4 สิงหาคม 2569 องอาจ ปัญญาชาติรักษ์ สมาชิกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวและช่องทางกลุ่มพรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นในกรณีให้นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. พรรคประชาชน พิจารณาลาออกจากตำแหน่ง สส. เพื่อรักษามาตรฐานของพรรคและสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า
ถึงเวลา “ภาวุธ” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ - Pawoot Pongvitayapanu ต้องลาออก เพื่อรักษามาตรฐานของพรรคและสภา
พรรคประชาชน - People's Partyณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - Natthaphong Ruengpanyawut รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุล
การอ้างว่า “งานกรรมาธิการเยอะ” จึงต้องลดบทบาทตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่คำชี้แจงที่เพียงพอสำหรับประชาชน
เพราะนี่ไม่ใช่งานทั่วไป แต่เป็นโครงการใช้งบประมาณแผ่นดินกว่า 1,621 ล้านบาท ซึ่งนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เคยเป็นผู้ตั้งคำถามอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องความคุ้มค่า ที่มาของโครงการ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนที่ท่าทีจะเปลี่ยนไปจนถูกตั้งคำถามจากเพื่อน สส.ในพรรคเดียวกันเอง THE STANDARD
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “งานเยอะหรือไม่” แต่คือ
เหตุใดจึงลดบทบาทในช่วงเวลาที่การตรวจสอบกำลังต้องการความต่อเนื่องมากที่สุด?
1. สส.ไม่มีสิทธิ์เลือกทำเฉพาะงานที่สะดวกกับตนเอง
ประชาชนไม่ได้เลือก สส.มาเพื่อให้ทำงานเฉพาะเวลาที่ไม่มีภาระส่วนตัว ไม่มีคดี หรือไม่มีงานอื่นแทรก
เมื่ออาสาเข้ามาเป็นผู้แทนประชาชน หน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและการใช้เงินภาษีต้องมาก่อนความสะดวกส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนเปิดประเด็นและมีข้อมูลอยู่ในมือ
หากงานกรรมาธิการมากเกินไป ก็ต้องลดตำแหน่งอื่น
หากคดีส่วนตัวทำให้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เต็มที่ ก็ต้องพิจารณาสถานะของตนเอง
ไม่ใช่ลดบทบาทตรวจสอบโครงการพันกว่าล้านบาท แล้วบอกว่า “มี สส.คนอื่นทำแทน”
ความรับผิดชอบทางการเมืองไม่ใช่งานที่โยนต่อกันได้ทุกครั้งเมื่อเริ่มไม่สะดวก
2. การเปลี่ยนท่าทีต้องอธิบายด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงบอกว่าได้ทดลองใช้
หากนายภาวุธได้รับข้อมูลใหม่จนเห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ ก็ควรเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบว่า
ข้อสงสัยเดิมข้อใดได้รับคำตอบแล้ว
หลักฐานใหม่คืออะไร
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใสขึ้นอย่างไร
ราคาที่รัฐจ่ายมีความคุ้มค่าอย่างไร
ประเด็นที่เคยตั้งข้อสังเกตยังเหลืออยู่หรือไม่
การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แล้วพบว่า “ใช้ได้ดี” ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการ และไม่ได้พิสูจน์ว่าโครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาทคุ้มค่ากับภาษีประชาชน
ของที่ใช้ได้ ไม่ได้แปลว่าการจัดซื้อถูกต้อง
ของที่มีประโยชน์ ไม่ได้แปลว่าราคาสมเหตุสมผล
นี่คือสองเรื่องที่ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
3. คดี Forex ทำให้ต้องยิ่งเปิดเผย ไม่ใช่ลดบทบาทตรวจสอบ
ปัจจุบันนายภาวุธเข้าสู่กระบวนการรับทราบข้อกล่าวหาของ DSI ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นเพียงผู้ซื้อขาย ไม่เคยชักชวนใคร และปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน Thai PBS, THE STANDARD
ต้องย้ำว่า ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และยังไม่มีหลักฐานสาธารณะเพียงพอให้สรุปว่าการเปลี่ยนท่าทีต่อ TH-AI Passport เป็นการแลกเปลี่ยนกับผลทางคดี จึงไม่ควรกล่าวหาเช่นนั้นโดยปราศจากหลักฐาน
แต่ในทางการเมือง เมื่อคดีส่วนตัวเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนท่าทีต่อโครงการของรัฐบาล หน้าที่ของนายภาวุธไม่ใช่เพียงหัวเราะแล้วบอกว่า “ไม่มี” หากควรเปิดเผยข้อมูลและเส้นเวลาการตัดสินใจทั้งหมด เพื่อขจัดข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อมีความขัดแย้งทางความน่าเชื่อถือ ยิ่งต้องตรวจสอบให้หนักขึ้น ไม่ใช่ถอยออกจากหน้าที่
4. คำว่า “#ขี้ขลาดตาขาว” อาจแรง แต่สิ่งที่ประชาชนเห็นคือการถอยในจังหวะสำคัญ
นายภาวุธอาจไม่ยอมรับว่าตนเองขี้ขลาด และเราไม่อาจรู้แรงจูงใจภายในใจของเขาได้ แต่ในทางการเมือง การเริ่มต้นอย่างกล้าหาญแล้วถอยเมื่อเกิดแรงกดดัน ย่อมทำให้ประชาชนตั้งคำถามได้ว่า
กำลังรักษาประโยชน์สาธารณะ หรือกำลังรักษาความปลอดภัยทางการเมืองของตนเอง?
การบอกว่า “มีคนอื่นทำแทน” ไม่ทำให้ความรับผิดชอบเดิมหายไป และการเคลียร์ใจกับคุณรักชนกภายในพรรคก็ไม่เท่ากับการเคลียร์ข้อสงสัยกับประชาชน
เรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัวระหว่าง สส.สองคน แต่เป็นเรื่องเงินภาษี 1,621 ล้านบาท
ข้อเรียกร้อง
ผมจึงเรียกร้องให้นายภาวุธดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชัดเจน
กลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบ TH-AI Passport อย่างเต็มที่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลและอธิบายการเปลี่ยนท่าทีทุกประเด็น หรือ
หากคดีส่วนตัวและภารกิจอื่นทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนประชาชนได้อย่างเต็มกำลัง ก็ควร ลาออกจากตำแหน่ง สส. เปิดทางให้บุคคลลำดับถัดไปที่พร้อมทำหน้าที่เข้ามาแทน
การลาออกไม่ใช่การยอมรับผิดในคดีอาญา แต่เป็นการรับผิดชอบต่อมาตรฐานทางการเมือง และป้องกันไม่ให้ปัญหาส่วนตัวบั่นทอนความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบรัฐบาล
พรรคประชาชนเรียกร้องมาตรฐานสูงจากนักการเมืองฝ่ายอื่นมาโดยตลอด วันนี้จึงต้องกล้าใช้มาตรฐานเดียวกันกับคนของตัวเอง
เมื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเริ่มทำให้หน้าที่เพื่อส่วนรวมลดลง
นักการเมืองต้องเลือกว่า จะรักษาเก้าอี้ของตัวเอง
หรือรักษาความไว้วางใจของประชาชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี