วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569
วานนี้ 31 กรกฎาคม 2569 นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สถานทูต กรณีมีคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่มีสถานทูตไทยตั้งอยู่ โดยมีข้อความว่า "ถ้ามีคนไทยไปเสียชีวิตในต่างแดน ยิ่งถ้าประเทศนั้นๆไม่มีสถานทูตไทยตั้งอยู่ เรื่องมันจะยุ่งยากเพิ่มมากขึ้นไปอีก ขอเล่าประสบการณ์สมัยประจำอยู่ที่ สปป.ลาว ซึ่งมีสถานทูตไทย ณ เวียงจันทน์ กับ สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองสะหวันนะเขต ตั้งอยู่ แต่ถ้าเกิดมีคนไทยไปตายไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม ในต่างแขวง ทาง ตร.ลาวก็จะรายงานไปที่ กต.ลาว เพื่อให้ติดต่อสถานทูตไทย อันนี้เป็นช่องทางที่ถูกแล้ว เมื่อสถานทูตได้รับแจ้งก็จะส่ง จนท.ไปช่วยเหลือ ก่อนอื่นเลยต้องรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุดเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ว่าคนที่เสียชีวิตนั้นเป็น “คนไทย” จริงๆ ไม่ใช่ตัวปลอมจากนั้นสถานทูตก็จะรายงานเข้าไปที่กรมการกงสุลเพื่อให้ติดต่อแจ้งญาติในไทยให้ทราบต่อไป กระบวนการเหล่านี้กว่าจะติดต่อญาติได้ ก็ใช้เวลาหลายวันแล้ว นี่ขนาดในลาวมีสถานทูตไทยนะครับ จากนั้นก็เป็นกระบวนการออกใบมรณบัตร กระบวนการส่งศพกลับไทย ซึ่งตรงนี้ถ้าเป็นประเทศที่ห่างไกล กระบวนการก็จะยากซับซ้อนมากขึ้นไปอีก และค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีทางเลือกคือ ให้สถานทูตดำเนินการเผาศพ แล้วส่งเป็น อัฐิ มาให้ญาติที่เมืองไทย ซึ่งค่าใช้จ่ายถูกกว่าการนำส่งทั้งร่างส่งทาง cargo กลับไทย
แต่ทั้งสองทางเลือกก็มีค่าใช้จ่ายมากเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ เนื่องจากสถานทูตไทยในแต่ละประเทศ ก็มีงบฯใช้จ่ายจำกัด ไม่มาก จึงจำเป็นต้องประสานงานให้ทางญาติฝ่ายไทยไปเจรจากับทางกรมการกงสุล เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยทาง กรมการกงสุล กต. จะออกเงินค่าใช้จ่าย (ซึ่งก็เป็นเงินงบฯที่มาจากภาษีปชช.นั่นเอง) ไปให้ก่อนและญาติก็จำเป็นต้องชดใช้คืนราชการภายหลัง กรณีที่ญาติไม่มีจริงๆ ก็อาจจำเป็นต้องมีการระดมทุน หรือ มีสปอนเซอร์ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ เช่น กรณีคุณหนุ่มรายการโหนกระแส รับปากกับญาติคุณฮลุนว่าจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้แทนย่าคุณฮลุน เมื่อวานมี FC บางคนเข้ามาถามผมว่าทำไม กต. ไม่ออกเงินให้ไปเลย ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การที่ จนท.สถานทูตจะอนุมัติเงินโดยพลการมันทำไม่ได้ เพราะนี่เป็นเงินหลวง เงินแผ่นดิน ถ้าทำไปโดยพลการ ก็มีสิทธิ์เข้าคุกทุกอย่างต้องได้รับอนุมัติจาก กต.ก่อน และทางญาติต้องเซ็นยินยอมรับผิดชอบใช้คืนเงินหลวงที่สำรองออกไปให้ก่อนด้วย
.jpg)
จะเปรียบกับอะไรดี ก็คงคล้ายๆกับ เรื่อง กยศ. ที่รัฐสำรองออกไปให้ก่อน และเมื่อพอมีก็ค่อยใช้คืน ส่วนจะคืนแบบไหนก็แล้วแต่ตกลงกัน เคสน้อง ฮลุน เนื่องจากไปเสียในประเทศที่ไม่มีสถานทูตไทย เรื่องมันก็จะยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นไปอีก รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่สูงตามไปด้วย บวกกับประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานจอร์เจียด้วย ถ้าเขาพร่องประสิทธิภาพในเรื่องนี้ เรื่องมันก็จะยากและใช้เวลามากขึ้นไปโดยปริยาย ขอยกเคสนึงที่ผมจำได้ดีคือ กรณีที่ พระองค์พีระ (เจ้าดาราทอง) ของไทยไปสิ้นในสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอน ตอนนั้นพระศพถูกนำไปเก็บไว้ที่แผนกนิติเวชของ รพ. แห่งนึงในกรุงลอนดอนร่วม 2 สัปดาห์ เนื่องจากตอนที่คนพบศพพระองค์ท่าน ไม่มีเอกสารใดๆติดตัวเลย นอกจากจดหมายฉบับนึง
ซึ่งกว่าที่ทางสก็อตแลนด์ยาร์ดจะแกะรอยในจดหมายได้ว่าเป็น ภาษาไทย แล้วแจ้งมาที่สถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ก็ปาเข้าไป 2 สัปดาห์แล้ว และเมื่อสถานทูตได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ ก็ได้ดำเนินการแจ้ง พระญาติของพระองค์ที่กรุงเทพฯ ทันที ตอนนั้นจำได้ว่า มรว.นริศรา จักรพงษ์ พระธิดาของ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ต้องบินด่วนไปจัดการเรื่องพระศพพระองค์พีระให้ต่อไป อยากจะฝากบอกและเตือน พวกชาวเน็ตที่ฝีปากเก่ง ชอบออกตัวแรงๆ ชอบด่า ไม่รอให้เรื่องต่างๆมันตกผลึกมากกว่านี้ ได้โปรดใจเย็นๆกันสักนิด เพราะคนที่นั่งอยู่หน้าคอมพ์ หน้าจอมือถือ จะไม่เข้าใจการปฏิบัติงานของคนที่อยู่หน้างาน การที่มีคนไทยไปเสียชีวิตในต่างแดน ทางภาครัฐให้ความสำคัญมากในการทำยังไงก็ได้ให้ญาติรับทราบ และหาทางส่งศพกลับไทยโดยเร็วที่สุดแต่อุปสรรคต่างๆ ขั้นตอนวิธีการ การพิสูจ์อัตลักษณ์ การออกเอกสารในแต่ละประเทศมันไม่ใช่ง่ายๆครับ ใจเย็นๆกันหน่อย อย่าปากเร็วกันนักเลย"
.jpg)
หลังจากที่โพสต์ของ นริศโรจน์ เฟื่องระบิล เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ใครจะเดินทางกันก็ควรทำประกันการเดินทางไว้ให้ครอบคลุมกันนะครับ ของน้องฮลุนก็น่าจะมี น้องคงไม่พลาด ดูเงื่อนไขดีๆเรื่องเสียชีวิตหรือแม้ไม่เสียชีวิตแต่ต้องส่งกลับแบบพิเศษเพื่อมารักษาต่อ อย่าทิ้งให้คนข้างหลังเดือดร้อน ต้องรอบคอบก่อนเดินทาง"
"ปากไว สมองไว มือไวในเรื่องไม่เป็นเรื่องเสมอ พวก Toxic Social!"
"พี่ก็โดนถามมาในลักษณะติงเหมือนกัน เลยต้องอธิบายลักษณะเส้นทางการปฏิบัติงานให้ฟัง ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่การใส่ความรู้สึกต่อว่าโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริง เดาไปต่างๆ นานา อาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานเสียความรู้สึกได้ ดังนั้น ควรรอให้ข้อเท็จจริงปรากฏก่อนดีกว่า"
"เพลียใจกะคนในโซเขียลนะคะ"
"ขอบพระคุณสำหรับความรู้ ข้อมูลจริงๆค่ะ ขออนุญาตแชร์ นะคะ"
"เข้าใจหน้าที่ของทูตและเจ้าหน้าที่ของ กต. ทุกท่านครับ เวลาเกิดเหตุไม่ดีกับคนไทย พวกท่านจะทุ่มเทกำลังสุดความสามารถทุกเรื่องที่สามารถทำได้ในกรอบหน้าที่ ช่วยเหลือให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ถ้าไม่มีพวกท่าน การประสานงานต่างๆในต่างประเทศคงเป็นเรื่องยากสุดๆ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ "
"ยามศึกเรารวมพลังกันรบ พอยามสงบเราก็รบกันเอง"
"มีข่าวประกันที่น้องฮลุนทำไว้ จะช่วยเหลือการพาน้องกลับบ้านค่ะ"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี