วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเร็วๆนี้ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อขยายผลปิดทองหลังพระฯ” พร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “นโยบายประชารัฐ” โดยมีนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายอำเภอจาก 20 อำเภอ ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ต้อนรับและร่วมทำกิจกรรม
นายกฤษฎากล่าวว่า โครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริเป็นการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งปิดทองหลังพระก็คือประชารัฐที่นำมาใช้กับแหล่งน้ำและพัฒนาอาชีพ แต่ปิดทองหลังพระมีหลักการอยู่ว่าไม่ใช่นำเงินไปซื้อวัสดุอุปกรณ์แล้วไปจ้างช่างมาทำ แต่ต้องมาคุยกับชาวบ้านก่อนว่าอยากได้อะไร อยากทำอะไร ซึ่งเป็นไปตามหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นจังหวัดที่โชคดีที่มีมูลนิธิปิดทองหลังพระฯมาพัฒนาแหล่งน้ำด้วยการซ่อมแซมแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น
.jpg)
“ก่อนจะทำอะไร เขามาถามชาวบ้านก่อนว่ามีปัญหาอะไร ต้องการแก้ไขใช่ไหม ที่นี่เขาบอกมีปัญหาแหล่งน้ำพังเสียหายไม่มีประสิทธิภาพ เขาขอแค่วัสดุอุปกรณ์เพื่อไปดำเนินการเอง ทำให้สอดคล้องกับหลักการการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นแนวเดียวกันกับที่รัฐบาลนำมาใช้บริหารประเทศให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยและที่รัฐบาลไปขยายความว่า ประชารัฐ ไม่ได้หมายความว่าเป็นแหล่งน้ำอย่างเดียว ต้องแบ่งกลุ่มชาวบ้านเป็นชาวบ้านโดยตรง เป็นนักวิชาการ เป็นนักธุรกิจ หรือเป็นองค์กรพัฒนาสังคม”
ด้านนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานี ให้ความสำคัญกับการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาดำเนินการ โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรเอาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง จากความสำเร็จของโครงการต้นแบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของปิดทองหลังพระ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านโคกล่าม แสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ จึงมีแนวคิดที่จะขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ โดยร่วมมือกับปิดทองหลังพระจัดทำแผนปฏิบัติการปรับปรุงซ่อมเสริมฝายเกษตรอ่างเก็บน้ำและระบบท่อส่งน้ำและได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย ส่งผลทำให้การดำเนินงานในปี 2558 จังหวัดได้ทำการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำไปแล้ว 176 โครงการใช้งบประมาณ 38,900,948 บาท ปริมาณน้ำต้นทุนจากเดิม 3,370,659 ลูกบาศก์เมตร เป็น 6,054,340 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 2,683,681 ลูกบาศก์เมตร
.jpg)
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่านอกจากนั้นภายในงานยังมีการเสวนาบนเวทีเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องมานั่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นนายเศวต จันทร์หอม ผู้ใหญ่บ้านแสงอร่ามที่เล่าถึงประวัติความเป็นมาของโครงการตลอดจนการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน นายสุรศักดิ์ เกษมสุวรรณ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุดรธานี มาบอกเกี่ยวกับบทบาทของภาครัฐในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว นายณณชัย ฑีฆธนานนท์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี พูดถึงบทบาทขององค์กรปกครองท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนโครงการ กระทั่งนำมาซึ่งความสำเร็จและกลายเป็นต้นแบบเรื่องการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี