546.jpg
‘ชนม์สวัสดิ์’จ๋อย ยธ.เบรกปล่อยก่อนกำหนด อัยการร้องรื้อค่าโง่คลองด่าน

‘ชนม์สวัสดิ์’จ๋อย ยธ.เบรกปล่อยก่อนกำหนด อัยการร้องรื้อค่าโง่คลองด่าน

วันอังคาร ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังมีข่าวฮือฮาว่า นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ผู้ต้องขังคดีทุจริตเลือกตั้งเมื่อปี 2542 ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ในเรือนจำกลาง จ.สมุทรปราการ จะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 7 สิงหาคม ตามคำให้สัมภาษณ์ของ นายวุฒิชัย เจนวิริยะกุล ผบ.เรือนจำกลางสมุทรปราการ โดยอ้างว่า นายชนม์สวัสดิ์ ได้รับการพักโทษ จนกลายเป็นข่าวครึกโครม แต่สุดท้ายก็ไม่ปรากฏว่า นายชนม์สวัสดิ์ ได้รับการปล่อยตัวแต่ประการใด

จากประเด็นดังกล่าว นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมว่า กรณีนี้ไม่ใช่การพักโทษแต่เป็นการลดวันต้องโทษตามที่ ผบ.เรือนจำ พิจารณาดำเนินการ โดยนับจากการทำกิจกรรมของผู้ต้องขัง แล้วเสนอให้กรมราชทัณฑ์อนุมัติ แต่เมื่อผู้บริหารระดับกรมพิจารณาแล้ว มีความเห็นให้สมควรรับโทษต่อไปให้ครบตามกำหนด


ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นขั้นตอนการทำงานของข้าราชการ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีชื่อ นายชนม์สวัสดิ์ อยู่ในรายชื่อผู้ต้องขังที่จะได้รับการพักโทษ ซึ่งก่อนหน้านี้หลังการพักโทษ นายเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือ ผู้พันตึ๋ง ตนเคยมอบนโยบายให้แก้ไขกฎกระทรวง โดยให้เพิ่มขั้นตอนการพิจารณาพักโทษผู้ต้องขังให้รอบคอบมากขึ้น จากเดิมที่ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นผู้เสนอรายชื่อและอนุมัติ ก็ให้แก้ไขเพิ่มขั้นตอนให้ผ่านการพิจารณาในระดับปลัดกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ด้วย

“ผมมองว่าที่ผ่านมาการพักโทษบางกรณีมีข้อครหาจากสังคม โดยเฉพาะผู้ต้องขังบิ๊กเนม ซึ่งประชาชนให้ความสนใจ จึงควรได้รับการไตร่ตรองอย่างละเอียดว่า บุคคลที่จะได้รับการพักโทษเคยกระทำผิดอย่างไร เมื่อปล่อยแล้วจะมีผลกระทบต่อสังคมหรือไม่ เช่น คดีที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน”

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ข้อสั่งการของตนไม่ได้เจาะจงเฉพาะบิ๊กเนม แต่ต้องการให้ใช้ในการลดวันต้องโทษและพักการลงโทษทุกรายดำเนินการอย่างเหมาะสม เช่นการกำหนดกิจกรรมทำความดีที่นำมาเป็นเหตุผลลดวันต้องโทษ กรมราชทัณฑ์ต้องมีคำตอบที่อธิบายได้ เพราะสังคมย่อมต้องการทราบว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ ไม่ใช่การนั่งเขียนบรรยายตัวหนังสือ ทุกคดีที่ศาลตัดสินลงโทษต้องใช้เวลาหลายปีกว่าคดีจะจบ การใช้ดุลยพินิจลดวันต้องโทษจึงต้องทำด้วยความรอบคอบ เพื่อเป็นหลักประกันให้สังคมมั่นใจว่ามีความปลอดภัยในการปล่อยตัวผู้พ้นโทษทุกกรณี รวมถึงการได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วย

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมแจ้งว่า กรณีที่เกิดขึ้นผู้บริหารในกระทรวงยุติธรรมไม่ได้รับทราบรายละเอียดมาก่อน กระทั่งมีข่าวออกมาจากสื่อมวลชนว่า จะมีการปล่อยตัว นายชนม์สวัสดิ์ ทำให้ต้องตรวจสอบไปยังเรือนจำกลางสมุทรปราการ และพบว่า เป็นการปล่อยตามเงื่อนไขลดวันต้องโทษ ซึ่งผบ.เรือนจำนับวันบำเพ็ญประโยชน์มาลดโทษให้ นายชนม์สวัสดิ์ กว่า 100 วัน และให้พักโทษในส่วนที่เหลืออีก 6 เดือนไว้ ดังนั้นจึงเป็นปัญหาที่อาจต้องตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจดังกล่าวว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะการพิจารณาลดวันต้องโทษต้องไม่พิจารณาเพียงเงื่อนไขการร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาภาพรวมทุกด้าน กรณีของ นายชนม์สวัสดิ์ ถูกศาลตัดสินคดีทุจริตการเลือกตั้ง และถูกคำสั่ง คสช. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ต้องนำมาประกอบการพิจารณาด้วย

วันเดียวกัน ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม อัยการฝ่ายคดีปกครอง 6 ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงการคลัง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้พิจารณาคดีสัญญาจ้างก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดนำเสียเขตควบคุมมลพิษ คลองด่าน จ.สมุทรปราการ ใหม่ และเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ก็ได้รับมอบอำนาจจากกรมควบคุมมลพิษ (กคพ.) ในการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ให้พิจารณาคดีดังกล่าวใหม่เช่นกัน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2557 ในคดีหมายเลขดำ อ.185-286/2556 ที่ บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กับพวกซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรวม 6 ราย ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษ โดยศาลพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษ ชำระค่าจ้าง ค่าเสียหายรวมดอกเบี้ย ตามข้อเรียกร้องเป็นเงินบาทจำนวน 4,983,342,383 บาท และเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯจำนวน 3,035,780 ดอลล่าร์สหรัฐฯ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น 4,424,099,982 บาท และ 26,434,636 ดอลล่าร์สหรัฐฯ นับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ

หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษ ได้ชำระเงินงวดแรกให้กับบริษัทไปเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2558 เป็นเงิน 3,174,581,566.04 บาท และ 21,713,855.40 ดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยยังรอการชำระงวดที่ 2 และ 3 ตามคำพิพากษา อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ปรากฏข้อเท็จจริงจากหน่วยงานตรวจสอบภาครัฐพบว่า สัญญาจ้างก่อสร้างดังกล่าวเป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 กระทรวงการคลัง จึงมีหนังสือถึงสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางขอพิจารณาพิพากษาคดีใหม่

เมื่อคณะทำงานพนักงานอัยการคดีปกครอง 6 ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีนี้ถือเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เคยมีการยกขึ้นกล่าวมาก่อน จึงอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ได้ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีข้อพิพาทระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ และกลุ่มบริษัทวิจิตรภัณฑ์ฯในสัญญาก่อสร้างบำบัดน้ำเสียคลองด่านนั้น ยังมีคดีอาญาที่กรมควบคุมมลพิษ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย กับพวกรวม 19 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทวิจิตรภัณฑ์ฯ และกิจการรวมค้าNVPSKGเป็นจำเลยต่อศาลแขวงดุสิต ฐานฉ้อโกงที่ดิน และฉ้อโกงสัญญามูลค่า 1.9 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างฎีกา หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกกรรมการบริษัทและนายวัฒนา รวม 11 คนๆ ละ 3 ปี แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2556 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top