533.jpg
บึ้ม!หัวหิน2ครั้งซ้อน วินาศกรรม 7จว.ภาคใต้ระส่ำหนัก (ประมวลภาพ)

บึ้ม!หัวหิน2ครั้งซ้อน วินาศกรรม 7จว.ภาคใต้ระส่ำหนัก (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

บึ้ม!หัวหิน2ครั้งซ้อน

วินาศกรรม

7จว.ภาคใต้ระส่ำหนัก

สุราษฎร์-ภูเก็ต-พังงา-กระบี่

ระเบิดต่อกว่า10ลูกดับ4

คสช.ชี้แผนดิสเครดิสรัฐบาล

เชื่อมโยงฝีมือคนในประเทศ

เกิดเหตุระเบิดโจมตีติดต่อกันหลายครั้งตั้งแต่คืนวันที่ 11 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 12 สิงหาคม ได้เกิดเหตุความไม่สงบทั้งมีการวางระเบิด เพลิงไหม้ และพบวัตถุต้องสงสัย บริเวณห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และหลายจังหวัดในภาคใต้ตอนบน รวม 7 จังหวัด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย

ประเดิมระเบิดป่วน“ภูเก็ต”


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเหตุระเบิดต่อเนื่องดังกล่าวจากมีขึ้น มีสิ่งบอกเหตุพบว่าตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัย 2 จุด บริเวณร้านขายเสื้อผ้า ด้านหน้าโรงแรมพาราไดซ์ และภายในร้านขายเสื้อผ้า ตลาดไชน่าทาวน์ ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด(อีโอดี)พบว่าเป็นการประกอบวัตถุคล้ายระเบิดชนิดที่ก่อให้เกิดประกายเพลิง จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ชนวนหรือตัวตั้งเวลาอาจไม่ทำงาน

ตูมสนั่น!กลางเมือง“ตรัง”

ต่อมาเวลา 17.07 น.วันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดบริเวณตลาดยามเย็นเซ็นเตอร์พอยท์ ถ.รื่นรมย์ ต.ทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง ใกล้ สภ.เมืองตรัง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บในเบื้องต้น 7 ราย ต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต 1 ราย คือ จ.อ.พิเชิด วิริยานุภาพพงษ์ อายุ 51 ปี เบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง

“หัวหิน”ลอบบึ้ม2ลูกซ้อน

จากนั้นเวลา 00.17 น.วันที่ 12 สิงหาคม เหตุเกิดระเบิดหน้าบาร์เบียร์ “จอห์นนี่ 56” หลังโรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน ถ.เดชานุชิต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจาก สภ.หัวหิน ราว 300 เมตร จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุคาดว่าคนร้ายใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่อง บรรจุด้วยลูกเหล็ก นำมาซุกไว้ในกระถางต้นไม้หน้าร้าน แล้วจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

สาวไทยสังเวย1ศพ-เจ็บอื้อ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีจากค่ายนเรศวร ทำการตรวจสอบพื้นที่อยู่นั้น ปรากฏว่าอีกราว 30 นาทีต่อมา ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งที่หน้าร้านเรนทรี สปา ห่างจากจุดแรกประมาณ 50 เมตร โดยคนร้ายซุกระเบิดไว้ในกระถางต้นไม้หน้าร้าน ก่อนจุดด้วยโทรศัพท์มือถือ แรงระเบิดส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รับบาดเจ็บราว 19 คน ต่อมามีผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต 1 ราย ที่โรงพยาบาลหัวหิน พบว่า เป็นแม่ค้าชาวไทยอายุประมาณ 40 ปี

ป่วนหนัก“วางเพลิง”หลายจุด

นอกจากนี้วันที่ 12 สิงหาคม ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในหลายพื้นที่ เริ่มจากเวลา 02.15 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ตลาดนัดบางเนียง หมู่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านบาท มีร้านค้าได้รับความเสียหายจำนวน 80 ล็อค เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก เจ้าของพื้นที่สันนิษฐานไว้ 2 ประเด็นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือลอบวางเพลิง

เผาห้างเมือง“ตรัง”สูญ100ล.

ต่อมาเวลา 03.00 น. เกิดเพลิงไหม้ห้าง ลีมาร์ท ซุปเปอร์ ค้าส่ง ตั้งอยู่ที่ถนนสถานีรถไฟ ในเขตเทศบาลนครตรัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่เปิดมาแล้วกว่า 30 ปี เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

ไฟไหม้ร้านค้า“อ่าวนาง”กระบี่

ไล่เลี่ยกัน เวลา 03.15 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้พื้นที่ย่านการค้าหน้าหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ โดยที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียวติดกัน 5 ห้อง เปิดเป็นร้านขายสินค้าของที่ระลึกและเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถระงับเพลิงไว้ได้ มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท

วอดอีกเพลิงไหม้ตึกที่“สุราษฎร์”

เวลา 03.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านทวีสินพลาสติก ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้นครึ่ง ตั้งอยู่เลขที่ 486/3-6 ถ.กาญจนวิถี ต.บางกุ้ง จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ติดกับธนาคารกรุงเทพ สาขากาญจนวิถี เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถดับเพลิงกว่า 10 คัน เข้าระดมฉีดน้ำนานกว่า 3 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นมีอาคารพาณิชย์เสียหาย 4 คูหา คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

โลตัส“เมืองคอน” ไหม้รับอรุณ

ต่อมาเวลา 04.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขานครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ริมถนนสายพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิง 3 คัน ใช้เวลา 15 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงอยู่บริเวณชั้นวางล็อกที่ 21 สินค้าประเภทของขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก

แฉจุดบึ้ม-เผาด้วย“ซัมซุงฮีโร่”

จากนั้นในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ และพบชิ้นส่วนซากโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ ในที่เกิดเหตุ ซิมโทรศัพท์อยู่สภาพไหม้เกรียม เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการวางระเบิดแสวงเครื่องแบบทำให้เกิดเพลิงไหม้ ตั้งเวลาจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ แบบเดียวกับที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต

บึ้มซ้ำ!“สุราษฏร์”2ลูกซ้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิด และเพลิงไหม้ มาตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา ยังเกิดเหตุระเบิดซ้ำอีกอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเช้าวันที่ 12 สิงหาคม โดยเวลา 08.00 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้ากองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ซึ่งใช้เป็นพื้นที่จัดงานทำบุญตักบาตรเนื่องในวันแม่แห่งชาติ โดยมีนายวงศ์ศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) สุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธี

หลังจากเสร็จพิธีเพียง 5 นาทีได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นระหว่างพนักงานทำความสะอาดกำลังเก็บขยะ ทำให้พนักงานทำความสะอาดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี 1 ราย คือ นางจงกลดี ทุ่มกระจ่าง 51 ปี และยังมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

ส่อจุดชนวนด้วย“ซัมซุง ฮีโร่”

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พร้อมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ และลูกปืนล้อรถตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเวลา 8.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจที่เกิดเหตุที่แรก ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี อีก 1 จุด ห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร เบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 จุด เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยนาฬิกาปลุกโทรศัพท์มือถือ

ระบิดสนั่น“ภูเก็ต”2จุด

เวลา 08.50 น. เกิดเหตุระเบิด 2 จุด ในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จุดแรกเกิดขึ้นที่บริเวณลานโลมาหาดป่าตอง ซึ่งในจุดนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และจุดที่ 2 ที่บริเวณป้อมยามบางลา หน้าหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบหาดป่าตองของเจ้าหน้าที่ ยังพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นวัตถุระเบิดอีก 1 จุด ที่บริเวณใกล้กับโรงแรมบ้านไทย หน้าหาดป่าตอง ห่างจาก2 จุดแรกประมาณ 200 เมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ทันที

“หัวหิน”บึ้มซ้ำ2ลูกดับอีก1ศพ

ต่อมาเวลา 09.00 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก 2 ครั้ง ที่บริเวณหอนาฬิกาหัวหิน อ.หัวหิน โดยระเบิดเกิดขึ้นบริเวณตู้โทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บริเวณหอนาฬิกา แรงระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 1 ราย คือน.ส.ณัฐชา สุวรรณพรหม พนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน ที่เข้ามาเก็บของ หลังจัดกิจกรรมตักบาตรวันแม่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบระเบิดเพิ่มอีกบริเวณโคนเสาโรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน และบนรถจักรยานยนต์หน้าโรงเรียน ตรวจสอบพบเป็นระเบิดที่จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เบื้องต้นตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุที่บาร์เบียร์เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 12 สิงหาคม

ระเบิดซ้ำ3ครั้งซ้อนที่“พังงา”

เวลา 09.30 น. ที่ จ.พังงา เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก 2 จุด รวม 3 ครั้ง ที่บริเวณใกล้เคียงตลาดนัดบางเนียง ที่เพิ่งเกิดเพลิงไหม้ไปเมื่อเวลา 02.15 น. จุดแรกเกิดขึ้นบริเวณปากทางเข้าตลาด จุดที่ 2 อยู่ห่างจากจุดแรก 30 เมตร เกิดเสียงระเบิดขึ้น 2 ครั้งซ้อนที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทั้ง 2 จุด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเศษชิ้นส่วนของแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือหักเป็น 2 ท่อน และพบฝาหลังของโทรศัพท์มือถือคาดว่าเป็นยี่ห้อซัมซุงฮีโร่ตกอยู่ โดยนายสกล จันทรักษ์ รอง ผวจ.พังงา กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้และระเบิดที่เกิดขึ้นน่าจะเชื่อมโยงกัน

“สธ.”แถลงเจ็บ35เสียชีวิต4

พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงภายหลังประชุมวิดีโอ คอนเฟอร์เร้นซ์ ร่วมกับโรงพยาบาลศูนย์ 8 จังหวัด ที่เกิดเหตุความไม่สงบตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม ต่อเนื่องวันที่ 12 สิงหาคม ว่า เบื้องต้นมีตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษา 35 ราย เสียชีวิต 4 ราย แบ่งเป็น ที่ จ.ตรัง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 7 ราย , จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 24 ราย , จ.สุราษฎร์ธานี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย , จ.ภูเก็ต บาดเจ็บ 1 ราย ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา และระนอง ไม่มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บรวม 7 ราย ส่วนเรื่องการช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนั้น จะช่วยเหลือตามสิทธิและประกันที่แต่ละคนทำไว้ ส่วนชาวต่างชาติจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกับเหตุระเบิดที่ราชประสงค์

วางบึ้มหัวหินล่วงหน้า2วัน

พล.ต.ดนัย กฤตเมธาวี ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเหตุระเบิดใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่า มีการวางวัตถุระเบิดไว้ล่วงหน้า 2 วัน และวางในลักษณะเว้นช่วงการระเบิด โดยตั้งใจให้คล้ายกับการก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่การประกอบระเบิดไม่เหมือนกัน

อีโอดีคาดฝีมือกลุ่มเดียวกัน

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ระเบิดภาคใต้ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ใช้ลูกปราย , ลูกเหล็ก, ท่อเหล็ก บรรจุใส่กระป๋องทำเป็นระเบิด จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบฝาโทรศัพท์มือถือซัมซุงฮีโร่ และทุกจุดที่เกิดเหตุระเบิดนั้นมีลักษณะการก่อเหตุใกล้เคียงกัน คาดว่าอาจเป็นกลุ่มเดียวกัน

หิ้วสอบ2ผู้ต้องสงสัยบึ้มหัวหิน

รายงานข่าว ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 12 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ได้ลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายในละแวกจุดเกิดเหตุระเบิดระลอกแรกใน อ.หัวหิน กระทั่งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 คน ซึ่งเป็นคนจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปทำการสอบสวนที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง เนื่องจากพบว่าอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุในรัศมี 200 เมตร ไม่ใช่คนที่มาอาศัยในพื้นที่ ไม่มีคนเคยพบเห็นมาอยู่ละแวกดังกล่าว ไม่เคยมีประวัติการเดินทางมาที่ อ.หัวหิน โดยนำตัวไปสอบสวนที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง

พยานอ้างอาจมีต่างชาติเอี่ยว

ด้านนายสุวัฒน์ ศรีทุ่งราช อายุ 26 ปี อาชีพรับจ้าง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ระเบิดใน อ.หัวหิน ระลอกแรก และได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.00 น. ตนมานั่งเล่นบริเวณหน้าร้านจอห์นนี่ ถ.บิณฑบาต ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุระเบิดจุดแรก จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. สังเกตเห็นชายชาวต่างชาติ 2 คน รูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเครา ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซ้อนท้ายกันมา วนในซอยด้านหน้าร้าน โดยวนไป-กลับ 2 รอบ เมื่อทั้งคู่ขับรถจักรยานยนต์ออกไปได้ไม่นานก็เกิดเหตุระเบิดดังสนั่นขึ้น

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวว่า เบื้องต้นควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่ อ.หัวหิน ได้แล้ว อยู่ระหว่างสอบปากคำ

“จักรทิพย์”ชี้ส่อโยงประชามติ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดป่วน 5 จังหวัดทางภาคใต้ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ว่า ได้รับรายงานว่าเกิดเหตุวินาศกรรมต่อเนื่องใน 7 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 32 ราย เหตุทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม โดยในช่วงแรกเจ้าหน้าเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ ตำรวจกำลังติดตามจับกุมคนร้ายขอให้ประชาชน โดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุใช้ชีวิตอย่างปกติ ตนมั่นใจว่าจะจับกุมคนร้ายได้

“จากประสบการณ์งานสืบสวน ผมมองว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุล้วนเป็นจังหวัดที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ(รธน.) ซึ่งอาจมีผู้เห็นต่าง ก่อเหตุดิสเครดิต ลดความน่าเชื่อถือ” ผบ.ตร. กล่าว

แฉบางจุดอาจใช้“ซีโฟร์”

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวโยงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เสียงส่วนใหญ่ไม่รับร่าง รธน.หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า มีบางจุดที่เชื่อมโยงกันอยู่ ตนไม่ได้พูดถึงแนวคิดทางการเมือง แต่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างของกลาง โทรศัพท์มือถือที่ใช้จุดระเบิดเหมือนกัน บางจุดเป็นระเบิดแรงดันสูง อาจจะเป็นซีโฟร์ด้วยซ้ำ ตอนนี้มีการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยไปหลายรายแล้ว แต่ยังไม่ได้จับกุมใคร

“ด้านการข่าวพอมีข้อมูลอยู่ว่าจะมีเหตุรุนแรง แต่ไม่รู้ว่าจะมีขึ้นเมื่อไร จากการตรวจสอบเบื้องต้นระเบิดที่ใช้ก่อเหตุมี 2 ชนิด คือ ระเบิดที่ทำให้เสียชีวิต กับที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ทำงานสืบสวนคดีความมั่นคง มองว่าน่าจะเชื่อมโยงกัน จากที่เคยทำงานในพื้นที่ภาคใต้มองว่าการทำระเบิดมีความเชื่อมโยงกัน คล้ายๆกัน” ผบ.ตร.กล่าว

ชี้วินาศกรรมดิสเครดิตรบ.

เมื่อถามว่า กลุ่มที่เห็นต่างทางการเมือง น่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า อาจจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่สื่อมวลชนคิดในใจ แต่ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่ก่อการร้าย แต่เป็นวินาศกรรมในประเทศ แนวทางการสืบสวนไม่เกี่ยวโยงก่อการร้าย ลักษณะการก่อเหตุเชื่อว่าต่างชาติแทบไม่เกี่ยวข้อง ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ คนที่จะก่อเหตุได้ก็คนไทย ไม่ต้องมีสีหรอก แต่คนที่จะก่อเหตุได้ต้องมีศักยภาพพอสมควร ในการเคลื่อนย้ายของ การพกของมา ขณะที่เราเฝ้าระวังคนที่พยายามก่อเหตุก็จ้องจะทำ

ตั้ง“ศรีวราห์”คุมทีมสืบสวน

ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า คดีนี้ตนตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน คล้ายคดีระเบิดราชประสงค์ มีพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ดูแลด้านสอบสวน ซึ่งขณะนี้ยังติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังต่อเนื่อง และพยายามหยุดยั้งการก่อเหตุ เชื่อว่าหากหยุดได้ก็เงียบลง โดยก่อนลงเสียงประชามติก็มีความพยายามบิดเบือน พอจับกุมได้ก็เงียบไป

“ผมเห็นภาพชายต้องสงสัยในโซเชียลมีเดียแล้ว กำลังตรวจสอบอยู่ ตอนนี้ขอให้ทุกส่วนทั้งประชาชน นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ว่าดูแลได้ ส่วนที่คนร้ายเลือกก่อเหตุใน อ.หัวหิน อาจเพราะเป็นแหล่งนักท่องเที่ยว กลุ่มพวกนี้ก็คิดอย่างนี้เขาได้หลายอย่าง ทั้งทางการเมือง ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวต่างๆ ได้หลายอย่าง เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า” ผบ.ตร.กล่าว

ซัดก่อเหตุวันนี้“พวกเลวระยำ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเหตุใดคนร้ายจึงเลือกก่อเหตุในวันที่ 12 สิงหาคม ผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องไปถามเขาว่าคิดอย่างไร ถ้าถามตนว่าพวกนั้นมันเลวระยำมั้ง เป็นคนไทยหรือเปล่า ไม่ได้พูดแรง แค่ระยำเท่านั้นเอง ปกติตนไม่ได้เป็นคนพูดจาแบบนี้ แต่เพราะพวกนี้ก่อเหตุรุนแรง ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่อง แม่ค้า ผู้หญิง อยู่ดีๆก็ต้องมาเจ็บมาตาย

“บิ๊กป้อม”สั่งคุมเข้มทุกพื้นที่

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม(กห.) กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงทุกส่วน เข้าหารือ ประเมินสถานการณ์และความเชื่อมโยงเหตุระเบิดในหลายจุด ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ มุ่งหวังทั้งลดทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ควบคุมดูสถานการณ์ในภาพรวม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานความมั่นคงคุมเข้มและเพิ่มมาตรการป้องกันในทุกพื้นที่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด

“ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล พร้อมทั้ง ขอประณามผู้กระทำการอันป่าเถื่อนและกลุ่มที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เผาและระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้น และจงหยุดการทำร้ายประชาชนและประเทศชาติ ประเทศไทยในปัจจุบันจำเป็นที่จะต้องออกจากความขัดแย้งที่ยาวนานและเดินหน้าร่วมกัน” โฆษก กห.กล่าว

‘บิ๊กตู่’ชี้บึ้มฝีมือพวกไม่หวังดี

ส่วนความเคลื่อนไหวฝ่ายรัฐบาลหลังเกิดเหตุวินาศกรรมพื้นที่ 7จังหวัดภาคใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สัมภาษณ์ว่า สื่ออย่าไปขยายความให้มากนัก เหตุที่เกิดเพื่อสร้างความวุ่นวายให้สับสนอลม่าน ส่วนจะโยงไปถึงประเด็นใดนั้น ตนยังไม่ได้พูด เพราะเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่

‘ขอให้พิจารณากันเอาก็แล้วกันว่า มันเกิดเหตุอะไรขึ้นในช่วงนี้ ตั้งแต่ก่อนทำประชามติ จนหลังทำประชามติ ทำไมถึงมาเกิดในช่วงนี้ ทำไมเกิดในช่วงบ้านเมืองกำลังดีขึ้น กำลังเป็นหลักเป็นฐานมากขึ้น เศรษฐกิจกำลังดีขึ้น การท่องเที่ยวกำลังดีขึ้น ต้องถามว่า ทำไม แล้วใครที่ไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ใคร พวกไหน ไปหามาให้ผม’ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

‘บิ๊กป้อม’ลั่นจับคนร้ายให้ได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดที่ จ.ตรังและอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า เหตุระเบิดทั้ง 2จุดมีความเชื่อมโยงกันแน่นอน โดยพบว่าวัตถุระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นชนิดเดียวกัน แต่ยังไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มั่นใจและคาดว่าเหตุที่เกิดน่าจะมาจากเรื่องภายในประเทศ

‘ผมจะจับคนร้ายให้ได้ ขอบอกไว้เลยว่า ทำกันอย่างนี้ จะสู้กันอย่างนี้ มาทำให้ประชาชนหวาดกลัว ผมจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม รัฐบาลจะเดินหน้าเต็มตัวทำให้เกิดความสงบสุขให้ได้”พล.อ.ประวิตร กล่าว

คสช.ชี้ทำลายความเชื่อมั่นรบ.

ต่อมา เวลา 13.00น.พล.อ.ประวิตร ได้เรียกประชุมหน่วยความมั่นคง พร้อมหน่วยข่าว โดยประชุมที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5จังหวัดในกองพลทหารราบที่1รักษาพระองค์ (ร.1รอ.)

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม(กห.) เปิดเผยผลการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ร.1รอ.ว่า ขั้นต้นทราบว่า เป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดีและไม่ต้องการให้เกิดความสงบสุขภายในประเทศ มุ่งหวังทำลายภาพลักษณ์ ผลประโยชน์ของประเทศ ด้วยการสร้างความตื่นตระหนกและลดทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาล ที่ประชุมได้มอบหมายให้ คสช.ควบคุมดูสถานการณ์ภาพรวม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานความมั่นคง ติดตามความเชื่อมโยงของสถานการณ์และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ให้คุมเข้มและเพิ่มมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เกิดเหตุในภาคใต้ให้เร่งสืบสวนความเชื่อมโยงและจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมกลุ่มให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังอย่างถึงที่สุดโดยเร็ว

ประณามป่าเถื่อน-ขวางโรดแมป

พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ของประเทศมีความละเอียดอ่อนต่อการแทรกแซง จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคน อย่าตื่นตระหนกและขอให้ใช้ชีวิตอย่างปกติ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ขอประณามผู้กระทำการอันป่าเถื่อนและกลุ่มที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เผาและระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้น ขอให้หยุดทำร้ายประชาชนและประเทศชาติ ปัจจุบันมีความจำเป็นต้องออกจากหล่มความขัดแย้งที่ยาวนานและเดินหน้าร่วมกันต่อไปให้ได้

‘ปณิธาน’คาดฝีมือกลุ่มใหม่

ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาหารือกันไม่นาน เพราะต้องการให้ฝ่ายปฏิบัติลงพื้นที่ไปปฏิบัติหน้าที่ให้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เราได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว เพราะต่างประเทศได้แจ้งเรามาก่อนแล้ว โดยเราเฝ้าจับตาดูกลุ่มที่เคยก่อเหตุเดิมๆอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นทีม หรือกลุ่มใหม่เพราะมีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักตั้งแต่ก่อนวันที่ 7สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่า เป็นคนในประเทศ ไม่ใช่นอกประเทศ

รบ.ยันไม่เกี่ยวก่อการร้าย-ไฟใต้

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเบื้องต้นว่า ไม่เกี่ยวข้องกับ3 จังหวัดภาคใต้ แต่เกี่ยวกับกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า ก่อนลงประชามติเรามีข้อมูลข่าวพอสมควร แต่เชื่อมั่นว่าก่อนลงประชามติจะไม่เกิด เพราะไม่แน่ใจว่าเสียงออกมาอย่างไร แต่เมื่อเสียงประชาชนออกมาแบบนี้ก็ต้องดูว่า กลุ่มที่เสียผลประโยชน์มีใครบ้าง ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตนยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นกลุ่มไหน

ทอท.คุมเข้มสนามบิน6แห่ง

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า จากเหตุระเบิดหลายจุดทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมและคณะกรรมการ ทอท.ได้สั่งการให้ ทอท.ซึ่งบริหารท่าอากาศยานหลัก 6แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงรายและท่าอากาศยานหาดใหญ่ ให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับ3 โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดรักษาความปลอดภัย ติดตามการข่าวและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

“ศานิตย์”สั่งคุมเข้มจุดเสี่ยงกทม.

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) กล่าวภายหลังประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอเร๊นซ์ กับ ศปก.ตร. เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยกรณีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในหลายจังหวัดภาคใต้ เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราดูแลสถานที่สำคัญต่างๆ ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่เสี่ยง โดยกำชับให้ตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบอย่างละเอียด เน้นการเฝ้าระวังบริเวณสถานที่ราชการ ชุมชน สถานที่ประกอบพิธีกรรม ท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง ห้างสรรพสินค้า และแหล่งบันเทิง

“ทางการข่าวจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับขบวนการก่อการร้าย ซึ่งเท่าที่ทราบบางพื้นที่เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว จึงไม่อยากให้โยงไปในเรื่องการเมืองและความมั่นคง แต่เพื่อความไม่ประมาทได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เตรียมความพร้อมเอาไว้ตลอด 24 ชั่วโมง” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

‘สุเทพ’ฟันธงปมการเมือง

ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย อดีต สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานีว่า เคยเกิดกรณีนี้ที่ อ.สมุย มาครั้งหนึ่ง เราก็ติดตามคนกลุ่มเดียวกันและวันนี้ตนเชื่อว่า เป็นการกระทำที่จงใจทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติโดยคนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นพวกการเมืองด้วยกัน ต่อข้อถามว่า โยงแวดวงการเมืองใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวสั้นๆว่า ใช่ เขาหวังจะก่อเหตุเพื่อให้คนตระหนกตกใจ ให้เสียภาพลักษณ์ประเทศ ให้คนเห็นว่ารัฐบาลไม่มีน้ำยา ไม่สามารถปกป้องประชาชนได้

ปลุก’กปปส.’หนุนรบ.บิ๊กตู่

นายสุเทพ ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประณามผู้ก่อเหตุวางระเบิดว่า ขอประณามผู้ก่อเหตุร้ายทำลายชาติ เรียนพี่น้อง กปปส.ผู้รักชาติรักแผ่นดินทุกท่าน ขอให้ผนึกกำลังสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พาประเทศฟันฝ่าไปให้ได้และช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา อย่าตระหนกตกใจ พวกเราเคยเจอมามากแล้ว ขอกอดคอต่อสู้กันต่อไป เพราะนี่คือบ้านเมืองของเรา

‘ชวน’เชื่อทำเป็นขบวนการ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุระเบิดในพื้นที่ของภาคใต้ ว่า คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะไม่น่าจะเกิดเหตุพร้อมๆกัน เรื่องนี้ยังวิเคราะห์ไม่ถูกว่า สาเหตุเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่า เป็นขบวนการเดียวกันแน่ ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนก่อน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า’ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิด ผมขอให้อดีต สส.ทุกพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนผู้บาดเจ็บและร่วมมือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอประณามผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้งหลายและขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน’

พท.แถลงการณ์เสียใจเหตุบึ้ม

เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย(พท.)ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เหตุระเบิดหลายพื้นที่ในภาคใต้ พรรคขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนผู้ได้รับความเสียหายทางด้านทรัพย์สินและขอประณามผู้ที่ใช้ความรุนแรง สร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินประชาชน ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เราคนไทยต้องร่วมมือและไม่ทอดทิ้งกัน

‘ตู่’ชี้ป่วนใกล้วันบึ้มพระพรหม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการ’มองไกล’ว่า วันที่ 17สิงหาคม2558 เกิดระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมบริเวณแยกราชประสงค์ พวกตนเป็นภาคประชาชนต้องติดตามข่าวบ้านเมืองนำมาอธิบายและยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี เมื่อเกิดระเบิดต้องติดตามให้มากขึ้นว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ โดยไม่รู้ว่าสถานการณ์วันนี้ คสช.กำลังเจออะไรอยู่ ซึ่งคนไทยต้องรับรู้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top