533.jpg
มีอีก2สาวรถไฟถูกข่มขืนเหยื่อไอ้เกมรับย่ามใจข่มเหงน้องแก้ม

มีอีก2สาวรถไฟถูกข่มขืนเหยื่อไอ้เกมรับย่ามใจข่มเหงน้องแก้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.
Tag :

มีอีก2สาวรถไฟถูกข่มขืน

เหยื่อไอ้เกม

รับย่ามใจข่มเหงน้องแก้ม

ยืนกรานลงมือแค่คนเดียว

“น้อง”ยันพี่ชายติดยาหนัก

“ประภัสร์”หนาปัดไขก็อก

อ้างต้องอยู่สั่งแก้ไขปัญหา

โพลล์แฉดญ.ถูกลวนลามอื้อ

ความคืบหน้าคดีข่มขืนฆ่า “น้องแก้ม” (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 13 ปี บนตู้นอนรถไฟระหว่างโดยสารจาก จ.สุราษฎร์ธานี เข้า กทม. เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งสั่นสะเทือนความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ ขณะที่คนร้ายก็ใช่ใครแต่เป็นพนักงานปูที่นอนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งประจำอยู่โบกี้เดียวกับที่ น้องแก้ม โดยสารนั่นเอง

                เค้น“ไอ้เกม”หาคนร่วมลงมือ


                โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบเค้น นายวันชัย แสงขาว หรือ เกม ผู้ต้องหา ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ภายในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 145 อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ท่ามกลางการจัดกำลังคุมเข้มผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่า จะฆ่าตัวตายหนีความผิด โดยการสอบสวน ตำรวจมุ่งประเด็นการก่อเหตุว่ามีผู้ร่วมทำผิดด้วยหรือไม่ แต่ นายวันชัย ก็ยังยืนยันว่า ลงมือเพียงผู้เดียว

                รับย่ามใจข่มขืนมาแล้ว2คน

                อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายวันชัย ได้ให้การรับสารภาพเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยลงมือข่มขืนพนักงานสาวการรถไฟมาแล้ว 2 ครั้ง มีผู้เสียหาย 2 ราย แต่ทั้งหมดไม่กล้าแจ้งความเนื่องจากอับอาย จึงทำให้ย่ามใจก่อเหตุซ้ำอีก

                ทำแผนแต่เช้าผวาประชาทัณฑ์

                ต่อมาในช่วงเช้ามือ กำลังตำรวจภูธร จ.ประจวบคีรีขัณธ์กว่า 50 นาย ได้คุมตัว นายวันชัย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่สถานีรถไฟวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้ตู้รถไฟจำลองการก่อเหตุ เริ่มตั้งแต่ผู้ต้องหาปิดไฟภายในโบกี้รถไฟ ก่อนเข้าไปใช้มือบีบคอ ใช้หมอนปิดปาก และทำร้ายน้องแก้มจนสลบ ก่อนลงมือขืนใจ แล้วโยนเสื้อผ้าและน้องแก้มออกจากหน้าต่าง ก่อนรื้อค้นกระเป๋าขโมยไอแพดและโทรศัพท์ไอโฟนไปขาย โดยการทำแผนใช้เวลาเพียง 20 นาทีและเป็นไปอย่างเรียบร้อย เนื่องจากมีการนำตัวมาตั้งแต่เช้า เพราะเกรงญาติของน้องแก้มและประชาชนที่โกรธแค้นจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์

                อ้างเมาอยากขอโทษครอบครัวเหยื่อ

                ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะทำแผนรับสารภาพ นายวันชัย ได้ยืนยันอีกครั้งว่า ลงมือเพียงผู้เดียว และทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบจากการเมาดื่มสุราและยาเสพติด ซึ่งเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากย้อนไปได้คงไม่ก่อเหตุ รวมถึงอยากขอโทษครอบครัวน้องแก้มกับเหตุการณ์ทั้งหมด

                ตร.บุกค้นบ้านหาหลักฐานเพิ่ม

                วันเดียวกัน ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายวันชัย ซึ่งเป็นห้องแถวชั้นเดียวเลขที่ 491 ซ.สามเสน 28 เขต ดุสิต เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจค้นภายในบ้านพบกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เสื้อแจ๊กเก็ต และกางเกงบ็อกเซอร์ ที่คาดว่า นายวันชัย ใช้ในวันก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค อุปกรณ์เสพกัญชา ชุดเครื่องแบบของการรถไฟ 1 ชุด รวมทั้งพบสายชาร์จโทรศัพท์ไอโฟน 2 เส้น ซึ่งสงสัยเป็นของน้องแก้ม ที่ผู้ต้องหาขโมยมา

                น้องชี้ติดยา-ไม่เชื่อทำคนเดียว

                ทั้งนี้จากการสอบถามน้องชายวัย 18 ปีของ นายวันชัย ระบุว่า พี่ชายอาศัยอยู่บ้านหลังนี้กับพ่อและแม่มานาน 4-5 ปี โดยวันเกิดเหตุพี่ชายกลับมาบ้านตั้งแต่เช้าโดยไม่มีท่าทีพิรุธอะไร ก่อนจะทราบข่าวว่า พี่ชายถูกจับกุม ส่วนพฤติกรรมของพี่ชายเป็นคนเก็บตัวและติดยาเสพติดทั้งยาบ้าและกัญชา มีแฟนสาวเป็นพนักงานห้าง และมักมีปากเสียกันเรื่อชู้สาวเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าพฤติกรรมนอกบ้านเป็นอย่างไร แต่โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าพี่ชายจะลงมือก่อเหตุครั้งนี้เพียงคนเดียว

                ยันเป็นพนง.รถไฟนานแล้ว

                ส่วนที่ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อ้างว่า นายวันชัย ไม่ใช่พนักงานของ รฟท. โดยเป็นเพียงพนักงานของบริษัทที่รับช่วงงานไปเท่านั้น น้องชายของ นายวันชัย ยืนยันว่า พี่ชายได้รับการบรรจุเป็นพนักงานการรถไฟมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

                “ประภัสร์”ยืนกรานไม่ออก

                ด้าน นายประภัสร์ กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้นกับน้องแก้ม และการให้ข้อมูลกับสังคมในเรื่องดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงว่า โดยส่วนตัวเห็นว่า การลาออก คือ การหนีปัญหา จึงขออยู่เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป เพราะต้องมีคนคอยสั่งการและหามาตรการป้องกันความปลอดภัย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา ซึ่งหากเป็นไปได้ อาจจะทำขบวนรถไฟสำหรับผู้หญิง หรือ เลดี้โบกี้ พร้อมทั้งให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาออกประกาศห้ามจำหน่ายและดื่มสุราบนตู้โดยสารรถไฟ

                “บิ๊กตู่”สั่งหาทางอุดช่องโหว่

                ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า คสช.ทราบว่าคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคสช. ได้เน้นย้ำให้ไปดำเนินการอย่างเต็มที่กับคนร้าย พร้อมทั้งให้ผู้รับผิดชอบแต่ละส่วนไปหามาตรการมาเสริมในจุดที่เป็นช่องโหว่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบการรถไฟที่จะต้องป้องกันจุดบอด

                อุบไต๋เด้ง“ประภัสร์”พ้นเก้าอี้

                เมื่อถามว่า คสช.จะรับกรณีมีเสียงสะท้อนจากประชาชนหลายฝ่ายเรียกร้องให้ นายประภัสร์ รับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งไปพิจารณาด้วยหรือไม่ พ.อ.วินธัย ตอบว่า หัวหน้า คสช. มีความสนใจในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนทุกเรื่อง และต้องยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องไปพิจารณากันในรายละเอียดกันอีกครั้ง

                สภาทนายช่วยสู้คดีแพ่ง-อาญา

                นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ครอบครัวของ น้องแก้ม สภาทนายความยินดีเข้าช่วยเหลือด้านอรรถคดี  โดยคดีอาญาจะรับเป็นทนายโจทก์ร่วมเมื่ออัยการยื่นฟ้อง ส่วนคดีแพ่งก็จะรับเป็นทนายความช่วยเหลือทางคดีความให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะว่าความให้จนคดีถึงที่สิ้นสุดตลอดจนชั้นบังคับคดี สำหรับคดีในส่วนแพ่งถือว่าเป็นคดีคุ้มครองผู้บริโภค เพราะผู้เสียหายได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการให้บริการขนส่งสาธารณะ ดังนั้นการรถไฟจะต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

                อดีตเหยื่อบนรถไฟจี้เพิ่มโทษ

                วันเดียวกัน อดีตผู้เสียหายจากคดีนักศึกษาปริญญาโทถูกพนักงานการรถไฟข่มขืนบนขบวนรถไฟสายใต้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง คสช. และ รฟท. ว่า แม้เหตุการณ์ที่เกิดกับตนจะผ่านไปนาน 13 ปีแล้ว แต่บาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ เนื่องจากต้องกลายเป็นบุคคลที่มีอาการหวาดผวา ประสาทหลอน และเมื่อได้เห็นข่าวของน้องแก้มทำให้รู้สึกเสียใจว่า ทำไมเหตุเช่นนี้ไม่เกิดกับตนเป็นรายสุดท้าย จึงขอเรียกร้องให้มีการเพิ่มโทษในคดีข่มขืน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสังคมไม่ต้องมาคอยระแวงว่าใครจะเป็นรายต่อไป

                ตอก“ประภัสร์”ไม่สมควรอยู่

                ในจดหมายฉบับเดียวกัน ยังระบุถึงกรณี นายประภัรส์ อ้างว่า เหตุที่เกิดกับน้องแก้มเพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกว่า “ท่านมั่นใจเหรอคะ ว่า 117 ปี ของการรถไฟฯ ไม่เคยมีคดีร้ายแรง มีแต่อนาจาร ดิฉันไม่ทราบว่า ท่านมาบริหารองค์กรนี้ได้อย่างไร ท่านไม่เคยทราบเลยหรือคะว่า องค์กรของท่านเคยเกิดเหตุคดีข่มขืนบนรถไฟสายใต้ ขณะที่รถไฟยังวิ่ง โดยผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานขององค์กรของท่านเอง ท่านไม่เคยทราบเลยหรือคะ ท่านคิดว่า ท่านสมควรที่จะเป็นผู้บริหารองค์กรนี้ต่อไปหรือคะ”

                นอกจากนี้ในจดหมายยังระบุด้วยว่า แม้จะผ่านไป 13 ปี แต่คดียังไม่สิ้นสุดและไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆ จาก รฟท. เพราะมีการยื่นฎีกาทุเลาการบังคับคดี

                โพลล์แฉเด็กหญิงถูกลวนลามอื้อ

                วันเดียวกัน น.ส.กนิษฐา ไทยกล้า รองประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (มาสเตอร์โพล) ได้เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องเสียงสะท้อนของนักเรียนนักศึกษาหญิงอายุ 12 ปีขึ้นไปต่อคดีข่มขืน และการถูกคุกคามทางเพศ โดยพบว่า ร้อยละ 74.8 เคยถูกคุกคามทางเพศในรูปแบบต่างๆ เช่น พูดจาลวนลาม ใช้สายตา ถูกเนื้อต้องตัว จากการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถไฟ แท๊กซี่ รถเมล์ ขณะที่ร้อยละ 99.6 เห็นด้วยที่จะให้ลงโทษประหารชีวิตในคดีข่มขืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top