เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี ทนายความเข้าเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 กรณีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา โดยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569
ฟ้าแจ้งข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า เขาจะเริ่มอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวของตนเอง หลังจากในช่วงเข้าเรือนจำเมื่อเดือนมีนาคม 2569 เขาได้อดอาหารไปเป็นเวลา 10 วัน โดยครั้งนั้น เขาเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดทั้งหมด และในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา มีความพยายามยื่นประกันฟ้าไปทั้งหมด 4 ครั้ง แต่ศาลฎีกายังคงไม่อนุญาต
ฟ้าเดินมาที่ห้องเยี่ยมพร้อมถือสมุดมาด้วย 2 เล่ม เขาสวมเสื้อสีขาว และกางเกงขาสั้นสีดำ สวมแว่นตา และสีหน้ายังดูปกติ ฟ้าแจ้งว่าได้เริ่มต้นอดอาหารอีกครั้งในวันนี้ หลังจากเตรียมตัวมาระยะหนึ่ง โดยยังดื่มน้ำ นม หรือกาแฟ แต่เริ่มงดอาหารแล้ว ขณะนี้เพิ่งเริ่มใหม่ ร่างกายเลยยังทรง ๆ แต่จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ถ้าอดไประยะหนึ่งแล้ว ร่างกายจะทำอะไรช้าลง คิดอะไรช้าลง และเขาประเมินว่าหลังจากถูกคุมขังมาหลายเดือน ทำให้น้ำหนักลดลงไปมาก เลยยังไม่รู้ว่าร่างกายจะทรุดไปเร็วแค่ไหน
ฟ้ากล่าวถึงข้อเรียกร้องในการอดอาหารในครั้งนี้ ว่าเขาเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวของตัวเอง และสิทธิในความเป็นลูก ที่อยากออกไปดูแลคุณพ่อ เขาย้ำเรื่องที่ป๊าเป็นโรคพาร์กินสัน และนำไปสู่อาการอัลไซเมอร์ ภาวะต่าง ๆ เริ่มหลุดลอยไปเรื่อย ๆ ขณะที่คุณแม่ก็มีอาการซึมเศร้า
“อยากขอใช้สิทธิ์ไปดูแลบิดามารดา อยากขอใช้สิทธิ์ในการต่อสู้ตามหลักกระบวนการยุติธรรม อยากขอใช้สิทธิ์การประกันตัว เพื่อขอออกไปบรรเทาโทษ” ฟ้าเอ่ยถึงเป้าประสงค์ของตัวเอง
ฟ้าบรรยายความรู้สึกเหนื่อยล้า หลังถูกคุมขังเข้าเดือนที่ 4 เขาพยายามยืนหยัดต่อสู้ และตัดสินใจจะลองอดอาหารอีกครั้ง เขายืนยันว่าไม่ได้ทำด้วยความเครียด หรือเศร้า แต่ทำด้วยความรู้สึกว่าจะสู้ อย่างน้อยเขามองว่าตัวเองควรได้รับการประกันตัวออกไปในชั้นฎีกาก่อน
ฟ้าบอกว่าเขาพยายามตัดสินใจอยู่หลาย ๆ ครั้ง ครั้งนี้อะไรหลายอย่างในตัว บอกว่าไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ฟ้ารู้ว่าพระอาทิตย์มีขึ้น มีตก และคิดว่าตัวเองไม่ได้ผิดถึงขนาดที่กฎหมายจะต้องทำร้ายกันขนาดนี้
เขายังฝากบทกลอนสื่อสารในการเริ่มอดอาหารอีกครั้ง
“รวิเมื่อลับไพรหาดแล้วกลับคืน
ชีพเมื่อสิ้นดับสูญ สูญสิ้น
ยังแต่ดีชั่ว สถิตพื้น ฉมา
ข้าแม้ชีพ แดดิ้น ฝากไว้ซึ่งคุณ”
จากนั้น ฟ้าได้เอ่ยถึงสถานการณ์ภายนอก โดยทราบจากคนข้างในว่า พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้ผ่านชั้นวุฒิสภาแล้ว ร่างนี้ไม่รวมคดีมาตรา 112 แต่ก็คงมีคนบางส่วนได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ, กปปส. หรือคนเสื้อแดงบางส่วน แต่ฟ้าเห็นว่าการทำเช่นนี้ ก็ไม่ใช่การสร้างสรรค์สังคมอย่างแท้จริง มิใช่การแก้ปัญหาจากต้นเหตุ หากมองย้อนกลับไปถึงต้นตอของความขัดแย้งเหล่านี้ อาจจะต้องมองย้อนกลับไปถึง 20 ปี ต้องมีการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ตลอดทั้งทบทวนถึงคดีมาตรา 112 ด้วย
ฟ้ายังเล่าว่าอยู่ข้างในนี้ก็ได้ดูซีรีส์ “ทนายปีศาจ” แล้ว เขาได้เห็นหลายประเด็นที่ซีรีส์นี้ตั้งใจนำเสนอ ทั้งเรื่องการถูกอุ้มหาย, การใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน, ปัญหาการประมง, ศาลที่ไม่เป็นศาล และผู้พิพากษาที่ไม่เป็นผู้พิพากษา หรือคำถามเกี่ยวกับการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งส่งผลต่อความเป็นกลางและความเป็นอิสระ
ฟ้ายังฝากเรื่องของการรักษาฟันของเขา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาใส่เหล็กจัดฟันเพื่อแก้ปัญหาฟันล้ม และต้องมีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถดูแลได้ โดยไม่รู้ว่าจะสามารถทำหนังสือให้ไปรักษาที่คลินิกเดิมได้หรือไม่ หรือไปที่โรงพยาบาล
สุดท้าย ฟ้าได้เอ่ยไว้ด้วยว่า ด้วยความรักและความหวังของทุกคน จะเป็นความกล้าหาญให้ฟ้าต่อสู้ต่อไปไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เชื่อว่ามีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์และเชื่อว่าความเมตตาจะเป็นดั่งเช่นสายฝนที่ตกลงบนโลก ยังให้สรรพสิ่งบนโลกงอกงามต่อไป
ทั้งนี้ “ฟ้า พรหมศร” ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569 หลังศาลฎีกาไม่ให้ประกันตัวระหว่างฎีกา ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 ซึ่งถูกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน โดยมีความพยายามยื่นขอประกันตัวมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง.