Logo วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
เบื้องหลังที่หลายคนไม่เคยรู้! อดีตบิ๊กศรภ. เล่าเรื่อง รัชกาลที่ 10  ทรงงานแบบ ปิดทองหลังพระ

เบื้องหลังที่หลายคนไม่เคยรู้! อดีตบิ๊กศรภ. เล่าเรื่อง รัชกาลที่ 10 ทรงงานแบบ ปิดทองหลังพระ

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.27 น.
Tag : นันทเดชเมฆสวัสดิ์ ปิดทองหลังพระ ในหลวงรัชกาลที่10 รัชกาลที่10
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 พล.ท.นันทเดช  เมฆสวัสดิ์  อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า บนแผ่นดินรัชกาลที่ 10 

มีเรื่องราวหลายสิบเรื่องเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 10  ที่พวกเราคนไทยเข้าใจกันคลุมเครืออยู่ ผมจึงขอนำพระราชกรณียกิจมาเล่าสู่กันฟัง  เฉพาะเรื่องที่ผมพอจะมีความรู้อยู่บ้าง เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกันครับ โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านทรงงาน “ แบบปิดทองหลังพระ ”


นอกจาก กรณีที่ พระองค์มักไปทรงงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนอยู่เบื้องหลังในพื้นที่เขตอิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยมาหลายครั้งแล้ว    ในช่วงสงครามภายในกัมพูชา ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตัังแต่ปี 2512 ยาวไปถึงปี 2536  ซึ่งนับเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงมากที่สุดในโลก เหตุการณ์หนึ่ง  เพราะทำให้มีประชาชนกัมพูชาเสียชีวิตกว่า 2 ล้านคน มีการอพยพลี้ภัยสงคราม เข้ามาในประเทศไทยหลายแสนคน โดยเฉพาะ ในช่วงที่เขมรแดงเข้ายึดกัมพูชา  และ ระยะ ที่เวียตนามได้เข้าโจมตีเขมรแดงต่ออีก การแตกพ่ายจากทุกสงครามและความขัดแย้งภายในกัมพูชา ราษฎรกัมพูชาจะหลบหนีมาอยู่ตามแนวชายแดนไทย สร้างภาระมากมายให้กับกองทัพไทย ที่นอกจากจะต้องปะทะกับทหารเวียตนามแล้ว ยังต้องดูแลประชาชนเขมรที่มีสภาพน่าสงสารมาก  เเต่เรื่องก็เบาบางลงเมื่อพระราชวงศ์ระดับสูงของไทยเสี่ยงภัยเข้าไปดูแลด้านโรคภัย และ ความอดอยากของราษฎรเขมร อย่างจริงจัง

ในหลวง ร.10 ซึงขณะนั้นถือได้ว่าเป็นเสาหลักของราชวงศ์ไหย ได้เข้ามาทรงงานอยู่ในพื้นที่แบบเงียบๆด้วย นับว่าเป็นการเสี่ยงต่อการถูกลอบทำร้ายของสายลับต่างชาติ ซึ่งแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้อพยพเป็นอย่างมาก  

หลังจากนั้นพระองค์ทรงเข้าศึกษาหลักสูตรทางการบินทุกชนิดทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2519 จนถึง 2547 จนสำเร็จทุกหลักสูตร สามารถขับเครื่องบินทุกประเภทได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลปรากฏตามที่พวกเรารู้เห็นกันอยู่ ดังนั้น การใช้เวลาศึกษาเครื่องบินทุกชนิดดังกล่าวนี้ พร้อมกับการทรงงานอื่นๆควบคู่ไปด้วยอีกหลากหลายรูปแบบ นั้นพอที่จะบอกได้ว่า  “พระองค์ ทรงมีขัตติยะมานะ  ทรงพระปรีชาสามารถ และ มีจิตใจในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา 

ในเรื่องทรงพระปรีชาสามารถ นั้น ผมจะเล่าให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่เจอมาด้วยตัวเองครับ ในช่วงปี 2547 นั้น  เป็นระยะเวลาที่เกิดความรุนแรงทางจังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถวายรายงานแก่ในหลวง  ร.10 เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อเล่าถึงสถานการณ์ และสาเหตุของการเกิดความรุนแรงดังกล่าว โดยมีองคมนตรีอีก 2 ท่านร่วมรับฟังอยู่ด้วยเท่านั้น (พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ และ นายกำธน สินธวนนท์)  

ผมได้ถวายรายงานตามเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคลมากนัก ในหลวง ร.10 ทรงฟังจนจบ ท่านก็มีรับสั่งให้ผมเล่าใหม่  ทีนี้ผมจึงเล่าอย่างละเอียด ท่านก็มีพระราชดำรัสซักถามลงไปในรายละเอียด  ซึ่งคำถามในบางเรื่องของพระองค์ทำผมอึ้งแบบนึกไม่ถึง  ท้ายสุดท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่า “ เรื่องนี้น่าจะไปกันอีกยาว ” ซึ่งปัจจุบันมันก็ยาวจริงๆครับ 

ส่วนเรื่องที่มีการวิพากวิจารณ์อย่างเสียหายต่อพระองค์ท่านนั้น  ล้วนแต่ไม่มีมูลความจริง ซึ่งผู้ที่วิพากวิจารณ์นั้น บ่อยครั้งที่ได้รับข่าวสารเพียงครึ่งเดียว  ก็จิตนาการต่อกันไปเอง หรือจงใจจะให้ร้ายพระองค์ท่าน  ซึ่งพระองค์ก็ทรงวางเฉย ด้วยพระเมตตาต่อราษฎรของพระองค์  ไม่เคยตำหนิหรือทักท้วงใดๆ    ดังเช่น มีเรื่องหนึ่ง ที่คิดว่าทุกคนคงจะจำกันได้    คือ  การกล่าวหาว่าพระองค์ว่า ทรงเก็บเงินรายหัวในการพระราชทานปริญญาบัตร ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งมีถึง 38 แห่ง ตอนนั้น ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ พิทักษ์และติดตามปัญหาทางกฏหมายที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ของ สนช.และต่อเนื่องมาถึงวุฒิสภา   ผมไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ  จึงเชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งมาประชุม  เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้  พบว่า มีการเก็บเงินผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาจริง แต่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับงานธุรการ ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษา ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก แต่ส่วนที่ถวายให้พระองค์ท่านนั้น  เป็นเงินของมหาวิทยาลัยเอง ซึ่งเมื่อพระองค์รับไว้ก็ส่งต่อไปให้ประธานจัดงานทันที เพื่อนำไปสมทบกองทุนมูลนิธิคุรุปถัมภ์ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร เพื่อใช้เป็นสวัสดิการครูในวาระต่างๆ ผมจึงแนะนำ กลุ่มอธิการบดีว่า “คราวหน้า ต้องแจกแจงให้ผู้เข้ารับปริญญาบัตรทุกคนทราบว่าเงินที่เก็บไปนั้น นำไปใช้อะไรบ้าง” ส่วน “เงินที่นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายนั้นเป็นเงินของมหาวิทยาลัยราชภัฏเอง เป็นคนละส่วนกัน” 

ตั้งแต่นั้นมาการนำเรื่องนี้มาโจมตีก็หายไป 

เรื่องการทรงงานปิดทองหลังพระของในหลวง ร.10 ยังมีอีกหลายเรื่องครับ จะนำมาเล่าให้ฟังอีกในวันที่28 ก.ค.ในปีหน้าครับ 
ทรงพระเจริญ 
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
28 กรกฎาคม 2569 
—————————————- 
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ 
ข้าพระพุทธเจ้า พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์  และครอบครัว 
พร้อมกับกลุ่มเพื่อนในสังคมโซเชียล

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

ด่วน! กลุ่มฮูตี ยิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯในทะเลแดง ท้าทายอำนาจรัฐบาลริยาด

พาณิชย์จับมือ 130 ค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่น เปิดตัว ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ ลดค่าครองชีพสูงสุด 60%

อดีตผู้พิพากษาจับเท็จพีอาร์ กกต. อย่าอ้างแค่นั่งตรวจเอกสาร ที่พิจารณาเฉพาะเท่าที่ส่งมาถึงมือ

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved