เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดน่าน ได้มีพิธีเปิดงานมหกรรมพลังเยาวชน “พลังสร้างสรรค์ละอ่อนน่าน ฮักบ้านเกิด ปี 2” ณ ข่วงเมืองน่าน วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ให้เยาวชนเป็นคนคิดเอง ทำเอง วางแผนการดำเนินงานเอง โดยมีผู้ใหญ่ใจดีในฐานะโค้ช เป็นผู้หนุนเสริมอยู่เบื้องหลัง
งานนี้เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากย้อนไปเมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มเยาวชนจาก 8 อำเภอรวมตัวกันเข้าร่วมโครงการเสริมศักยภาพเครือข่ายเยาวชนน่าน ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชน (วัดโป่งคำ) ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จังหวัดน่าน โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) เกิดเป็นโครงการกว่า 13 โครงการ แบ่งออกเป็น 3 ด้านประกอบ ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการจัดการทรัพยากร ด้านการจัดการขยะ ทุกโครงการต่างมีฐานคิดภายใต้การทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ ซึ่งกระบวนการสุดท้ายของการทำโครงการนี้คือการคืนข้อมูลสู่สาธารณะ จึงเป็นที่มาของงานมหกรรมพลังเยาวชน “พลังสร้างสรรค์ละอ่อนน่าน ฮักบ้านเกิด” ครั้งที่ 2 ณ ข่วงเมืองน่าน วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน
นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน โรงพยาบาลน่าน ผู้ขับเคลื่อนงานด้านสังคมในจังหวัดน่านมายาวนาน กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดงาน ว่า งานในวันนี้แสดงให้เห็นว่าเยาวชนจังหวัดน่านไม่ได้นิ่งดูดายต่อปัญหาของเมืองน่าน แต่เยาวชนทั้งหลายนั่งคิด นั่งทำ เพื่อที่จะสืบสานสิ่งดีๆ ของจังหวัดให้สืบต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน น้ำ ป่า หรือวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความหวังที่ผู้เฒ่าทั้งหลายคิดอยู่ และเมื่อมาเห็นเยาวชนน่านทำเรื่องเหล่านี้ เราก็นอนตายตาหลับ คำพูดที่เยาวชนพูดออกมานั้นล้วนมาจากการที่เยาวชนได้ลงมือทำจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประทับใจมาก จังหวัดน่านมีปัญหามากมาย ถ้าเราจะหวังให้คนที่อื่นมาช่วยอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องเริ่มที่เราก่อนเหมือนที่ละอ่อนน่านในวันนี้ร่วมกันทำ
ขณะที่พระครูสุจิณนันทกิจ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชน(วัดโป่งคำ) กล่าวว่า เยาวชนเมืองน่าน มีศักยภาพและเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมชุมชนท้องถิ่น เพียงผู้ใหญ่เปิดโอกาส เปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพ ของตนเองที่สร้างสรรค์ในการคิด ศึกษาความรู้ วิเคราะห์ ออกแบบ วางแผนและลงมือทำ กิจกรรมเพื่อชุมชนท้องถิ่น บนฐานความรู้และการสรุปบทเรียนร่วมกันทุกอย่างก็จะไปได้ดี เพราะทุกคนมีศักยภาพและความสามารถ เพียงแต่ว่ายังขาดการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ โครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้เยาวชนได้ทำโครงการร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนเป็นตัวเชื่อมการทำงานร่วมกัน ระหว่างตัวเยาวชนและเพื่อนในชุมชนเอง
สำหรับรูปแบบของการจัดงานมหกรรมในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นด้วยการเดินขบวนของกลุ่มเยาวชนที่ต่างแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองหลากหลายชาติพันธุ์ และการแสดงของกลุ่มเด็กเยาวชน ทั้งการฟ้อนรำไทลื้อ สาธิตการตีกลองปูจา ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมของเมืองน่าน โดยมีวัตถุประสงค์คือ ต้องการสะท้อนให้เห็นว่า ในวันนี้ได้มีกลุ่มเยาวชนจำนวนหนึ่งที่ได้รวมตัวกันเพื่อทำประโยชน์ให้กับชุมชนบ้านเกิดของตนเอง นอกจากนี้ยังมีการพูดสร้างแรงบันดาลใจ (Ignite show) จากตัวแทนเยาวชนทั้ง 13 โครงการ บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้นทำโครงการ ปัญหาและอุปสรรค วิธีการแก้ไข และสิ่งที่ได้จากการทำโครงการที่เยาวชนได้จากการลงมือปฏิบัติจริง อันเป็นเสมือนเสียงสะท้อนที่ทำให้ผู้มาร่วมงานทั้งหมด รู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นเยาวชนเมืองน่าน มาร่วมกันทำสิ่งดีๆ ให้กับเมืองน่าน และแสดงศักยภาพให้ผู้ใหญ่เห็นว่า เด็กน่านอย่างพวกเขาก็สามารถทำอะไรดีๆ เช่นกัน
และนี่คือบทพิสูจน์ว่า พลังเล็กๆ ที่สร้างสรรค์ของเยาวชน ก็สามารถกลายเป็น “พลังสำคัญ” ในการขับเคลื่อนเมืองน่านให้กลับมาเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ผ่านตัวเยาวชนที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดขึ้นในชุนชนได้ ซึ่งพลังเหล่านี้คือ “อนาคตของเมืองน่าน” ที่จะเข้ามาช่วยกัน “สร้าง” เมืองน่านให้คง “คุณค่าความเป็นน่าน” ตราบนานเท่านาน
และวันนี้ประเทศไทยก็ได้รับคำตอบจากเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศแล้วว่าพวกเขาต้องการเห็นประเทศไทยและสังคมไทยเดินหน้าไปอย่างไร ความรัก ความสามัคคี ของคนไทยในวันนี้คือ หัวใจสำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศชาติพัฒนาสู่เป้าหมายได้อย่างที่ต้องการ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี