วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569
วานนี้ 31 กรกฎาคม 2569 ตี๋ นพ อินฟลูการเมืองชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 4.4 แสนคน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tee Nop เพื่อตีแผ่ข้อมูลการลงทุนในไทยที่สวนกระแสข่าวลือ โดยมีข้อความว่า "จริงๆ แล้ว... ไทยไม่ได้พึ่งแค่ทุนจีนนะฮะ จะบ้ากันไปถึงไหน ชาติยักษ์ใหญ่อื่นๆ ก็ยังแห่ลงทุนต่อเนื่อง ช่วงนี้ พากันท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง "ไทยโดนทุนจีนยึด" หรือ "นักลงทุนชาติอื่นหนีหมดแล้ว" ใช่ไหมครับ? แต่ถ้าเราลองดูข้อมูลลงทุนจริงๆ ตลอดปี 2569 แบบที่ไม่นับรวมฝั่งจีนเลย จะเห็นภาพที่ต่างออกไปสิ้นเชิงเลยครับ! บรรดาบิ๊กเนมจากญี่ปุ่น สหรัฐฯ ไต้หวัน สิงคโปร์ และยุโรป เขายังเดินหน้าเทเงินลงทุนในไทยกันรัวๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อย่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV), เซมิคอนดักเตอร์, ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI ผมลองสรุปไฮไลต์เด็ดๆ แต่ละประเทศมาให้คุณดู
ญี่ปุ่น : Mitsubishi Motors ควักเงินเพิ่มอีกราวๆ 16,000 ล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยี EV ยืนยันใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกยาวๆ ไปจนถึงปี 2573 ไต้หวัน Delta Electronics ทุ่มอีก 3,200 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่ที่บางปู เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับตลาดโลก สหรัฐอเมริกา Analog Devices (ADI) ลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ไปกว่า 19,000 ล้านบาท Seagate กับ Western Digital ก็ยังใช้ไทยเป็นฐานผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหลักของโลก บิ๊กเทคอย่าง Google, Microsoft และ AWS ก็ยังลุยสร้างโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในไทยต่อเนื่อง สิงคโปร์ & พันธมิตร (ดันไทยสู่ดิจิทัล): ลุยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เต็มสูบ โดยเฉพาะโครงการของ True IDC ที่มูลค่าสูงถึง 45,300 ล้านบาท ยุโรป ไหลเข้ามาเรื่อยๆ ยังคงอัดฉีดเงินในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือแพทย์ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง

ทำไมเค้ายังเลือกไทย? เมื่อรวมเม็ดเงินลงทุนฝั่งที่ไม่ใช่จีนตลอดปี 2569 ตัวเลขสูง เกือบ 100,000 ล้านบาท เข้าไปแล้วครับ! (นี่ขนาดยังไม่ได้นับฝั่งจีนนะ) เหตุผลที่นักลงทุนระดับโลกยังเชื่อมั่นในบ้านเรา เพราะเค้ามองเห็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งครับ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ซัพพลายเชนที่ครบ บุคลากรมีทักษะ และสิทธิประโยชน์การลงทุนที่ดึงดูด สรุปง่ายๆ คือ ไทยไม่ได้พึ่งพาแค่นักลงทุนจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ครับ แต่เรายังเป็นตัวเลือกยอดฮิตในใจของนักลงทุนทั่วโลกเสมอ ใครมันจะท่องจีนเทาๆๆๆ ท่องไปไป ถ้าพี่น้องว่างก็เอาข้อมูลนี้จะโยนใส่หน้ามันได้ครับ"
หลังจากที่โพสต์ของ ตี๋ นพ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ไทยซัมมิท ถือว่า ทุนจีนหรือทุนเจ๊ก ครับ"
"ดัชนีที่ชี้วัดว่า ประเทศกำลังจะกลับมามีภาวะที่เป็นบวกทุกด้านมากขึ้น คือการระดมพลมาโจมตีรัฐบาลในทุก นโยบายและงานต่างๆที่กำลังแก้ไขให้ดีขึ้น แม้แต่การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ก็เป็นไปในเชิงบวกตลอดเวลา กระท้อนยิ่งทุบยิ่งหวาน เชื่อมน้ำตาลทรงเครื่องยิ่งรสเลิศขึ้นไปอีก ถ้าสามารถทำเรื่องรัฐธรรมนูญให้ลุล่วงสำเร็จไปด้วยดี เป็นที่พอใจของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ จะดีมากเลย"
"ยังเเหกปาก เขากระโดง ฮั้ว สว อยู่เลย จะเอาอะไรกับพวกมัน อ่านอะไรยาวๆรู้เรื่องที่ไหน"
"จากใจคนที่เคยทำงานที่ซีเกท ตอนนี้ฐานการผลิตใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่โคราชครับผม"
"ชาติอื่นลงทุนในไทยเยอะเเยะเเต่สื่อไม่เอาข่าวไปลงครับ ลงแต่ข่าวจีนลงทุนให้คนเม้นด่าเอาเอ็นเกจ มีแต่ข่าวบริษัทจีน คนที่ไม่คอยตามข่าว/พวกหลอกง่าย ก็คิดว่ามีแต่จีนมาลงทุน"
"เดทต้า ของไต้หวัน wd ของเมกา"


.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Tee Nop
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี