546.jpg
คาดสูญพันล้าน เซ่นวินาศกรรม7จว. เอกชนหวังแค่ช่วงระยะสั้น

คาดสูญพันล้าน เซ่นวินาศกรรม7จว. เอกชนหวังแค่ช่วงระยะสั้น

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คาดสูญพันล้าน

เซ่นวินาศกรรม7จว.

เอกชนหวังแค่ช่วงระยะสั้น

จี้คุมสถานการณ์ฟื้นเชื่อมั่น

หวันเทศกาล‘กินเจ’ซบเซา

เริ่มมีการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ หลังเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ 7 จังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวสำคัญเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสอบถามหอการค้าจังหวัดในพื้นที่ 7 จังหวัด ที่เกิดเหตุไม่สงบและจังหวัดใกล้เคียง คาดว่าเบื้องต้นจะประเมินความเสียหายด้านเศรษฐกิจในระดับหลักพันล้านบาท เพราะภาคเอกชนประเมินเหตุครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นการก่อการร้ายระหว่างประเทศ ไม่ผูกพันกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ได้ก่อวินาศกรรมที่รุนแรง รวมถึงไม่ได้อยู่ในช่วงไฮซีชั่นของฤดูกาลท่องเที่ยวและที่สำคัญรัฐบาลสามารถเข้าไปป้องกันและสร้างความมั่นใจได้อย่างรวดเร็ว

เชื่อกระทบท่องเที่ยวระยะสั้น

  “เท่าที่คุยกับหอการค้าในพื้นที่ ภาคเอกชนไม่ได้วิตกรุนแรงเหมือนกับกรณีอื่นๆ หากไม่มีการก่อเหตุซ้ำและไม่ลุกลามไปในพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยจะหารือผลกระทบและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้งเร็วๆนี้”นายธนวรรธน์กล่าว และว่า แต่่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบทางจิตวิทยา ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการบริโภคบ้างในระยะสั้นๆ แต่มั่นใจว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ลุกลามหรือเกิดซ้ำ ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไตรมาส 4หรือช่วงไฮซีซั่นคงกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

‘หาดใหญ่’ผวาสั่งตรวจเข้ม


ส่วนบรรยากาศที่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ยังคงมีมาตรการคุมเข้มในการรักษาความปลอดภัยสูงสุดทั้งในเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจอย่าง อ.หาดใหญ่ อ.เมือง และอ.สะเดา รวมไปถึงในพื้นที่เสี่ยง 4 อำเภอชายแดนได้แก่  อ.จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย โดยเฉพาะที่อ.หาดใหญ่ นอกจากจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจ ทหารคุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ทางผู้ประกอบการโรงแรม ห้างร้านและสถานบริการย่านการท่องเที่ยวกลางเมืองหาดใหญ่ ต่างตื่นตัวเฝ้าระวังป้องกันเหตุร้ายเต็มที่เช่นกัน โดยจะตรวจสอบรถทุกคันทุกประเภทก่อนเข้าจอดในลานจอด และห้ามรถติดแก๊สลงไปจอดชั้นใต้ดินหรือบนลานจอดรถเด็ดขาด รวมถึงเฝ้าระวังสิ่งของต้องสงสัยที่อาจถูกนำมาวางไว้ตามจุดต่างๆ และจดจำสังเกตบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย นอกจากนี้ ยังตรวสอบกล้องวงจรปิดให้ใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการท่องเที่ยวในอ.หาดใหญ่ยังปกติ ยังคงมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์มาเที่ยวเกินร้อยละ60

จี้ฟื้นเชื่อมั่นหวั่นกระทบกินเจ

ด้านนายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยว จ.สงขลา เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งคลี่คลายสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นในภาคการท่องเที่ยวกลับคืนมา เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลกิเจวันที่ 30 กันยายน- 9 ตุลาคม ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์เดินทางเข้าร่วมงานในอ.หาดใหญ่ สงขลา ตรัง กระบี่ พังงา และ จ.ภูเก็ต ทุกปี ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจองที่พักแล้วร้อยละ55 ของภาคใต้ หากเหตุการณ์ยุติและคลี่คลายโดยเร็วจะทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นและไม่กระทบในระยะยาว

ผู้ว่าฯพังงานำทีมแถลงปลุกขวัญ

ส่วนที่จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา น.ส.นันทิดา อติเศรษฐ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา นายสุทธิโชค ทองชุมนุม ประธานหอการค้าจังหวัดพังงา นายมานิต เพียรทอง นายอำเภอตะกั่วป่า และ พ.ต.อ ธรัฐชา ถมปัด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา แถลงข่าวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่เขาหลัก ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก ณ บริเวณเขาหลักพลาซ่า ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

น.ส.นันทิดากล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ซึ่งสมาคมตระหนักดีว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ โรงแรมต่างๆได้ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น มีการวางระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด สำหรับห้องพักในจ.พังงาขณะนี้มี 10,165 ห้อง จากจำนวนที่พัก 226 แห่ง อัตราเข้าพักระยะนี้กระเตื้องขึ้น เนื่องจากเทศกาลวันแม่ อยู่ที่ประมาณ 40% ดีกว่าปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 35% และนักท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคนไทย

นักท่องเที่ยวยังแน่นไม่หวั่นบึ้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในจ.พังงา วันเดียวกันนี้ว่า ยังคงมีนักท่องเที่ยวจากยุโรป เอเชียและคนไทยมาท่องเที่ยวต่อเนื่องตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อ่าวพังงา เขาตะปู เขาพิงกัน รวมไปถึงย่านเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า ที่มีแหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหารจำนวนมาก

จากการสอบถาม Mr.Hubert Schuster และMs.Ezgi Oege นักท่องเที่ยวจากเยอรมันนีเผยว่า การเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวที่ไหนในโลกก็เกิดได้ เกิดเหตุเมื่อวาน วันนี้ก็มาเดินเที่ยวในตลาดประเทศไทยมีความสวยงาม ผู้คนเป็นมิตร มีความเชื่อมั่นในประเทศไทยและจะกลับมาเที่ยวอีก

กระบี่ตั้งจุดตรวจเข้มท่องเที่ยว

เช่นเดียวกับ จ.กระบี่ นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ สั่งการให้พ.ต.ต.วีระศักดิ์ คงเพชร ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 จังหวัดกระบี่ และเรือโท บุญช่วย น่วมเฟื้อง รองผู้บังคับกองร้อยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 411 กรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน และตำรวจสภ.อ่าวนาง สนธิกำลังร่วมตั้งจุดตรวจจุดสกัดและตรวจค้น และออกเดินตรวจลาดตระเวนย่านการค้ากลางคืนแหล่งท่องเที่ยวอ่าวนาง หมู่ที่ 2 บ้านอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พื้นที่เสี่ยงในการก่อความไม่สงบ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาพักผ่อนและท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากยามค่ำคืน

อ่าวนางคึกคักนักท่องเที่ยวเข้าใจ

ส่วนบรรยากาศของการท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวนาง ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ยังมีนักท่องเที่ยวออกมาเดินเล่น มาจับจ่ายซื้อสิ่งของ และนั่งรับประทานอาหารกันอย่างหนาแน่นทำให้บรรยากาศในบริเวณนั้นคึกคักและสนุกสนาน เพราะทุกคนมีความเข้าใจถึงสาเหตุที่ไฟไหม้ร้านขายเสื้อผ้ามาจากไฟฟ้าระดวงจร ไม่ใช่เป็นการวางเพลิงหรือรอบวางระเบิดแต่อย่างใด และยังมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย จึงมีความมั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัยสูงสุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top