542.jpg
ทำไมต้องเลื่อนประชุม ก.กลาง? วัส ติงสมิตร ถอดรหัส ยุทธศาสตร์เซ็ตซีโร่สอบท้องถิ่น

ทำไมต้องเลื่อนประชุม ก.กลาง? วัส ติงสมิตร ถอดรหัส ยุทธศาสตร์เซ็ตซีโร่สอบท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.04 น.

23 กรกฎาคม 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า ถอดรหัสปมเลื่อนประชุม ก.กลาง: วิกฤตสอบท้องถิ่น '68 กับยุทธศาสตร์เซ็ตซีโร่บัญชีคะแนนใหม่

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการการสอบบรรจุรับราชการส่วนท้องถิ่น เมื่อ นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะเลขานุการ ก.กลาง ได้ร่อนหนังสือด่วนที่สุดขอ "เลื่อนการประชุม ก.กลาง" (ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.) ที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด


ในวันเดียวกันนั้นเอง สถ. ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุผลว่า กสถ. (คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น) ได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกและประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ หลังตรวจพบข้อผิดพลาดร้ายแรง: กระดาษคำตอบคลาดเคลื่อน คะแนนไม่ตรงความเป็นจริง และมีผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ (ภาค ก/ภาค ข) หลุดเข้าไปติดบัญชี

คำถามสำคัญที่ตามมาคือ "ทำไมต้องเลื่อนการประชุม ก.กลาง ทั้งที่ กสถ. มีมติยกเลิกไปแล้ว?" และ "กระบวนการนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?"

1. ปมขัดแย้งเชิงอำนาจ: กสถ. หรือ ก.กลาง ใครกันแน่ที่มีอำนาจยกเลิกบัญชี?

หากเรากาง ประกาศ ก.กลาง เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน พ.ศ. 2560 หมวด 8 ข้อ 30 จะเห็นโครงสร้างอำนาจที่แบ่งไว้อย่างเด็ดขาด:

• ข้อ 30 วรรคหนึ่ง: ในขั้นตอน ก่อนหรือระหว่าง ดำเนินการสอบ หากพบการทุจริตหรือความคลาดเคลื่อน กสถ. มีอำนาจระงับการสอบแข่งขัน ยกเลิกการสอบแข่งขัน หรือระงับการประกาศผลสอบแข่งขันได้

• ข้อ 30 วรรคสอง: กำหนดชัดเจนว่า หากกรณีการสอบนั้น "ได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้แล้ว" อำนาจตามวรรคหนึ่งจะ ตกเป็นของ ก.กลาง (ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.) ร่วมกัน

จุดสลบทางกฎหมาย: การที่แถลงการณ์ของ สถ. ระบุว่า "กสถ. มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกและประกาศขึ้นบัญชีใหม่" หากตีความตามตัวอักษร ย่อมเกิดข้อโต้แย้งทันทีว่า กสถ. กระทำเกินขอบเขตอำนาจ (Ultra Vires) เพราะเมื่อขึ้นบัญชีไปแล้ว อำนาจสั่งยกเลิกตามกฎหมายต้องเป็นของ ก.กลาง เท่านั้น

2. ช่องว่างเชิงโครงสร้าง (Structural Gap): ผู้ถือพยานหลักฐาน vs ผู้ทรงอำนาจ

แม้ข้อกฎหมายจะยกอำนาจให้ ก.กลาง แต่ในทางปฏิบัติกลับเกิด "ช่องว่างเชิงโครงสร้าง" ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้:

• กสถ. เป็นองค์กรเดียวที่ครอบครองพยานหลักฐานต้นทางทั้งหมด ตั้งแต่การออกข้อสอบ เก็บรักษา ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลระบบ IT

• ก.กลาง แม้จะมีอำนาจตามข้อ 30 วรรคสอง แต่ไม่ได้เป็นผู้ถือกระดาษคำตอบหรือระบบประมวลผลไว้ในมือ

ดังนั้น หาก กสถ. ยังตรวจนับและจัดทำรายงานสรุปผลคะแนนที่แท้จริงไม่เสร็จสิ้น ก.กลาง ก็ไม่สามารถเปิดประชุมเพื่อออกมติใดๆ ได้เลย เพราะหากดันทุรังประชุมโดยปราศจากข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว มตินั้นย่อมเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทันที

3. ถอดรหัสเหตุผลที่แท้จริง: ทำไมต้อง "เลื่อนการประชุม"?

เมื่อนำคำชี้แจงของ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ที่ระบุว่า "ต้องรอให้ กสถ. ทำงานเสร็จก่อน บังเอิญว่าไม่ทันวันที่ 23 ก.ค. 69 จึงต้องขยับออกไป" มาวิเคราะห์ร่วมกับหลักกฎหมาย จะพบเหตุผลซ่อนอยู่ 2 มิติหลัก:

1)การปรับทิศทางทางกฎหมาย (Procedural Correction): กสถ. อาจตระหนักแล้วว่า หาก กสถ. จะยกเลิกบัญชีเอง อาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้องเพิกถอน จึงปรับกระบวนทัศน์ให้ กสถ. ทำหน้าที่เป็นเพียง "ผู้เสนอพยานหลักฐาน/ความเห็น" แล้วย้ายอำนาจชี้ขาดในการออกประกาศยกเลิกและขึ้นบัญชีใหม่ไปให้ ก.กลาง ทั้งสาม เป็นผู้ออกมติให้ถูกต้องตามข้อ 30 วรรคสอง

2) การสร้างเกราะป้องกันในชั้นศาล (Substantive Proof): การเปลี่ยนแปลงบัญชีกระทบสิทธิของคนจำนวนมาก ทั้งผู้ที่อาจโดนตัดชื่อออกเพราะตกเกณฑ์จริง และผู้ที่ลำดับขยับขึ้น/ลง สถ. จึงต้องเตรียม Audit Trail (ประวัติตรวจสอบ) รายบุคคลให้รัดกุม 100% ก่อนนำเข้า ก.กลาง เพื่อรองรับการถูกฟ้องต่อศาลปกครองในอนาคต

4. บทเรียนจากศาลปกครองสูงสุด: การจัดสอบที่ผิดกฎหมาย = คำสั่งบรรจุแต่งตั้งเป็น "โมฆะ" แต่แรก

สำหรับผู้ที่อาจเสียประโยชน์และเตรียมฟ้องโต้แย้ง หากดูแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ. 255/2565 (ประชุมใหญ่) จะเห็นบรรทัดฐานสำคัญว่า:

หากการสอบแข่งขัน เป็นการจัดสอบที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ขั้นตอนการออกข้อสอบ การตรวจข้อสอบ และการประมวลผลคะแนน อันเป็นการจัดสอบโดยผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง แม้ต่อมาคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด (ก.ท.จ.) มีมติบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ และนายกเทศมนตรีตำบลได้อาศัยมติดังกล่าวมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเทศบาล ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของเทศบาลตำบล และคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาล ซึ่งเป็นผลมาจากประกาศดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง โดยทางกฎหมายถือเสมือนว่าไม่มีการออกคำสั่งทางปกครองนั้น (Nullity) จึงไม่จำต้องเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งพนักงานเทศบาล ดังนั้น คำสั่งเทศบาลตำบลที่สั่งให้พนักงานเทศบาลออกจากราชการจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

หมายความว่าอย่างไร?

• คนที่ติดบัญชีเดิมเพราะคะแนนคลาดเคลื่อน: ไม่ได้มีสิทธิมาตั้งแต่ต้น ทางกฎหมายถือว่าคำสั่งบรรจุนั้นเป็นโมฆะมาแต่แรก รัฐจึงสามารถยกเลิกและให้ออกจากราชการได้ทันทีโดยไม่ต้องสั่งเพิกถอนสิทธิใดๆ

• การจัดเรียงคะแนนใหม่: จึงไม่ใช่การ "ริบสิทธิ" แต่เป็นการ "คืนสิทธิที่ถูกต้องให้แก่คนที่สอบผ่านจริงโดยสุจริต" เพื่อรักษาระบบคุณธรรมของระบบราชการนั่นเอง

สรุปภาพรวมและก้าวต่อไป

การเลื่อนประชุม ก.กลาง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือการชะลอการแก้ปัญหา หากแต่เป็น "ยุทธศาสตร์บริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย (Legal Risk Management)" เพื่อปิดช่องโหว่เรื่องอำนาจตามข้อ 30 วรรคสอง และใช้เวลาเซ็ตทำพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุดก็เป็นได้

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้:

1)เมื่อ ก.กลาง เปิดประชุม มติที่ออกมาจะมีการ "เห็นชอบ" การตรวจสอบของ กสถ. เพื่อลบล้างข้อบกพร่องทางขั้นตอน (Curing the defect) หรือไม่

2) การประกาศบัญชีใหม่จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อผู้ติดบัญชีเดิมมากน้อยเพียงใด และจะมีการรวมตัวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่!

บทส่งท้าย

การสอบแข่งขันของรัฐมิใช่เป็นเพียงกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ แต่เป็นสัญญาที่รัฐให้ไว้กับประชาชนว่า "คนที่มีความรู้ความสามารถ จะได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม"

หากวันหนึ่งประชาชนเชื่อว่า คะแนนสอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ระบบคุณธรรมย่อมล่มสลาย แต่หากรัฐสามารถพิสูจน์ความจริง แก้ไขความผิดพลาด และดำเนินการทุกขั้นตอนโดยเคารพหลักนิติธรรม ความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะกลับคืนมา

ในท้ายที่สุด คดีสอบท้องถิ่นครั้งนี้ จึงมิใช่เป็นเพียงคดีทุจริตสอบ หากแต่เป็นบททดสอบว่า ประเทศไทยจะสามารถรักษา "ระบบคุณธรรม" ไว้ได้ โดยไม่ละทิ้ง "หลักนิติธรรม" หรือไม่ และบางที คำตอบของคำถามนี้ อาจสำคัญยิ่งกว่าผลการสอบของผู้เข้าสอบคนใดคนหนึ่งเสียอีก

วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
23/7/69
#สอบท้องถิ่น69 #กสถ #กกลาง #สอบท้องถิ่น #กฎหมายปกครอง #ศาลปกครองสูงสุด #สถ #กระทรวงมหาดไทย #ระบบคุณธรรม #บริหารงานบุคคลท้องถิ่น #วัสติงสมิตร

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top