให้ถูกนำมาใช้งานจริง ทำให้มีตัวหารเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ค่าพร้อมจ่าย (AP) ในบิลค่าไฟของประชาชนลงโดยอัตโนมัติ!
ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์: ปรับแผนพลังงานแห่งชาติ (PDP) และแยกกระเป๋าค่าไฟ
เราไม่สามารถเอาตำราและการคำนวณแผนพลังงานปี 2561 มาใช้บริหารประเทศภายใต้สถานการณ์ปี 2569 ได้อีกต่อไป แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) และโครงสร้างราคาต้องถูกสังคายนาใหม่ทั้งหมดภายใต้ 3 เสาหลักนี้ครับ:
จับแยกประเภทกลุ่มผู้ใช้ไฟให้เด็ดขาด (โครงสร้างประเภท 9): สอดรับกับแนวคิดของ รมว.ขิง ที่จะแยกกลุ่ม Data Center ออกมาต่างหาก ต้องคิดราคาที่สะท้อนต้นทุนจริงในการจัดหาเชื้อเพลิง ห้ามนำมาปะปนกับไฟบ้าน และต้องล็อกเงื่อนไขว่า หากอนาคตต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพื่อรองรับกลุ่มนี้ ต้นทุนส่วนเพิ่มห้ามไหลกลับมาที่ประชาชน
ใครใช้คนนั้นจ่าย (Direct Accountability): ตัดวงจรอุบาทว์ค่าไฟทางหลวงออกจากบิลบ้าน 100% บังคับให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือ อปท. ตั้งงบประมาณจ่ายเองจากภาษีที่จัดเก็บไปแล้ว ไม่มีการหมกเม็ดในช่องความสูญเสียอีกต่อไป
กระจายอำนาจด้วยพลังงานสะอาด (Green Technology): เร่งเปลี่ยนไฟทางหลวงทั่วประเทศเป็นระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Street Light) และปลดล็อก "โซลาร์เสรี" ให้ภาคประชาชนผลิตและขายไฟคืนเข้าระบบได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อลดความเสี่ยงด้าน Supply พลังงานในอนาคต
บทสรุปจากใจนักยุทธศาสตร์สังคม
การจัดการค่าไฟทางหลวงที่ลักไก่แฝงมานับทศวรรษคือการล้างบางความไม่ถูกต้องในอดีต ส่วนการแยกประเภทค่าไฟและการคำนวณ Demand-Supply ของ Data Center ในแผน PDP ใหม่ คือการล้อมคอกเพื่อปกป้องอนาคตของคนไทย
"เพราะทุกสตางค์ในบิลค่าไฟคือหยาดเหงื่อของประชาชน การทำให้โครงสร้างราคาโปร่งใส สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และแยกแยะกลุ่มผลประโยชน์อย่างชัดเจน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเศรษฐศาสตร์พลังงาน... แต่มันคือเรื่องของ 'ความยุติธรรมทางสังคม' ที่คนไทยต้องได้รับคืนมาครับ"
คุณคิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยต้องโละแผนพลังงานเก่า แล้วจัดระเบียบโครงสร้างราคาใหม่เพื่อปกป้องบิลค่าไฟบ้านของพวกเราทุกคน? มาร่วมแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
22 มิถุนายน 2569
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี