Logo วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ

ย้อนรอย 'ด่านเจดีย์สามองค์' จากกองหินโบราณสู่ประตูกาลเวลา

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.
Tag : ด่านเจดีย์สามองค์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ถ้าพูดถึงด่านชายแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และกลิ่นอายของสงครามในอดีต เชื่อว่าชื่อของด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน

แต่รู้ไหมครับว่า เจดีย์สีขาวองค์เล็กๆ 3 องค์ที่เราเห็นตั้งเรียงกันอยู่นี้ ในอดีตไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้ และแผ่นดินตรงนี้เคยเป็นสมรภูมิรบที่ชี้ชะตาความเป็นความตายของบ้านเมืองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน


 

ย้อนกลับไปในอดีตหลายร้อยปีก่อน บริเวณนี้ยังไม่มีเจดีย์แบบในปัจจุบันครับ แต่มีสภาพเป็นป่าดงดิบและเป็นช่องเขาบนเทือกเขาตะนาวศรี ที่คนโบราณเรียกกันว่า ช่องสามองค์

          ความน่าสนใจคือ ในยุคแรกเริ่ม ที่นี่เป็นเส้นทางหลักที่พ่อค้า พระสงฆ์ และผู้คนใช้เดินทางข้ามไปมาระหว่างไทยกับพม่า เวลาใครจะเดินผ่านช่องเขานี้ ทุกคนจะเก็บก้อนหินคนละก้อนสองก้อน เอามาวางกองรวมกันไว้จนกลายเป็นกองหินขนาดใหญ่ 3 กอง เพื่ออะไรน่ะเหรอครับ ก็เพื่อกราบไหว้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเจ้าป่าเจ้าเขา ให้คุ้มครองพวกเขารอดชีวิตจากภัยอันตรายและสัตว์ร้ายในป่าดงดิบนั่นเอง กองหินนี้จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญตั้งแต่นั้นมา

          พอเข้าสู่ยุคกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จากเส้นทางค้าขายธรรมดาช่องสามองค์ ได้กลายสภาพเป็นสมรภูมิรบสายโหด เพราะเป็นประตูระบายกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาตีไทยมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่องเขาที่ราบเรียบ เดินทัพง่าย และลัดเข้าสู่ภาคกลางของไทยได้เร็วที่สุด

ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้เลยนะครับว่า ไม่ว่าจะเป็นสงครามคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 เสียกรุงครั้งที่ 2 หรือแม้กระทั่งสงครามเก้าทัพ ในสมัยรัชกาลที่ 1 กองทัพหลวงของพม่าต่างก็กรีธาทัพผ่านช่องสามองค์นี้ทั้งสิ้น ทหารทั้งสองฝ่ายต่างใช้กองหิน 3 กองนี้เป็นจุดสังเกตการณ์และประเมินกำลังศึก เรียกว่าแผ่นดินตรงนี้ซับน้ำตาและรอยเลือดของบรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน

กาลเวลาผ่านไป สงครามจบลง กองหินโบราณเหล่านั้นเริ่มทรุดโทรมและกระจัดกระจายไปตามธรรมชาติ จนกระทั่งในปี 2472 หรือเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีในขณะนั้น ร่วมกับพระยาสุรพันธเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และชาวบ้าน ได้ร่วมใจกันนำหินและปูนมาก่อสร้างเป็นเจดีย์ทรงมอญขนาดเล็ก 3 องค์ ครอบกองหินโบราณเอาไว้

 

การสร้างเจดีย์ในครั้งนั้น ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามครับ แต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งสันติภาพ เป็นสัญลักษณ์เตือนใจถึงความสูญเสียในอดีต และเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพและความสงบสุขของประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน

จากกองหินนำทางของคนโบราณ สู่สมรภูมิรบเก้าทัพ และกลายมาเป็นเจดีย์สามองค์ในวันนี้ ทุกครั้งที่เราได้มีโอกาสไปยืนถ่ายรูปตรงนั้น มันจึงไม่ใช่แค่ด่านชายแดนธรรมดาครับ แต่มันคือการได้ยืนอยู่บนประตูกาลเวลาที่เชื่อมโยงอดีตอันยิ่งใหญ่เอาไว้... ด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี กาญจนบุรี ครับ

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

หวดไทยกระหึ่ม! 'ไหม'ทุบมะกันลิ่วรอบ3วิมเบิลดัน-รับแล้ว8ล้าน

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ เฝ้าฯกราบบังคมทูลลา

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาส คณะนักเรียนโอลิมปิกวิชาการ ปี 2569 เฝ้าฯ

ศึกงบฯ 70! 'ภราดร' ลั่นรัฐบาลชุดนี้จะจัดสรรงบให้ดู 'ชัยชนะ' ซัดกลับ อย่าใช้การกระจายอำนาจเป็นแค่วาทกรรม

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved