วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เฟซบุ๊ก แอปพลิเคชันยอดนิยมที่ใครหลายคนใช้ โดยเฉพาะชาวไทยที่มีอัตราการใช้สูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก ทว่าท่ามกลางความเพลิดเพลินในการไถฟีดเพื่ออัปเดตเรื่องราวในชีวิตประจำวัน สิ่งหนึ่งที่สร้างความอัศจรรย์ใจผสมปนเปไปกับความหวาดระแวงให้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก คือปรากฏการณ์ที่โฆษณาสินค้าหรือบริการต่าง ๆ มักจะโผล่ขึ้นมาบนหน้าจออย่างแม่นยำ จนทำให้เกิดความสงสัยว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่แห่งนี้กำลังแอบฟังเสียงสนทนาในชีวิตประจำวันของเราผ่านไมโครโฟนบนสมาร์ตโฟนหรือไม่
วันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกและแหวกม่านเบื้องหลังข้อสงสัยนี้ เพื่อค้นหาความจริงว่าระบบหลังบ้านของเฟซบุ๊กทำงานอย่างไร และเหตุใดโฆษณาเหล่านั้นจึงสามารถอ่านใจ เราได้ราวกับปาฏิหาริย์ โดยข้อมูลจากแวดวงเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวได้สะท้อนภาพข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
เป็นเวลานานหลายปีมาแล้วที่เว็บบอร์ดเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยข้อความที่บ่งชี้ว่า เฟซบุ๊ก ดูเหมือนจะรู้มากเกินไปเกี่ยวกับความชอบ ความต้องการ และเจตนาของผู้ใช้ หลายคนเล่าว่า พวกเขาแค่พูดถึงสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว หรืออาหารบางอย่างในไลฟ์แชทกับเพื่อน ๆ และภายในไม่กี่ชั่วโมง เฟซบุ๊กก็เต็มไปด้วยโฆษณาที่เกี่ยวข้อง สิ่งนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังแอบฟังบทสนทนาของผู้ใช้อยู่หรือไม่
ความสงสัยนี้กลับมาเป็นที่สนใจอย่างชัดเจนเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา เมื่อมีเอกสารทางการตลาดบางส่วนจากบริษัทโฆษณาชื่อดังอย่าง Cox Media Group รั่วไหลไปยังสื่อต่างประเทศ ซึ่งภายในเอกสารได้มีการแนะนำแนวคิดเรื่อง การฟังอย่างตั้งใจ โดยนำเสนอในฐานะเทคโนโลยีที่สามารถใช้ข้อมูลเสียงเพื่อสนับสนุนการโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ ข้อมูลดังกล่าวจึงกลายเป็นเชื้อไฟที่จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่าง ๆ กำลังใช้ไมโครโฟนในโทรศัพท์เพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของทั้ง เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม ได้ออกมายืนยันและปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการดักฟังผู้ใช้งานมาโดยตลอด โดยระบุไว้ในเอกสารนโยบายความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนว่า บริษัทไม่ได้มีการใช้ไมโครโฟนในโทรศัพท์เพื่อจุดประสงค์ในการแสดงโฆษณาหรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาที่แสดงบนฟีดข่าวแต่อย่างใด ซึ่งการทำงานของไมโครโฟนจะถูกเปิดใช้งานก็ต่อเมื่อผู้ใช้เป็นฝ่ายเลือกใช้งานฟีเจอร์ที่ต้องใช้เสียงโดยตรงเท่านั้น เช่น การบันทึกเสียง, การโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชัน หรือการถ่ายวิดีโอ
ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงในปี 2025 ของ อดัม มอสเซรี ซีอีโอของอินสตาแกรม ที่ได้ออกมาอธิบายถึงข้อสงสัยนี้ โดยเขาแย้งว่า Meta ไม่ได้แอบฟังผู้ใช้ และยืนยันว่าเหตุผลที่หลายคนเชื่อเช่นนั้นเป็นเพราะความสามารถในการปรับแต่งข้อมูลส่วนบุคคลของแพลตฟอร์มดิจิทัลมีความแม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะที่น่าเชื่อถือใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าเฟซบุ๊กแอบใช้ไมโครโฟนบันทึกบทสนทนาประจำวันของผู้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณา
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวต่างโต้แย้งเป็นเสียงเดียวกันว่า ในความเป็นจริงแล้ว เฟซบุ๊ก ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องลงทุนแอบฟังเสียงของผู้ใช้เลย โดยองค์กรด้านความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลอย่าง Electronic Frontier Foundation ได้เปิดเผยข้อมูลว่า แพลตฟอร์มอย่าง เฟซบุ๊ก ครอบครองข้อมูลจำนวนมหาศาลเกี่ยวกับพฤติกรรมออนไลน์ของผู้ใช้อยู่แล้ว ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้ประกอบไปด้วย พฤติกรรมการกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ รวมถึงประวัติการโต้ตอบกับโฆษณาต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดีย ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ผู้ใช้เดินทางไป และข้อมูลเชิงลึกของตัวอุปกรณ์สมาร์ตโฟนที่ใช้งาน และเว็บไซต์ภายนอกหรือแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่มีการผสานรวมเครื่องมือติดตาม เช่น Meta Pixel เอาไว้
ซึ่งแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่เช่นนี้ ระบบอัลกอริทึมการโฆษณาจึงสามารถนำมาประมวลผล เพื่อสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้โดยละเอียด และสามารถคาดการณ์ความต้องการหรือความชอบในอนาคตได้อย่างแม่นยำพอสมควร สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า Facebook กำลังอ่านใจหรือแอบฟังบทสนทนาในชีวิตจริง แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่แสดงว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวใช้ไมโครโฟนเพื่อทำเช่นนั้นจริง ๆ
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ถึงกระนั้นก็ตามเพื่อความสบายใจและความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยยังคงออกคำแนะนำให้ผู้ใช้สมาร์ตโฟนทุกคน หมั่นตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงแอปพลิเคชัน บนโทรศัพท์ของตนเองเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิ์ในการเข้าถึงไมโครโฟน กล้องถ่ายภาพ และตำแหน่งที่ตั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเก็บรวบรวมข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์จากแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในเครื่อง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก soha.vn, Electronic Frontier Foundation, Cox Media Group
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี