กลายเป็นกระแสฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อ นพ.สุนทร (หมอกระดูกและข้อ) แพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถ่ายทอดประสบการณ์สุดระทึกในห้องผ่าตัด ที่ต้องปะทะกันระหว่าง #ไสยศาสตร์ vs #แพทยศาสตร์และพยาบาลศาสตร์ หลังร่วมมือกับทีมสูตินรีแพทย์ ผ่าตัดนำสิ่งแปลกปลอมขนาดมหึมาลักษณะคล้ายก้อนหิน ออกจากช่องคลอดของผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งโยงใยไปถึงพิธีกรรมทำของทางฝั่งอินโดนีเซีย
3 ปีแห่งความทรมาน: อาการป่วยปริศนาที่หาสาเหตุไม่ได้
ผู้ป่วยหญิงรายนี้อายุประมาณ 47 ปี เดินทางเข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังมานานกว่า 3 ปี มีอาการปัสสาวะแล้วหน่วงท้องน้อยอย่างรุนแรง ตลอดจนมีตกขาวผิดปกติ โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจังหวัดแห่งหนึ่ง และได้รับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพิ่มเติม

ขอบคุณภาพจาก หมอสุนทร กระดูกและข้อ หาดใหญ่
ผลการตรวจทำเอาคณะแพทย์ต้องตกตะลึง เมื่อพบสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ในช่องคลอด มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-12 เซนติเมตร รูปร่างไม่แน่นอน แต่โครงสร้างภายในคล้าย "เกือกม้า" โรงพยาบาลต้นทางจึงตัดสินใจส่งตัวผู้ป่วยด่วนมายังโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ที่มีความพร้อมมากกว่า
เปิดแผนผ่าตัดสุดเสี่ยง เนื้อเยื่อพังผืดเกาะแน่นอวัยวะสำคัญ
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ ทีมคุณหมอสูตินรีเวช นำโดย นพ.โฆษิต ตันตินาม และ พญ.อัจฉราวดี พูลสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช ได้ทำการตรวจภายในซ้ำ และพบว่าสิ่งแปลกปลอมนั้นมีความแข็งตัวเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่มาก จึงได้ประสานหมอกระดูก (นพ.สุนทร) เข้าร่วมประเมินเพื่อหาวิธีสกัดหินดังกล่าวในห้องผ่าตัด

ขอบคุณภาพจาก หมอสุนทร กระดูกและข้อ หาดใหญ่
ปรับแผนนาทีวิกฤต: ตอนแรกทีมแพทย์ตั้งใจจะสกัดก้อนหินออกทีละนิดแล้วคีบผ่านทางช่องคลอด แต่เมื่อประเมินความแข็ง ขนาด และรูปทรงแล้ว หมอกระดูกเห็นว่าไม่สามารถเอาออกทางช่องคลอดได้หมด และอาจทิ้งเศษซากปนเปื้อนไว้ จึงตัดสินใจร่วมกับทีมสูตินรีแพทย์ เปลี่ยนแผนเป็น "ผ่าตัดเปิดจากด้านบน (ช่องท้อง)"
การผ่าตัดเป็นไปอย่างยากลำบากและเสี่ยงอันตรายสูง เนื่องจากทีมสูตินรีแพทย์ต้องตัดมดลูก เปิดช่องคลอดบางส่วน และเลาะเนื้อเยื่อพังผืดที่เกาะแน่นผ่านทางช่องคลอดและผนังช่องท้องด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่ติดกับอวัยวะสำคัญอย่าง ลำไส้ใหญ่และท่อไต
นาทีชีวิต... สวดมนต์ในใจก่อนก้อนหินหลุด
นพ.สุนทร เผยว่า ช่วงนาทีที่กำลังจะเลาะก้อนหินหลุดออกมา บรรยากาศในห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความเข้มข้น จนทีมแพทย์ต้องขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสวดมนต์ในใจ โดย พญ.อัจฉราวดี ได้ตั้งจิตสวดมนต์ ขณะที่ นพ.สุนทร นึกถึง บารมีหลวงปู่ทวด และเจ้าพ่อเสือ จนกระทั่งสามารถนำก้อนวัตถุประหลาดนั้นออกมาได้สำเร็จในที่สุด พร้อมติดแฮชแท็ก #ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
.png)
ขอบคุณภาพจาก หมอสุนทร กระดูกและข้อ หาดใหญ่
ผงะ! กะเทาะหินเจอ "น้ำโคลนเน่า-ลูกปัดเสน่ห์" คลุ้งทั่วห้องผ่าตัด
หลังนำก้อนหินขนาดยักษ์ออกมาได้ แพทย์ได้ทำการสกัดก้อนดังกล่าวออกดูเนื่องจากภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชี้ว่ามีโครงสร้างบางอย่างอยู่ด้านใน ลักษณะเป็นวงกลมและมีเม็ดกลมทึบแสง
เมื่อกะเทาะเปลือกนอกที่แข็งเหมือนหินออก ทีมแพทย์ถึงกับผงะเมื่อพบว่าภายในบรรจุน้ำและส่วนประกอบคล้ายโคลน มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงฟุ้งกระจายไปทั่วห้องผ่าตัด และเมื่อคุ้ยหาชิ้นส่วนภายในเพิ่มเติม ก็ต้องตะลึงซ้ำเมื่อพบวัตถุทางไสยศาสตร์ ประกอบด้วย
การตัดสินใจที่ถูกต้อง (Great Decision Making)
นพ.สุนทร ระบุว่า การตัดสินใจผ่าตัดเปิดช่องท้องแทนการทุบสกัดจากทางช่องคลอด ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะหากย่อยก้อนหินตั้งแต่แรก น้ำโคลนเน่าเสียและเศษสิ่งแปลกปลอมด้านใน จะต้องปนเปื้อนและทำให้ช่องคลอดของผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงอย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก หมอสุนทร กระดูกและข้อ หาดใหญ่
ไขปริศนา ย้อนอดีตถูกหมอผีอินโดฯ "ทำของ" ใส่
จากการสอบถามประวัติเพิ่มเติมอย่างละเอียด พบเรื่องราวสุดช็อกว่า ผู้ป่วยเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อหลายปีก่อน และถูกหมอไสยศาสตร์ชาวอินโดนีเซีย บังคับทำของ (ทำเสน่ห์) ใส่เข้าไปในช่องคลอด ซึ่งคนไข้จำรายละเอียดเชิงลึกและวิธีการไม่ได้ชัดเจนเนื่องจากผ่านมานานมากแล้ว จนกระทั่งสารดังกล่าวจับตัวเป็นก้อนแข็งและส่งผลให้ปวดท้องเรื้อรังมานานปี
ล่าสุด มีการยืนยันรูปแบบวัตถุมงคลดังกล่าวจากข้อมูลอ้างอิงระบุว่า นี่คือพิธีกรรมทำเสน่ห์ตามความเชื่อทางอินโดนีเซียจริงๆ โดยดินโคลนที่อยู่ด้านในคาดว่าเป็นดินที่มาจาก "ป่าช้า" ส่วนลูกปัดหลากสีคือเครื่องรางมหาเสน่ห์ที่ใช้ในพิธี
ทั้งนี้ นพ.สุนทร ได้กล่าวขอบพระคุณทีมสูตินรีแพทย์ พยาบาลสูติกรรม และพยาบาลออร์โธปิดิกส์ รพ.ศูนย์หาดใหญ่ ทุกท่านที่ร่วมภารกิจสุดตื่นเต้นในชีวิตครั้งนี้ โดยหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ แพทย์ผู้รับผิดชอบได้เดินทางไปกราบไหว้เจ้าพ่อเสือเพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ทันที
(บันทึกเหตุการณ์ ณ โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่, 30 มิถุนายน 2569)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี