วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ที่นอนคือพื้นที่แห่งความสุขที่ใครหลายคนใช้จัดเต็มอยู่ทุกเช้าค่ำ เป็นทั้งที่เอนหลังนอนหลับพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าหลังโหมงานมาทั้งวัน หรือบางครั้งก็ใช้ทำกิจกรรมชิล ๆ อย่างการนอนดูทีวีหรือยกมือถือหรือแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมาดูหนังบ้างดูซีรีส์บ้างด้วยความเพลิดเพลินใจ แต่ด้วยความเคยชินหลายครั้งเราก็นำอาหาร เครื่องดื่ม และขนมคบเคี้ยวขึ้นมารับประทานบนเตียงนอน จนอาจพลาดเผลอทำหกลงบนที่นอนจนเกิดเป็นคราบฝังแน่นกวนใจ แถมในแต่ละวันชีวิตของคนเรานั้นต้องอยู่บนที่นอนยาวนานถึง 6-8 ชั่วโมง ทำให้หนีไม่พ้นคราบเหงื่อไคลและเซลล์ผิวหนังที่หลุดลอกออกมาตามธรรมชาติ รวมไปถึงฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศและไรฝุ่นตัวร้ายที่พร้อมจะก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคโดยที่เราไม่รู้ตัว
ซึ่งในวันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ มีวิธีการทำความสะอาดที่นอนแบบจัดเต็ม ทั้งขั้นตอนการเคลียร์ให้สะอาดหมดจด และเคล็ดลับการจัดการกับสารพัดคราบฝังแน่นมาฝากกันครับ
ขั้นตอนที่ 1 ถอดชิ้นส่วนเครื่องนอนออกไปซัก
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
เริ่มแรกดันด้วยเการเคลียร์สิ่งของตกแต่งและหมอนออกจากที่นอนให้หมด ถอดปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าปูที่นอนรัดมุม รวมถึงผ้าคลุมที่นอนออก หากใช้ผ้านวมให้ถอดปลอกผ้านวมแยกออกมา จากนั้นนำเครื่องนอนทั้งหมดไปซักด้วยเครื่องซักผ้าในขณะที่เรากำลังทำความสะอาดที่นอน และควรเช็กสัญลักษณ์ฉลากการดูแลรักษาผ้า โดยแนะนำให้ใช้น้ำร้อนที่สุดและตั้งค่าเครื่องอบผ้าให้ร้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยฆ่าแบคทีเรียหรือไรฝุ่นที่ซ่อนอยู่ตามเส้นใยผ้า
ขั้นตอนที่ 2 ดูดฝุ่นรอบแรกเพื่อเปิดพื้นผิว
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดที่นอนอย่างละเอียดเพื่อกำจัดฝุ่นละออง เซลล์ผิวหนัง เส้นผม และไรฝุ่นต่าง ๆ แนะนำให้ใช้หัวแปรงขนาดใหญ่ดูดบริเวณด้านบนของที่นอนก่อน จากนั้นเปลี่ยนเป็นหัวดูดสำหรับเบาะหรือหัวดูดตามซอกมุมแคบ ๆ เพื่อลากผ่านตามรอยแตก รอยต่อ ขอบ ขอบท่อ รวมถึงด้านข้างและมุมของที่นอนอย่างละเอียด ก่อนเริ่มงานอย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าหัวดูดฝุ่นสะอาดหมดจดแล้วด้วยครับ
ขั้นตอนที่ 3 พ่นไอน้ำกำจัดไรฝุ่น
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
หากเราสงสัยว่าที่นอนของตนเองนั้นเริ่มมีไรฝุ่นสะสม เราสามารถใช้เครื่องทำความสะอาดไอน้ำมาช่วยได้ วิธีการคือให้ถือหัวพ่นไอน้ำไว้เหนือพื้นผิวที่นอนโดยไม่ต้องให้หน้าสัมผัสโดนเนื้อผ้าโดยตรง ใช้การลากมือเป็นเส้นยาว ๆ ช้า ๆ ให้ทั่วพื้นผิว ขยับมือไปเรื่อย ๆ ห้ามจี้เน้นที่จุดใดจุดหนึ่งนานเกินไปเพราะจะทำให้ที่นอนชื้นและเปียกมากเกินไป โดยต้องเช็กฉลากที่นอนก่อนเสมอว่ารองรับการสตรีมไอน้ำหรือไม่ โดยมองหาสัญลักษณ์รูปเตารีดที่มีเส้นลากลงมาด้านล่าง หากมีเครื่องหมาย X ทับอยู่ ห้ามใช้ไอน้ำเด็ดขาด และเมื่อพ่นเสร็จต้องปล่อยให้แห้งสนิทก่อนเริ่มขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 4 โรยเบกกิ้งโซดาดูดซับกลิ่นและความชื้น
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
เทเบกกิ้งโซดาลงบนตะแกรงแล้วนำไปร่อนโรยให้ทั่วพื้นผิวที่นอน ซึ่งเจ้าเบกกิ้งโซดาจะช่วยขจัดกลิ่นอับและดูดซับความชื้นตามธรรมชาติได้ดีเยี่ยม หากอยากให้มีกลิ่นหอมสดชื่น สามารถหยดน้ำมันหอมระเหยที่ชอบลงไปผสมกับเบกกิ้งโซดาประมาณ 5 หยดก่อนนำไปโรยได้ครับ ทิ้งเบกกิ้งโซดาไว้บนที่นอนอย่างน้อย 30 นาที แต่ถ้ามีเวลาแนะนำให้ทิ้งไว้หลายชั่วโมง ยิ่งทิ้งไว้นานประสิทธิภาพในการสลายกรดและดูดซับของเหลวจากการเช็ดคราบจะยิ่งดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 5 ดูดฝุ่นรอบสองเก็บงาน
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
เมื่อเบกกิ้งโซดาเซ็ตตัวและทำหน้าที่ดูดสิ่งสกปรกเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นมาดูดสารที่เป็นกรด กลิ่น และความชื้นที่ถูกดูดซับไว้ออกให้หมด โดยใช้หัวแปรงดูดด้านบน และใช้หัวดูดซอกมุมแบบยาวเก็บงานตามรอยต่อและขอบเตียงอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 6 ระบายอากาศและผึ่งให้แห้งสนิท
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ความชื้นที่หลงเหลืออยู่ภายในที่นอนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราซึ่งรักษายากมาก หลังจากทำความสะอาดเสร็จจึงควรเปิดหน้าต่างในห้องเพื่อให้อากาศถ่ายเท หรือใช้พัดลมช่วยเป่า นอกจากนี้การเปิดผ้าม่านให้รังสียูวีจากแสงแดดส่องเข้ามาถึงที่นอน จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และขจัดกลิ่นอับให้แห้งไวขึ้นได้เป็นอย่างดี
ขั้นตอนที่ 7 พลิกหรือหมุนที่นอนเพื่อความสม่ำเสมอ
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
เพื่อป้องกันไม่ให้ที่นอนยุบตัวและสึกหรอเฉพาะจุด ควรมีการพลิกหรือหมุนที่นอนทุก ๆ 3-6 เดือน และหากที่นอนสปริงแบบทั่วไปให้ทำการพลิกกลับด้านเอาด้านล่างขึ้นมานอนแทน ซึ่งหากพลิกด้านอย่าลืมดูดฝุ่นและกำจัดกลิ่นฝั่งที่สองก่อนปูผ้าด้วย แต่ถ้าหากเป็นที่นอนเมมโมรี่โฟมหรือที่นอนไฮบริด ที่นอนประเภทนี้มักมีสัดส่วนด้านบน-ล่างตายตัว ไม่ต้องพลิกคว่ำ แต่ใช้วิธีหมุนที่นอน 180 องศา สลับเอาฝั่งหัวเตียงไปไว้ที่ปลายเท้าแทน
ขั้นตอนที่ 8 ทำความสะอาดโครงเตียง
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ในระหว่างที่รอให้ที่นอนแห้งสนิทให้ย้ายที่นอนออกไปวางในที่โล่งก่อน จากนั้นหันมาทำความสะอาดโครงเตียง ซึ่งโครงเตียงไม้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเศษสกปรกออก แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้บวมหรือเสียหายจากน้ำ แต่ถ้าหากเป็นโครงเตียงโลหะหรือวัสดุอื่น ๆ หลีกเลี่ยงการเอาน้ำสาดโดยตรง ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดคราบฝุ่นก่อน แล้วตามด้วยผ้าแห้งอีกรอบ
ขั้นตอนที่ 9 ประกอบเครื่องนอนคืนค่าเดิม
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ก่อนจะทำการปูเตียงใหม่ให้ลองเอามือสัมผัสเนื้อที่นอนดูก่อนว่ายังมีความชื้นอยู่ไหม หากเราปูผ้าทับทั้งที่ยังชื้นจะทำให้เกิดราขึ้นด้านในทันที เมื่อมั่นใจว่าแห้งสนิทแล้ว ให้วางที่นอนกลับเข้าโครงเตียง ใส่ผ้าคลุมป้องกันที่นอน ตามด้วยการปูผ้าปูที่นอนรัดมุม ผ้าปูผืนบน นำหมอนใส่ปลอก และจัดวางผ้าห่มกับของตกแต่งกลับเข้าที่ให้เรียบร้อย
และถ้าหากที่นอนของคุณไม่ได้สะอาดใส แต่มีรอยเปื้อนกวนใจอยู่ ให้ใช้วิธีการแยกจัดการตามลักษณะของคราบได้ตามนี้
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
1. คราบเปียกที่เพิ่งเกิดสด ๆ ใหม่ ๆ ให้รีบเอาผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นหมาด ๆ มากดซับคราบทันที ห้ามถูหรือขัดเด็ดขาดเพราะจะยิ่งทำให้คราบซึมลึกลงไปในเส้นใยที่นอน ให้กดซับไปเรื่อย ๆ จนกว่าของเหลวจะถูกดูดขึ้นมาจนหมด
2. คราบแห้ง คราบอาหาร และเครื่องดื่มทั่วไป ให้ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3 ส่วน กับน้ำยาล้างจานเหลว 1 ส่วนลงในขวดสเปรย์ เขย่าให้เข้ากันจนเป็นฟอง ฉีดพ่นลงบนคราบแล้วเอาแปรงสีฟันเก่ามาขัดวนเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดมาซับน้ำยาออก ในส่วนของสำหรับที่นอนเมมโมรี่โฟมให้ใช้น้ำยาน้อยที่สุดเพราะโฟมไวต่อความเปียกชื้นมาก หรือจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดประเภท Oxi Clean มาเช็ดเพื่อช่วยย้อมสีเนื้อผ้าที่นอนให้กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่ก็ได้เช่นกัน
3. คราบชีวภาพทั่วไป (เหงื่อไคล, คราบไคลสะสม) แนะนำให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของเอนไซม์ เพราะเอนไซม์จะช่วยสลายโปรตีนและกำจัดกลิ่นฝังลึกได้ดี วิธีทำคือฉีดน้ำยาลงบนผ้าสะอาดแล้วเอาไปกดซับบนคราบจนชุ่ม ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นใช้ผ้าผืนเดิมซับซ้ำเพื่อดึงคราบออก แล้วปิดท้ายด้วยการเอาผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นหมาดมาซับเคลียร์ผิวอีกครั้ง
4. คราบราดำจากความชื้น หากเริ่มมีเชื้อราขึ้น ให้ใช้สบู่เหลวสูตรเข้มข้นหรือน้ำส้มสายชูขาวขัดบริเวณที่ขึ้นรา แล้วใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง จากนั้นฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วนำที่นอนไปตากแดดจัด ๆ เพื่อให้รังสีและความร้อนสลายเชื้อราให้หมดก่อนนำกลับมาใช้ แต่หากมีราขึ้นลึกและหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง แนะนำให้เปลี่ยนที่นอนใหม่จะดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสปอร์ของราขยายตัวไปภายในลึกแค่ไหนแล้ว
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
5. คราบเครื่องดื่มสีเข้ม (น้ำอัดลม, น้ำผลไม้) สารอินทรีย์ในเครื่องดื่มเหล่านี้สามารถใช้ผ้าขนหนูชุบแอลกอฮอล์ล้างแผลมาเช็ดออกได้ เพราะเอทานอลจะช่วยละลายคราบสีเหล่านี้ไม่ให้ฝังแน่นติดทน
6. คราบปัสสาวะ ให้ใช้น้ำส้มสายชูเจือจางฉีดพ่นให้ทั่วรอยเปื้อน ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดค่อย ๆ กดซับออกเบา ๆ ห้ามถูแรงป้องกันคราบกระจายกว้าง หากยังมีรอยเหลืออยู่ให้ใช้แปรงสีฟันค่อย ๆ ขัดเฉพาะจุดเล็ก ๆ แล้วใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้งสนิท
7. คราบเลือดฝังลึก หากเป็นคราบเลือดสดให้เอาผ้าชุบน้ำเย็นมาโปะทิ้งไว้ 10 นาที แล้วซับด้วยน้ำสบู่หรือสารละลายด่างล้างออกด้วยน้ำเย็น แต่ถ้าเป็นคราบเลือดแห้งกรังที่ล้างออกยาก ให้ฉีดพ่นสารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เข้มข้น 3% ขึ้นไปลงบนคราบโดยตรงจนขบวนการเคมีทำงานเกิดเป็นฟองฟู่ขึ้นมา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นแล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับให้แห้ง
8. คราบอาเจียน ให้รีบใช้ผ้าขนหนูแห้งโกยและซับของเหลวออกให้มากที่สุด จากนั้นถมเบกกิ้งโซดาลงไปหนา ๆ บนรอยเปื้อน ทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งวันเพื่อให้เบกกิ้งโซดาดึงและดูดซับของเหลวรวมถึงกลิ่นอับขึ้นมาจนแห้ง แล้วจึงใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกให้หมดก่อนนำไปผึ่งลม
9. คราบน้ำมัน ถ้าเพิ่งเปื้อนใหม่ ๆ สามารถใช้สเปรย์ซักแห้งเฉพาะจุดฉีดขจัดคราบได้ทันที แต่หากเป็นคราบน้ำมันฝังแน่นติดนาน อาจต้องใช้น้ำมันเบนซินหรือน้ำกล้วยมาแต้มสลายคราบก่อน แล้วค่อยใช้พวกสเปรย์ซักแห้งตามเก็บงานขยี้คราบอีกรอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
10. คราบปริศนาที่ไม่รู้ที่มา ให้เลือกใช้สเปรย์ผงซักฟอกที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากส้มฉีดลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นใช้ผ้าขาวเนื้อนุ่มค่อย ๆ กดซับให้ตัวน้ำยาซึมยกคราบติดขึ้นมากับผืนผ้า โดยหลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ เช่นกัน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก wikihow.com, novilla.net
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี