วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
ดักยิงสส.นราฯ
คนติดตามสาหัส2ราย
ยังไม่ชัดชนวนขัดแย้ง
อุกอาจ คนร้ายประกบกราดยิง “สส.กมลศักดิ์” หน้าบ้านพักที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รอดหวิว ส่วนผู้ติดตามเจ็บ 2 ตร.เร่งล่าคนร้าย ด้านกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้จงใจสร้างสถานการณ์รุนแรง ขณะที่ “วันนอร์” เผยครั้งแรก ยิง สส.ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เจ้าตัวยันมีกำลังใจดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อเพื่อชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถกระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียน ลงมือใช้อาวุธปืนสงคราม ตามประกบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ เขต 5 จ.นราธิวาส ในขณะนั่งรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลฟาร์ด สีดำ เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อกลับบ้าน เหตุเกิดที่หน้าบ้านพักในพื้นที่ถนนเพชรเกษม หมู่ 9 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือนายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ชาว อ.บาเจาะ ซึ่งเป็นคนขับ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี ชาว อ.บาเจาะ ตำรวจติดตาม สส.คนดังกล่าว โดยถูกกระสุนปืนตามร่างกายหลายแห่ง อาการสาหัส
ด้านนายกมลศักดิ์ ซึ่งนั่งโดยสารอยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินเสียงปืนได้หมอบลงกับเบาะ จึงรอดวิถีคมกระสุนของคนร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าบ้านพัก สส.รายนี้ สามารถบันทึกพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายไว้ได้ โดยเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 01.09 น.คนร้ายขับรถกระบะคันดังกล่าว แซงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ จากนั้นคนร้ายได้ถอยรถ แล้วใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงถล่มใส่ กว่า 10 นัด แล้วขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปตามเส้นทางเข้าสู่ อ.บาเจาะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ พร้อมแกะรอยติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มาดำเนินคดี
ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่าภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าตรวจสอบเหตุและดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด สำหรับพฤติการณ์ของคนร้ายเป็นการกระทำที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ และหวังทำลายชีวิตโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงที่สังคมไม่อาจยอมรับได้ ปัจจุบันตำรวจและหน่วยความมั่นคง ได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี รวมทั้งเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร.1341 หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันปกป้องชุมชน และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงสร้างความเดือดร้อนต่อสังคมอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังมีความวิตกกังวลอยู่บ้าง แต่มีขวัญกำลังใจดี จากกำลังใจของทุกคนที่มาเยี่ยม ส่วนเหตุจูงใจยังไม่ทราบแน่ชัด คาดว่าคงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และขอให้เป็นการสืบสวนสอบสวนคดีของเจ้าหน้าที่ ยืนยันตราบใดที่ยังมีลมหายใจ จะทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขณะนี้เป็นห่วงคนขับที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ ส่วนตำรวจติดตาม บาดเจ็บสาหัสบริเวณใบหน้า ได้เข้ารับการผ่าตัด ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเป็นครั้งแรกที่เกิดกับ สส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเหตุที่อุกอาจ เกิดบนถนนทางหลวง และเหตุเกิดที่หน้าบ้านพัก ซึ่งมีกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์อย่างชัดเจน หวังว่าผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ จะติดตามหาผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้อีก
ขณะที่นายบุญช่วย หอมยามย็น ผวจ.นราธิวาส กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหารือร่วมกับ ผบ.ฉก.นราธิวาส เพื่อปรับความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะวันที่ 21 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นวันฮารีรายอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี