546.jpg
DSIแถลงถกร่วมอัยการคดี'รถหรู' ไร้วี่แววชื่อสมเด็จช่วง-ผู้เกี่ยวข้อง

DSIแถลงถกร่วมอัยการคดี'รถหรู' ไร้วี่แววชื่อสมเด็จช่วง-ผู้เกี่ยวข้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 18.54 น.

28 ก.ค.59 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกแถลงการณ์แถลงการประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ คดีพิเศษที่ 12/2559 กรณี รถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz หมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ว่า ตามที่ดีเอสไอได้สืบสวนสอบสวนกรณีการครอบครองรถยนต์ประกอบขึ้น จากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า (รถจดประกอบ) ของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เนื่องจากคดีเป็นที่สนใจของประชาชนและสื่อมวลชน โทรศัพท์มาสอบถามความคืบหน้าตลอดเวลา

ดีเอสไอจึงแถลงความคืบหน้า ว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ประชุมสรุปประเด็นร่วมกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาความผิดของกลุ่มผู้ครอบครองรถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz ที่ชำระภาษีไม่ครบถ้วนนั้น


ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันว่า คดีมีพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนในชั้นนี้ ยังรับฟังได้อีกว่า มี นายพิชัย วีระสิทธิกุล และนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับ นายเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ ในความผิดตาม ข้อ 1) ด้วย ส่วนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร มีการชำระภาษีสรรพสามิตไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

สำหรับผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวที่เสียภาษีไม่ครบถ้วนจะมีความผิดตามมาตรา 161 (1) พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ จะได้พิจารณาดำเนินการเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ในส่วนที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวไปแล้วนั้น มีดังนี้ 1) นายเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ ข้อหา "ร่วมกันลักลอบหนีศุลกากรหรือซื้อหรือรับไว้ ด้วยประการใดๆ ซึ่งของหนีภาษีศุลกากร" ตามมาตรา 27 และมาตรา 27 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ประกอบมาตรา 16 และมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับบที่ 9) พ.ศ.2482 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

2) นายเมธีนันท์ หรือชลัช นิติฐิติวงษ์ ข้อหา "ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย , แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ , แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีสรรพสามิต" ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 มาตรา 267 และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 165

3) นายสมนึก บุญประไพ ข้อหา "ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย , ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , ร่วมกันปลอมเอกสารหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม" ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 มาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 267 มาตรา 268 ประกอบมาตรา 83

ส่วนในเรื่องเกี่ยวกับการประเมินภาษีเพิ่มเติมทางกรมสรรพสามิตได้พิจารณาดำเนินการแล้ว ขณะนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างรอแจ้งผลการดำเนินการจากกรมสรรพสามิต หากการดำเนินการมีความคืบหน้าเป็นประการใดจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมกันระหว่างคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ กับพนักงานอัยการฯ ในคดีการตรวจสอบรถเบนซ์ ที่มี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าไม่มีการพูดถึงเรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาสมเด็จช่วง รวมทั้ง พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แต่อย่างใด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top