วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วานนี้ 25 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์แชร์ประสบการณ์สุดช็อกหลังจากตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน หมอพร้อม แล้วพบว่ามีประวัติการเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยไปใช้บริการจริง โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "ก่อนอื่นขอเล่าว่า เห็นข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตและเรื่องสุขภาพช่วงนี้ เพื่อนเราก็คุยกันมีเพื่อนถามเออแกฉีดโควิทอะไรบ้าง เลยลองเข้าไปตรวจสอบประวัติวัคซีนในแอปหมอพร้อม ว่าวัคซีนของเรามีอะไรบ้าง และสามารถใช้บริการอะไรได้บ้าง แต่กลับต้องตกใจ เพราะพบว่ามีประวัติการเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลนึงในปทุม ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งที่ตัวเอง ไม่เคยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้แม้แต่ครั้งเดียว ที่ผ่านมาเคยมีเพียง อสม. มาตรวจอุจจาระให้ 1 ครั้ง เท่านั้น ไม่เคยเข้าพบแพทย์ ไม่เคยรับยา และไม่เคยไปรักษาที่นี่เลย แต่กลับพบว่ามีรายการใช้สิทธิ์ถึง 2 ครั้ง จึงอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้น? ใครเป็นผู้ใช้สิทธิ์การรักษาพยาบาลของเรา และข้อมูลการรักษาที่ปรากฏในระบบนั้นเป็นของใครกันแน่
ที่น่าสงสัยคือ รายละเอียดในระบบระบุส่วนสูง 164 ซม. แต่ส่วนสูงจริงของเราคือ 158 ซม. และเป็นส่วนสูงนี้มาตลอดชีวิต จึงยิ่งทำให้สงสัยว่าข้อมูลคนไข้ที่ถูกบันทึกไว้ไม่น่าจะเป็นของเรา
.jpg)
อีกเรื่องที่อยากทราบคือ หากมีการจ่ายยา โรงพยาบาลจ่ายยาให้ใคร? ใครเป็นผู้มารับยา? มีการตรวจสอบตัวตนของผู้มารับหรือไม่? เพราะเราไม่เคยไปโรงพยาบาลแห่งนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ก่อนหน้านี้เราได้ลองติดต่อ กรมบัญชีกลาง เพื่อสอบถามเรื่องนี้แล้ว แต่ได้รับคำแนะนำให้ไปหาหลักฐานมายืนยันเอง ทำให้เรื่องยืดเยื้อ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ จึงอยากมาสอบถามในกลุ่มนี้ว่า มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบเราบ้างไหม? คือมีประวัติการใช้สิทธิ์การรักษาปรากฏในระบบ ทั้งที่ไม่เคยไปใช้บริการจริง และไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนั้นเลย
หากใครเคยเจอ รบกวนแชร์ประสบการณ์หรือแนะนำวิธีดำเนินการหน่อยนะคะ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของค่าใช้จ่าย แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ์การรักษาพยาบาลและข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิ์สำคัญของประชาชนทุกคน และควรได้รับการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นผู้ใช้สิทธิ์ในชื่อของเรา."
หลังจากเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแชร์ประสบการณ์ในทำนองเดียวกันจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด เช่น
"แม่เราโดนประจำเลย(รพ.รัฐ) มีคนสวมสิทธิ์เอายาในสิทธิ์ของแม้ ทั้งๆที่ไม่ได้ไปรับยาที่รพ. รพ.บอกว่าระบบผิดพลาด แต่ผิดพลาดเรื่อยๆ 3-4 ครั้งอ่ะนะ ไม่นับรวมคนที่ไม่เช็คสิทธิ์แบบเรา"
"เอาจริงในฐานะคนในวงการแพทย์ ที่เห็นเป็นบริการเชิงรุก พวกนี้เบิกเงินสปสช. ได้ มีสิทธิเป็นการคีย์เอาผลงาน (หรือแม้แต่เอาเงิน) ของหน่วยงาน"
"เคยเจอค่ะ โดนว่าตรวจเจอมะเร็ง 2รอบ เราโทรไปแจ้ง สปสช เค้าก็ให้โทรเข้า รพ.ที่ระบุทำการรักษา ซึ่งเราไม่เคยรักษาไม่เคยใช้ทะเบียนบ้านที่นั่น และไม่ได้เป็น เรากล้าพูดเลยว่าในประเทศไทย มีชื่อและนามสกุลเราคนเดียว เราโทรกลับไปแจ้งทางรพ.ที่ระบุไว้อีกรอบพร้อมกับยืนยันว่าจะดำเนินคดีหากไม่ลบข้อมูล อีกวันหายไปแล้วค่ะ และไม่ได้รับการขอโทษแต่อย่างใดหรือเยียวยาใดๆทั้งสิ้นค่ะ"
"ของเราโรงพยาบาลไม่ยอมลบข้อมูลอ่ะ แถมอสม.โทรมาด่าเราด้วย ขนาดเราเป็นเภสัชกรร้านยานะเนี่ย บังเอิญไปทำฟันที่คลินิกโดยใช้สิทธิ์ทำฟรีของสปสช. แล้วไม่รู้อะไรดลใจอยากเช็คในระบบ พอกดเข้าไปเจอเลยว่าไปรับบริการที่โรงพยาบาลประจำอำเภอแถวบ้าน ทั้งที่บัตรประชาชานก็อยู่ที่เรา เราไม่เคยไปโรงพยาบาล วันเกิดเหตุเราก็ทำงานอยู่ร้านยารักษาคนไข้ปกติตลอดทั้งวัน แต่เคสเราโชคร้ายที่พ่อกับแม่ไม่ยอมให้เอาเรื่อง ไม่ยอมให้เราแจ้งสปสช"
.jpg)
.jpg)

.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี