วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569
”หาดใหญ่”ลุ้นระทึก!
น้ำทะลักล้อมเมือง
นราธิวาสยังสาหัส
เดือดร้อนแสนคน
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สงขลา ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองควนลัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ชานเมือง อ.หาดใหญ่ โดยน้ำจากคลองต่ำ ได้เอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมทั้งภายในที่ทำการเทศบาลเมืองควนลังและบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ของ ต.ควนลัง ระดับน้ำสูงมากกว่า 50 เซนติเมตร ทั้งนี้ มวลน้ำที่ไหลมาจากต.ทุ่งตำเสา และอ.คลองหอยโข่ง ทำให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองควนลังต้องขนย้ายรถยนต์และเครื่องจักรขึ้นมาไว้บนถนนเนื่องจากปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและต้องรีบแจ้งเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่ต.ควนลังที่อยู่ในแนวร่องน้ำคลองต่ำไหลผ่านให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
น้ำโอบล้อมตัวเมืองหาดใหญ่
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอจ.สงขลา ขณะนี้ยังไม่ผ่านพ้นช่วงวิกฤต เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักทั่วทั้งจังหวัด โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดขณะนี้เขตตัวเมืองหาดใหญ่เนื่องจากอยู่ในภาวะถูกน้ำโอบล้อมรอบทุกทิศทั่วทางจากน้ำที่ไหลเข้ามาจากพื้นที่อำเภอรอบนอก
ด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาประกาศหยุดให้บริการแพขนานยนต์ข้ามฟากทะเลสาบสงขลาระหว่างตัวเมืองสงขลากับอำเภอสิงหนครอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรง และน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมท่าเทียบแพทั้งฝั่งตัวเมืองสงขลาและฝั่งหัวเขาแดง อ.สิงหนคร และอยู่ภาวะอันตรายรถทุกชนิดไม่สามารถขึ้นลงแพได้ ทำให้แพขนานยนต์ทั้งสี่ลำต้องจอดเทียบท่าจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยผู้ที่จะเดินทางไปมาระหว่างตัวเมืองสงขลากับอำเภอสิงหนครต้องหันไปใช้เส้นทางข้ามสะพานติณสูลานนท์แทน
พระเทพพระราชทานเรือท้องแบน
วันเดียวกัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี งพระราชทานเรือท้องแบนจำนวน 5 ลำ ให้ส่วนราชการนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สงขลา
โดย นายธรา วรรณพฤกษ์ ผอ.พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 กรมเจ้าท่า ร่วมกับ พล.ต.ชินวัฒน์ แม้นเดช ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 นำเรือท้องแบนพระราชทานจำนวน 2 ลำ ออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่บ้านทุ่งลุง เขตเทศบาลตำบลพะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ติดต่อกันมา 2 วัน และถูกน้ำท่วมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนนี้ โดยได้นำข้าวกล่องและน้ำดื่มกว่า 1,000 ชุด ออกแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือน และออกไม่ได้ รวมทั้งอพยพประชาชนที่ต้องการออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว
นราธิวาสยังสาหัส
ด้าน ที่ จ.นราธิวาส มีฝนตกตลอดทั้งวันครอบคลุม 13อำเภอระดับน้ำ สายหลัก 3 สาย คือ แม่น้ำสุไหงโก-ลก มีน้ำท่วมขังสูงกว่าตลิ่ง 2.35 เมตร แม่น้ำบางนรา สูงกว่าตลิ่ง 1.35 เมตร แม่น้ำสายบุรี สูงกว่าตลิ่ง 5.31 เมตร ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตรกรรม
โดยเฉพาะที่ อ.สุคิรินมีปริมาณฝนตกมากที่สุดของจังหวัด วัดได้ 134 ม.ม.อยู่ในขั้นวิกฤติหนักรวมทั้งที่อ.สุไหงโก-ลก และตากใบ ซึ่งมวลน้ำได้ระบายลงสู่ปากอ่าวด้าน อ.ตากใบไปด้วยความล่าช้า อันเนื่องมาจากลำน้ำซึ่งมีความยาว 30 ก.ม.มีความคดเคี้ยว
ด้านความช่วยเหลือนั้นทุกหน่วยงานในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ได้นำเรือท้องแบนนำข้าวสารอาหารแห้ง และถุงยังชีพพระราชทาน ตระเวนออกแจกจ่ายให้กับราษฎร ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าไปให้การช่วยเหลือยากลำบากอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน
เดือดร้อนนับแสนคน
ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.นราธิวาส ได้สรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.57 ที่ผ่านมา รวมเวลา 7 วันดังนี้ มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนของราษฎร 508 หมู่บ้าน 76 ตำบล 13 อำเภอ ได้รับความเดือดร้อน 45,234 ครัวเรือน รวม 162,538 คน พื้นที่ที่ราษฎรได้รับความเดือดร้อนมากสุด คือ อ.ระแงะ จำนวน 7,636 ครัวเรือน รวม 22,908 คน บ้านเรือนของราษฎรถูกน้ำเชียวกรากพัดเสียหายทั้งหลัง จำนวน 19 หลัง ซึ่งปลูกสร้างอยู่ใกล้กับทางน้ำ บ้านเรือนของราษฎรถูกน้ำเชี่ยวกรากพัดเสียหายบางส่วน จำนวน 8 หลัง
และได้อพยพชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังจนไม่สามารถพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักได้ในพื้นที่ 8 อำเภอ ไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ รวมทั้งสิ้น 2,362 คน โดยแยกเป็น อ.สุไหงโก-ลก 1,032 คน รือเสาะ 785 คน ระแงะ 300 คน ตากใบ 232 คน เจาะไอร้อง 10 คน และสุคิริน 3 คน
ขยะล้นหาดนราทัศน์
ที่หาดนราทัศน์ คลื่นทะเลได้ซัดสิ่งต่างๆมากองไว้บริเวณชายหาด จนทางเทศบาลเมืองนราธิวาส ต้องส่งเจ้าหน้าที่มากวาดทำความสะอาดกันทั้งวัน เพื่อให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด ส่วนห้างร้านต่างๆที่เปิดบริการให้กับนักท่องเที่ยวที่รอบบริเวณชายหาดบางส่วนหลังคาปลิวจนเหลือแต่เสาไม้ พร้อมกับปิดให้บริการชั่วคราวจนกว่าสภาพอากาศจะเข้าสู่สภาพปกติ
สถานการณ์ล่าสุดโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้ประกาศเลื่อนการสอบของเด็กที่จะต้องสอบในวันนี้ เป็นไปวันที่ 29 ธันวาคม แทน
ปัตตานีท่วมใจกลางเมือง
ที่.ปัตตานี ว่าเมื่อช่วงเช้า เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานี ล้นเอ่อท่วม เข้าในใจกลางเมือง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ทั้งยานเศรษฐกิจ ย่านโต้รุ่ง ถนนเกือบทุกสายถูกน้ำท่วม ระดับน้ำ 30-50 ซม. บรรดาร้านค้ากลางเมืองตั้งตัวไม่ทัน เนื่องจากน้ำมาเร็ว และแรง สร้างความเสียหายในพื้นที่เศรษฐกิจปัตตานีที่ยังประเมินค่ามิได้
ขณะเดียวกันน้ำยังเข้าท่วม บริเวณตรงข้ามศาลากลางจังหวัดปัตตานี และ หน้าศาลหลักเมือง รวมทั้ง ทั้ง สภ.เมือง และสถานีดับเพลิง เทศบาลเมืองปัตตานี โรงเรียนประจำจังหวัด ทำให้เกิดโกลลาหล ในช่วงน้ำขึ้น
สำหรับ จ.ปัตตานี มีน้ำท่วมขังพื้นที่ 8 อำเภอ 41 ตำบล 157 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,634 ครัวเรือน 36,355 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ถนนเสียหาย 7 สายพื้นที่การเกษตรเสียหาย 36,354 ไร่
ส่วน จ.ยะลา น้ำท่วมขังใน 8 อำเภอ 51 ตำบล 237 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,227 ครัวเรือน 41,488 คน อพยพ 28 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้บาดเจ็บ 2 ราย ถนนเสียหาย 143 สาย
พัทลุง3อำเภอจบบาดาล
ด้านที่จ.พัทลุง น้ำจากเทือกเขาบรรทัด น้ำยังไหลหลากท่วมพื้นที่บ้านวังปริง หมู่ที่ 2 และบ้านเกาะธง หมูที่ 1 ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา ยังคงท่วมสูง เกือบ 1 เมตร ประชาชนได้รับความ เดือดร้อนกว่า 300 ครัวเรือน
ขณะพื้นที่อำเภอเมืองก็มีสภาพน้ำท่วมหนัก และประชาชนผู้ประสบภัย ในตำบลปรางหมู่ ตำบลโคกชะงาย ตำบลนาโหนด ตำบลชัยบุรี และตำบลพญาขัน รวม 11หมู่บ้าน ประชาชนได้ความเดือดร้อนเกือบ 1000 ครัวเรือน ถนนภายในหมู่บ้านบางเส้นทางรถเล็กไม่สามารถสันจรได้ และมีระดับน้ำท่วมสูง 1 -1.50 เมตร หมู่ที่ 5 ตำบลปรางหมู่
ส่วนพื้นที่อำเภอควนขนุนน้ำที่ท่วมในตำบลชะมวง ตำบลควนขนุน ยังไม่ลดลงเช่นกันหลายหมู่บ้านยังมีสภาพน้ำท่วมสูง ขณะที่บริเวณถนนสี่แยกโพธิ์ทอง ทางเข้าอำเภอศรีบรรพต หมู่ที่ 9 ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน เล็กยังไม่สามารถผ่านได้
ปิดโรงเรียน-ประกาศภัยพิบัติ
จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักใน 3 อำเภอดังกล่าวทำให้โรงเรียนระดับมัธยมและระดับประถมจำนวน 20 แห่ง ต้องปิดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากหวั่นการเดินทางของนักเรียนจะไม่ปลอดภัย ขณะที่ทางจังหวัดพัทลุงยังได้ประกาศเตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนตกติดต่ออีก 2 – 3 วัน
วันเดียวกันจังหวัดพัทลุงประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 6 อำเภอ32ตำบล167หมู่บ้าน คืออำเภอควนขนุน อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอป่าพะยอม อำเภอเมือง อำเภอป่าบอน และอำเภอศรีบรรพต ราษฎร์ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ประมาณ 10,000 ครัวเรือนพื้นที่การเกษตร สวนยางพารา นาข้าวถูกน้ำท่วม กว่า 50,000 ไร่ ถนนในหมู่บ้านหลายสายได้รับความเสียหายจากสภาพน้ำท่วมขังและยังไม่สามารถสัญจรได้
7จังหวัดเผชิญภัยหนาว
วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – ปัจจุบัน มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว 7 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เลย เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ และนครพนม รวม 34 อำเภอ
โดยตนได้สั่งการให้ ปภ. ช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว กำหนดแนวทางการจัดสรรเครื่องนุ่งห่มกันหนาวอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยเป็นหลัก รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันภัยในช่วงฤดูหนาว ทั้งอัคคีภัย ไฟป่า หมอกควัน โรคภัยไข้เจ็บ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี