546.jpg
25ตุลาฯดีเดย์ย้ายรถตู้  จัดระเบียบอนุสาวรีย์ฯ  ผู้ประกอบการไม่พอใจ

25ตุลาฯดีเดย์ย้ายรถตู้ จัดระเบียบอนุสาวรีย์ฯ ผู้ประกอบการไม่พอใจ

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.)พ.อ.สุวิทย์ เกตุศรี รองผบ.พล.ม.2 รอ.) ในฐานะประธานคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ พร้อม นายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) ผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบกและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ(ขสมก.) ได้ร่วมประชุมชี้แจง ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะที่วิ่งร่วมกับ บขส.และ ขสมก. เพื่อจัดระเบีบยตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

พ.อ.สุวิทย์ แถลงหลังประชุมว่า เพื่อรับทราบปัญหาของผู้ประกอบการ และนำไปปรับแผนในการประชุมวันที่ 24 สิงหาคมเพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความพอใจ ส่วนข้อห่วงใยผู้ประกอบการคือเรื่องความปลอดภัย ในการต่อรถผู้โดยสารไปยังหมอชิต เอกมัย และสายใต้ซึ่งเรามีแนวทางแก้ปัญหาอยู่แล้ว ผ่านเจ้าหน้าที่ ตำรวจ บขส.และทหารที่ประจำในพื้นที่ทั้ง 3 สถานี มีความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยเรื่องความปลอดภัย ถือเป็นนโยบายแรกในการจัดระเบียบรถตู้


สำหรับแนวทางการการจัดระเบียบรถตู้นั้น จะเป็นรถตู้ประจำทางมาตรฐาน2(จ.),(ต.),(ช.) หมวด 2 วิ่งเส้นทางระหว่างกทม.ไปยังต่างจังหวัดระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร จำนวน 4,205 คันในจุดต่างๆโดยเฉพาะรอบพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อย้ายจุดจอดไปยัง 3 แห่งที่เตรียมไว้คือ

1.สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ จุตจักร 2.สถานีขนส่งสายใต้บรมราชชนนี และ3. สถานีขนส่งเอกมัย เพื่อลดปัญหาร้องเรียนการจราจรติดขัดในเมืองกทม.และยกระดับการบริการให้ได้มาตรฐาน

“ ยืนยันว่า การย้ายรถตู้รอบอนุสาวรีย์ชัยฯไปยังสถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ เอกมัย จะเป็นไปตามแผนเดิม แม้ผู้ประกอบการฯยังมีปัญหาอยู่ แต่มั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆเพื่อให้เป็นตามกรอบเวลา คือดีเดย์วันที่ 25 ตุลาคมนี้” พ.อ.สุวิทย์ ย้ำ

และว่าทั้งนี้จะให้บขส. และขสมก.เริ่มประชาสัมพันธ์จุดจอดที่สถานีหมอชิต สายใต้ เอกมัยเพื่อให้ประชาชนได้ทราบว่าเส้นทางที่เคยขึ้นอยู่จะต้องไปที่ไหน เชื่อจะไม่สร้างความสับสนผู้โดยสารและเกิดการทับซ้อนเส้นทาง ส่วนการบริหารจัดการเวลารถวิ่ง เป็นเรื่องผู้ประกอบการ ส่วนของทหารกับบขส.จะร่วมควบคุมจนถึงระยะเวลาที่ครบกำหนด ในแต่ละสถานีจะมีคณะกรรมการ4ฝ่ายคือ บขส.กรมการขนส่งทางบก กทม. ตำรวจ ทหารจะเป็นพี่เลี้ยงทุกสถานีโดย

นายณัฐวุฒิ กล่าวเสริมว่า ผู้ประกอบการรถตู้บางส่วนที่ไม่เห็นด้วยในการจัดระเบียบครั้งนี้ เพราะกลัวเสียผลประโยชน์จากผู้โดยสารมากกว่า แต่ผู้ประกอบการรถตู้ส่วนใหญ่ เช่นกลุ่มวินรถตู้เส้นทาง กรุงเทพฯ-พัทยา มีรถตู้ 30-40 คัน,กรุงเทพฯ-อุทัยธานี กระแสตอบรับดี

ด้านนายหัสชัย สายน้ำเขียว ผู้ประกอบการรถตู้ฯ เส้นทางอนุสาวรีย์ชัยฯ-ปราณบุรีกล่าวว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยในแนวคิดนี้จึงมีข้อเสนอให้ไปสอบถามความคิดเห็นประชาชนผู้ใช้บริการถ้าผลออกมาว่าประชาชนเห็นด้วยในการย้ายจุดจอดรอบอนุสาวรีย์ชัยฯผู้ประกอบการฯจะยอมรับ แต่คิดว่าการย้ายจุดจอด ประชาชนจะเดือดร้อนมากกว่าเพราะคนต่างจังหวัดจะต้องต่อรถหลายต่อ

“ที่อ้างเหตุผลเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดนั้นก็คิดว่าถ้าย้ายที่จอด ไปยังหมอชิต เอกมัยและสายใต้จะไปสร้างมีปัญหาจราจรติดขัดตรงนั้นแทน ถ้ามีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารผู้ประกอบการจะยื่นขอความช่วยเหลือ ขอความเป็นธรรมต่อไป ทุกวันนี้เราลำบากและขาดทุน” นายหัสชัย กล่าว

นางธัญญา อิ่มพร ผู้ประกอบการรถตู้ เส้นทางอนุสาวรีย์ชัยฯ-ระยองกล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับ คสช.แต่คสช.ต้องฟังปัญหาเราบ้าง อยากให้ทบทวน ตอนนี้เราอาจจะยอมย้าย แต่อยากให้อนาคต รัฐสร้างศูนย์รวมรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่งไม่ใช่เพื่อผู้ประกอบการ แต่เพื่อประชาชนจะได้รับความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่มาต่อรถตู้โดยสารไปอีกจังหวัดรวมถึงคนแก่ที่มาหาหมอด้วย ทุกวันนี้มีผู้โดยสารบ่นกับผู้ประกอบการว่าไม่ย้ายได้หรือไม่ จึงอยากให้สอบถามความคิดเห็นผู้ใช้บริการจริงๆ ด้วยว่าเขาเดือดร้อนหรือไม่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top