วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก SAKAD Scenic Trail โพสต์ข้อความไว้อาลัยต่อการจากไปของนักวิ่ง
โดยระบุว่า ทีมงานขอแสดงความเสียใจ กับการสูญเสียของนักวิ่ง
ขอร่วมไว้อาลัยและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนักวิ่ง
ขอให้ดวงวิญญาณของนักวิ่งไปสู่สุคติ
ขอให้การเดินทางครั้งสุดท้ายของท่าน เต็มไปด้วยความสงบ ด้วยความอาลัย
**ทีมงาน SAKAD Scenic Trail 2026**
ขณะเดียกวันเฟซบุ๊ก วิ่งน้อย ร้อยรูป โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ว่า วันนี้แอดขออนุญาติพูดถึงเคสสีดำ งานวิ่งเทรลดอยสะกาดนะครับ
RIP.น้องโก้ นักวิ่งเพื่อนร่วมเส้นทางดอยสะกาด ที่จากกันไปแบบไม่มีวันกลับมา และขอสแดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องโก้ มาณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เรื่องของเรื่อง น้องโก้ คงจะมีโรคประจำตัวอยู่ 06.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งออกมาได้ 2.4 กม. จากนาฬิกาแอดนะครับ ขณะที่วิ่งๆอยู่น้องเขาก็ล้มลง เป็นลมหมดสติ ช่วงนั้นทีมเราวิ่งเกาะกลุ่มกันไปข้างหลังน้องเขาพอดี กลุ่มที่เกาะกันไปคือกลุ่มสุดท้ายประมาณ 14 คน
น้องเขาอยู่ข้างหน้ากับเพื่อน 2 คน ฝนก็ตกปรอยๆตั้งแต่ปล่อยตัว ถึงจุดตรงนั้นน้องเขาล้มลงคิดว่าเกิดจากการหน้ามืดเป็นลม ล้มฟุบหน้าลง
พวกเราก็ช่วยกันกันจับน้องนอนหงายน้องตัวใหญ่น้ำหนักเยอะเลยช่วยกันหลายคน และหายาดมมาให้ดม พัดให้อากาศเคลื่อนที่เพื่อจะได้หายใจสะดวก พี่คนที่มากับน้องโก้พยามปลุกน้อง ส่วนพวกเราก็หายาดมให้ดม และเอายาหม่องน้ำทาตามมือ และนวดมือนวดเท้าให้น้องเพื่อให้เลือดลมไหลเวียน ระหว่างนี้ก็ให้น้องผู้ชาย 2 คนที่มาด้วยพยามติดต่อผู้จัดงานและติดต่อหน่วยฉุกเฉินส่วนผู้หญิงก็ให้เปลี่ยนกันนวดเท้านวดมือ
พักนึงพวกเราเห็นว่าน้องอาการไม่ดีชีพจรเริ่มอ่อนลง พี่ที่มากับน้องโก้ปั้มหัวใจรอบที่1 จนน้องร้องโฮกขึ้นมา เราก็ว่าน้องกลับมาแล้วก็หยุดปั้ม และพยามปลุกไม่ให้น้องหลับ แต่น้องก็น่าจะไม่ไหว พี่ที่มาด้วยก็เริ่มปั้มหัวใจอีก จนน้องเฮือกขึ้นมาอีก 2 ครั้ง ระหว่างรอหน่วยงานมาช่วยก็ยามปั้มหัวใจรอ เปลี่ยนกันปั้มหัวใจและเป่าปากน้อง ก็น้องก็ไม่ได้สติ จนเวลาผ่านไปตัวน้องจากซีดเริ่มคล้ำ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าหน่วยงานไหนจะมาช่วย ถามน้องคนที่ติดต่อน้องบอกว่า กำลังมา เวลาผ่านไป 38 นาที ระหว่างปั้มหัวใจรอกู้ชีพมาช่วย ชีพจรน้องไม่มีแล้วน้องหมดลมหายใจแล้ว แต่เพื่อนๆนักวิ่งก็ยังคงพยามยื้อน้องต่อ จนนาทีที่ 42 มีกู้ภัยมา 2 นายมาช่วยปั้มหัวใจต่อ แต่น้องก็ไม่กลับมาแล้ว จึงได้เอาน้องขึ้นเปล และหามขึ้นรถส่ง รพ.
ในใจแอดมินอยากถามว่า
ระยะทาง 2.4 กม. เส้นทางรถสามารถเข้ามาได้ทั้งมอไซต์และรถยนต์ ทำไมถึงต้องให้น้องนอนรอความช่วยเหลือตั้ง 42 นาที ผู้จัดงานทำไมไม่มีการ์ด ไม่มีสวิปเปอร์ กู้ภัยมามือเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ช่วยใดๆมาเลย รู้สึกผิดหวังกับผู้จัดนี้มากเลย ที่ปล่อยให้นักวิ่งต้องผจญภัยด้วยตัวเอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี