15 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ร่วมกันจัดแสดงผลงานการวิจัยเกี่ยวกับ “ภูมิปัญญาวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี” เพื่อการเผยแพร่ อนุรักษ์ สร้างฐานข้อมูลสำหรับศึกษาค้นคว้า รวมทั้งเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาในมิติต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ฯลฯ ณ หอประชุมวชิราลงกรณ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยมีประชาชนในท้องถิ่น และบรรดาสื่อมวลชน ไปเยี่ยมชมและชิมการปรุงอาหารด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านจากชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพนมกันสดๆ ด้วย
ผศ.สุกัญญา ไหมเครือแก้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า เนื่องจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความหลากหลายทางภูมิประเทศ จึงได้มีการแบ่งประเภทของอาหารออกไปตามลักษณะภูมิประเทศเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ราบลุ่ม มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำสลับภูเขาและทะเล ได้แก่ อ.ไชยา อ.ท่าฉาง อ.ท่าชนะ อ.พุนพิน อาหารในกลุ่มนี้ได้แก่ ผัดไทไชยา ไข่เค็มไชยา แกงส้มทุเรียนแกงไตปลา เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 กลุ่มบ้านสวน มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำและภูเขาสูง ได้แก่ อ.เวียงสระ อ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาเดิมอ.พระแสง อ.ชัยบุรี อาหารในกลุ่มนี้ได้แก่ ข้าวยำสมุนไพรขนมปู๊ดหลู๊ด ทุเรียนกวน ปิ้งเห็ดแครง เป็นต้น
กลุ่มที่ 3 กลุ่มชายฝั่งทะเลและเกาะแก่ง ประกอบด้วยอ.เมืองสุราษฎร์ธานี อ.ดอนสัก อ.เกาะสมุย อ.เกาะพะงัน อ.กาญจนดิษฐ์ อาหารในกลุ่มนี้ได้แก่ แกงส้มปลาทะเล วายคั่วหอยนางรมพร้อมเครื่องเคียง ต้มลูกโยนใบพ้อ
กลุ่มที่ 4 กลุ่มขุนเขาและสายน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนล้อมรอบด้วยสายน้ำ ประกอบด้วย อ.เคียนซาอ.วิภาวดี อ.บ้านตาขุน อ.พนม อ.คีรีรัฐนิคม อาหารในกลุ่มนี้ได้แก่ ยำใบไม้ คั่วรอก หลามข้าว สะตอผัดเคย
ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล อธิการบดี ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีอารยธรรมสืบทอดมายาวนานนับแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย อาหารแต่ละอย่างจึงสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันควรค่าแก่การหวงแหน เนื่องจากอาหารแต่ละจานจะผสมผสานทั้งศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ก็คือรสนิยม ความพิถีพิถัน การประดิดประดอย ส่วนวิทยาศาสตร์คือคุณค่าทางโภชนาการ ในอนาคตที่มีการทำนายว่าโลกอาจเข้าสู่ยุคขาดแคลนอาหาร จังหวัดสุราษฎร์ธานีและประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็น “ครัวโลก” ได้ เพราะเรามีความพรักพร้อมทุกด้าน ทั้งทรัพยากร วัตถุดิบ องค์ความรู้ รวมทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ผสมกลมกลืนอย่างลงตัว
ทางด้าน ลุงกิตติศักดิ์ ศรชนะ อายุ 55 ปี ชาวบ้านจาก อ.พนมเล่าว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ อ.พนม ตนและครอบครัวจึง
หันมาทำอาหารพื้นบ้านจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวอาหารที่ชาวต่างชาติชื่นชอบเป็นพิเศษและมักขอให้ตนสาธิตให้ชมคือ “การหลามข้าว” เนื่องจาก การหลามข้าวเป็นภูมิปัญญาของชาวสุราษฎร์ธานีในสมัยโบราณ เมื่อต้องออกเดินทางรอนแรมไปไหนไกลๆ หากพกพาอาหารไปด้วยก็จะเน่าเสียระหว่าทาง จึงพกไปเพียงข้าวสารกับเกลือ ระหว่างทางก็แวะหยุดหลามข้าวได้ทุกที่
พร้อมกันนี้ ลุงกิตติศักดิ์ ได้สาธิตการหลามข้าวให้ดู เริ่มจากการนำเอาใบไม้ที่มีอยู่ในป่า อาทิ ใบเร็ด ใบยูง ใบคลุ้มหรือใบตอง แต่ถ้าเป็นใบไม้ที่มียางต้องต้มให้สุกเสียก่อนเพราะยางไม้จะทำให้ข้าวไม่สุก จากนั้นนำมาห่อข้าวสาร เหยาะเกลือลงไปนิดหน่อยเพื่อพอให้มีรสชาติ จากนั้นใส่ลงไปในกระบอกไม้ไผ่ เติมน้ำลงไปแล้วนำไปเผาไฟ เมื่อน้ำเดือดก็คว่ำกระบอกเทน้ำทิ้ง ก็จะได้หลามข้าวหอมๆ มาเติมพลังงานระหว่างเดินทาง
รศ.ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ รองผู้อำนวยการ สกว.ด้านสื่อสารสังคม กล่าวว่า วันนี้รู้สึกหายเหนื่อยที่ได้เห็นผลงานมากมายขนาดนี้ สกว.และ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานีใช้เวลาถึง 2 ปี ในการทำให้วิถีชุมชนและวิถีชีวิตที่ทรงคุณค่านี้ได้ปรากฏตัวสู่สายตาสังคม และกลายเป็นตัวต่อให้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นได้ด้วย โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว ประจวบเหมาะกับที่ทาง สกว.ได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลเรื่องการท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานีพอดี
ในเมื่อ จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นครบเครื่องเรื่องภูมิปัญญาอาหาร ส่วน ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานีก็มีความครบเครื่องในเรื่องของวิชาการ เมื่อทั้งสององค์กรมาผนึกกำลังกันอย่างกลมกลืนเช่นนี้ อนาคตย่อมจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านแก่ท้องถิ่นทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และจะสามารถขยายศักยภาพต่อในระดับนานาชาติได้ด้วย เรียกได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนล้วนแต่ วินวิน ด้วยกันทั้งนั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี