533.jpg
‘โคราช-บุรีรัมย์’อ่วมหนัก พายกระหน่ำ ขอนแก่นสังเวยแล้ว1ศพ อุตุย้ำอันตรายถึง20เม.ย.

‘โคราช-บุรีรัมย์’อ่วมหนัก พายกระหน่ำ ขอนแก่นสังเวยแล้ว1ศพ อุตุย้ำอันตรายถึง20เม.ย.

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘โคราช-บุรีรัมย์’อ่วมหนัก
พายกระหน่ำ
ขอนแก่นสังเวยแล้ว1ศพ
อุตุย้ำอันตรายถึง20เม.ย.
สุชาติลุยแก้ไฟป่าเชียงดาว

พายุฤดูร้อนแผลงฤทธิ์ซัดอีสาน-ตะวันออกอ่วมหลายจังหวัด โคราชป่วนไฟดับทั้งเมือง หลังคาสถานีรถไฟถล่มยับ ขอนแก่นสลดพายุซัดผนังปูนพังทับหญิงวัย 60 ปี เสียชีวิตคาห้องนอน “บุรีรัมย์-ปราจีนฯ” เจอทั้งลูกเห็บเสาไฟล้มระเนระนาด “อุตุฯ”เตือนฉบับที่8หลายพื้นที่เสี่ยงอันตราย ยาวไปถึง20 เม.ย.

วันที่ 18 เม.ย. เมื่อเวลา 05.00 น.นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 8 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่าประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งรวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด


ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความ
เสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

‘โคราช’หลังคาสถานีรถไฟพังถล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 เม.ย. เวลา 19.00 น.ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างรุนแรงในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เป็นเวลานานกว่า 30 นาที โดยแรงลมพายุได้พัดโหมกระหน่ำอย่างหนัก ทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างนานนับชั่วโมงเกือบทั้งเมือง ป้ายโรงแรมขนาดใหญ่ล้มพังลงมาทับอาคารข้างเคียง และผนังอาคารสร้างใหม่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา พังหลุดออกมาทั้งแถบ

นอกจากนี้ แรงลมพายุ ยังได้พัดหลังคาชานชาลาที่ 2 สถานีรถไฟนครราชสีมา พังถล่มลงมาเป็นทางยาวกว่า 80 เมตร เศษกระเบื้องและเศษปูนถล่มลงมากีดขวางรางรถไฟและพื้นที่พักคอยของผู้โดยสาร โชคดี ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากขบวนรถไฟล่าสุดเพิ่งส่งผู้โดยสารลงจากขบวนรถไปได้ประมาณ 5 นาที ทำให้ผู้โดยสารออกจากบริเวณดังกล่าวหมดแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องปิดชานชาลาที่ 2 เป็นการชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ได้เร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดเส้นทางเดินรถให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด

สีคิ้วอ่วมลูกเห็บตกใส่บ้านเสียหาย

ส่วนในพื้นที่ อ.สีคิ้ว มีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีลูกเห็บตกในบางจุด สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักอยู่บริเวณหมู่บ้านหนองรี ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว ซึ่งสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างรวดเร็วก่อนจะเกิดฝนตกหนักสลับกับลมกระโชกแรง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเร่งหาที่หลบภัยเพื่อความปลอดภัย ขณะที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากแรงลมและลูกเห็บที่ตกลงมา

เบื้องต้นมีรายงานว่าบางครัวเรือนได้รับความเสียหายจากแรงลมพายุและลูกเห็บ โดยเฉพาะหลังคาบ้านและทรัพย์สินบางส่วน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในระยะนี้ พร้อมทั้งแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง

ขอนแก่นผนังปูนทับป้าเสียชีวิต

ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 08.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ เข้าตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ หลังได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก ที่เกิดเหตุพบร่าง น.ส.กิ่งผกา ผันอากาศ อายุ 60 ปี สภาพถูกผนังปูนของบ้านล้มทับเสียชีวิตอยู่บริเวณใต้เตียงภายในห้องนอนเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพุทธญาณสมาคมได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากผนังบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่แพทย์เวรและตำรวจร่วมชันสูตรพลิกศพ

นายหมั่น ผันอากาศ อายุ 82 ปี พ่อผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักพร้อมกับมีลมพัดแรง โดยตนนอนพักอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้านจนกระทั่งพายุสงบและตื่นนอนในช่วงเช้าจึงได้เดินตรวจสอบความเรียบร้อยรอบบ้าน
จนมาพบร่างลูกสาวถูกผนังปูนล้มทับเสียชีวิตอยู่บริเวณใต้เตียงในห้องนอน

ด้านนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนเร่งสำรวจความเสียหายโดยด่วน พร้อมกำชับให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นและมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงผู้นำชุมชน เข้าช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน

หนองกี่ยับเยินป้ายโฆษณาล้มกลางดึก

ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อกลางดึกคืนวันเดียวกัน เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ โดยที่ อ.หนองกี่ มีแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในเขตเทศบาลหนองกี่ล้มกีดขวางการจราจรบริเวณสี่แยกสี่สิงหา เส้นทางหนองกี่-เย้ยประสาท

ขณะที่ บ้านโคกขมิ้น ต.โคกเหล็ก อ.ห้วยราช พายุฝนได้พัดถล่มเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ส่งผลให้บ้านเรือนชาวบ้าน ยุ้งข้าว และคอกเลี้ยงสัตว์ถูกแรงพายุพัดเสียหายเป็นวงกว้าง จากการสำรวจเบื้องต้นภายในหมู่บ้านพบความเสียหายประกอบด้วยบ้านเรือน 16 หลังโรงเรือน 6 หลัง และยุ้งข้าว 12 หลัง

นายทรงชัย ประดับดี นายกเทศมนตรีตำบลโคกเหล็ก อ.ห้วยราช กล่าวว่า ขณะนี้ ได้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น คาดว่าน่าจะมีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของชาวบ้านได้รับความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเร่งสำรวจเพื่อรายงานไปยังทางอำเภอเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

กบินทร์บุรีเสาไฟฟ้าล้ม 7 ต้น

ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิและอ.กบินทร์บุรี โดยมีลมกระโชกแรงอย่างรุนแรงส่งผลให้ในพื้นที่หลายตำบลของ อ.ศรีมหาโพธิ มีพายุลูกเห็บตก สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากบางรายไม่เคยพบเห็นพายุลูกเห็บมาก่อน จึงได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไลฟ์สดพร้อมถ่ายภาพลูกเห็บที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่ากำปั้นมือไว้

ส่วนในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรงจัด จนทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงบริเวณริมถนนสุวรรณศร(ทางหลวงหมายเลข 33) ในพื้นที่ ต.กบินทร์ ต.นนทรี และ ต.เมืองเก่า หักโค่นลงขวางถนนจำนวน 1 ช่องทาง จากการตรวจสอบความเสียหายพบว่ามีเสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม 7 ต้น ตั้งแต่ช่วงสี่แยกบ้านโคกหอม จนถึงทางลงสวนน้อมเกล้าเฉลิมราชย์ หลัก กม.ที่ 197-198)ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ ต.กบินทร์, ต.นนทรี และ ต.เมืองเก่า ต่อมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอกบินทร์บุรี ได้เข้าตรวจสอบและเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนสู่สภาวะปกติได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง

ด้านนายบัณฑิต ปานท้วม ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอกบินทร์บุรี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าระบบจำหน่ายและระบบสายส่งล้ม 7 ต้น จึงได้ประสานการไฟฟ้าเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อขอรับการสนับสนุนในการควบคุมระบบจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว เบื้องต้น ประมาณการมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท

อำนาจเจริญบักโกรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.45 น. ของวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินและบ้านเรือนของประชาชนใน 2 อำเภอหลัก คือ อำเภอชานุมาน และอำเภอปทุมราชวงศา

ที่อำเภอชานุมาน ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดแม่น้ำโขง พบความเสียหายหนักที่สุดใน ตำบลคำเขื่อนแก้ว โดยกระแสลมที่รุนแรงได้พัดถล่มโกดังขนาดใหญ่สำหรับเก็บมันสำปะหลังจนพังราบเสียหายทั้งหลัง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นคาดว่าหลายหมื่นบาท นอกจากนี้ที่ บ้านนาสีดา ตำบลโคกสารยังมีรายงานลูกเห็บตกก้อนใหญ่ แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ขณะที่อำเภอปทุมราชวงศา บ้านเรือนราษฎรจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบจากลมพายุที่พัดผ่าน ทำให้หลังคาบ้านปลิวหายไปบางส่วน เจ้าของบ้านหลายรายต้องเร่งขึ้นไปซ่อมแซมทันทีเพื่อความปลอดภัย และเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อน
ที่อาจจะพัดผ่านมาอีกครั้งภายใน 1-2 วันนี้

ส่วนอำเภออื่นๆ อย่างอำเภอเมืองอำนาจเจริญ พบเพียงกระแสลมแรงและฟ้าแลบประมาณ 20 นาที แต่ไม่มีฝนตก สำหรับอำเภอเสนางคนิคม พนาหัวตะพาน และลืออำนาจ ยังไม่มีรายงานความเสียหายเข้ามาในขณะนี้

ล่าสุดในวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำกำลังลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียดในแต่ละตำบล เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการโดยเร็วที่สุด

‘สุชาติ’ลุยแก้ไฟป่าเชียงดาว

วันเดียวกันนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันพร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรค และแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รมว.ทส. ได้พบปะผู้นำชุมชนและเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับชุมชน เพื่อยกระดับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม รวมถึงมอบสิ่งของจำเป็นสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า

นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างจริงจัง โดยจะเร่งผลักดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ควบคู่กับ “เชียงดาวโมเดล” เพื่อเป็นต้นแบบการทำงานแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพลังของชุมชนในพื้นที่”

รมว.ทส. ยังชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่และเครือข่ายชุมชน ที่ร่วมกันเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเข้มแข็งและเสียสละ พร้อมยืนยันเดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ “ดอยหลวงเชียงดาว” ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ ให้มีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาป่าอย่างใกล้ชิด ควบคู่การดำเนินงานเชิงระบบของภาครัฐ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top