25 ก.ค. 59 ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺนสาโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรารังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้พระสงฆ์ทั่วประเทศตื่นตัวรวมพลัง กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการตรวจสอบกรณีการครอบครองรถเบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และพบว่ามีความผิดฐานครอบครองสินค้าไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบ และร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ว่าถ้าใช้คำว่าปลุกม็อบ พระเมธีธรรมาจารย์ คงทำไม่ได้เพราะกฏหมายห้าม ซึ่งคงต้องไปศึกษาให้ดี ส่วนกรณีที่จะออกมาเคลื่อนไหวก็ต้องดูว่าเคลื่อนไหวเรื่องอะไรและชอบธรรมหรือไม่ เพราะยังไม่สามารถบอกว่าถูกหรือผิดได้ต้องดูที่วิธีการด้วย แต่ที่ผ่านมายืนยันว่าดีเอสไอทำตามหน้าที่และถูกต้องกฎหมาย นอกจากนี้ ยังให้โอกาสซักถามและพร้อมจะชี้แจงตลอดเวลา ขณะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาก็ต้องปกป้องให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่โดยไม่เข้าไปก้าวก่าย
ต่อข้อถามว่าทนายสมเด็จช่วง ระบุว่าดีเอสไอละเมิดสิทธิ์ของสมเด็จช่วง นั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า หากใครเห็นว่าพนักงานสอบสวนทำหน้าที่ละเมิดสิทธิ์ ทำไม่ถูกต้องก็พึ่งกระบวนการยุติธรรมสามารถฟ้องได้ เป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่มีปัญหา เพราะสิ่งที่ตนกลัวไม่ใช่ม็อบหรือกระบวนการนอกระบบ แต่กลัวผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิดกฏหมาย เพราะเราทำหน้าที่รักษากฎหมาย ต้องทำด้วยความถูกต้องและรอบคอบ ทั้งนี้ตนไม่เห็นด้วยถ้าจะใช้วิธีการปลุกม็อบซึ่งอยู่นอกกระบวนการยุติธรรม กฎหมาย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าในกรณีดีเอสไอตรวจสอบรถที่สมเด็จช่วงครอบครอง ได้ข้อยุติเสร็จสิ้นแล้วนั้น ก็บอกว่าเป็นการทำหน้าที่โดยเร่งรัด ขณะที่ก่อนหน้านี้ดีเอสไอถูกต่อว่าทำงานล่าช้า
ต่อข้อถามคณะพนักงานสอบสวนคดีตรวจสอบรถสมเด็จช่วง จะมีการประชุมในวันนี้ (25 ก.ค.) แต่เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 27 ก.ค. พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า คณะทำงานคดีดังกล่าวมีพนักงานอัยการร่วมคณะสอบสวนคดีจะประชุมกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอในคดีนี้ว่า จะมีความเห็นร่วมกันว่าจะแจ้งข้อหาอะไรกับสมเด็จช่วง และผู้ทำผิดในคดีนี้ อย่างไรก็ตาม คดีนี้อยู่ในชั้นต้นกระบวนการยุติธรรมที่ชั้นพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีความผิดซึ่งยังไม่ถือว่าจบ เพราะต้องไปยุติที่ศาลยุติธรรม เพราะยังไม่รู้ว่าอัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ จึงพูดมาตลอดว่าให้ต่อสู้อย่างถูกต้องภายใต้กระบวนการยุติธรรม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี