546.jpg
ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : วิทยาลัยอาชีวศึกษาต้นแบบ สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพ

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : วิทยาลัยอาชีวศึกษาต้นแบบ สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คณะทำงานสานพลังรักประชารัฐได้มีการจัดประชุมเสวนา เพื่อร่วมมือกันยกระดับคุณภาพวิชาชีพ โดยมีบุคคลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมเวทีเสวนาเปิดมุมมองในการเรียนอาชีวศึกษาที่สามารถสร้างอนาคตให้กับทั้งตัวผู้เรียนและประเทศชาติ รวมทั้งเผยความคืบหน้าของความร่วมมือในการดำเนินงานยกระดับคุณภาพวิชาชีพด้านต่างๆ ให้ความเห็นหลากหลายในการพัฒนายกระดับคุณภาพวิชาชีพให้กับเยาวชนโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมเสวนา จำนวน 7 ท่าน ได้แก่ 1.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา2.) คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส หัวหน้าทีมภาคเอกชน 3.) คุณถาวรชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย4.) รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหัวหน้าคณะทำงานย่อย Standards and Certification Center 5.) คุณสิริเกศ จิรกิติหัวหน้าคณะทำงานย่อย Re-branding 6.)คุณไพรัช เผื่อนด้วงผู้แทนคณะทำงานย่อย Excellent Model School และ7.) คุณสุกฤตย์ สุรบถโสภณ หัวหน้าคณะทำงานย่อย Databaseof Demand and Supply

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่า“ภาคการผลิตของประเทศทั้งปัจจุบันและอนาคตมีความต้องการกำลังคนที่จบการศึกษาสายอาชีวศึกษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าประเทศจะพัฒนาไปได้จะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพต้องมาจากกำลังคนที่มีคุณภาพและกำลังคนที่มีคุณภาพก็มาจากอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพจากแนวโน้มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙) และนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ Value Based Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่จะทำให้เกิดผลผลิตและบริการที่มีคุณภาพ ซึ่งการที่ประเทศจะก้าวไปสู่เป้าหมายนี้ได้จะต้องมีกำลังคนที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับกันทั้งโลกว่า ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาเป็นกำลังคนที่มีความสำคัญต่อภาคการผลิต ภาคบริการและการเป็นผู้ประกอบการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ดังนั้นอาชีวศึกษาจึงเป็นทางเลือกเพื่ออนาคตของนักเรียน นักศึกษา และเป็นอนาคตของประเทศชาติ 

ความคาดหวังต่ออนาคตของอาชีวศึกษาไทย คือ ภาคเอกชนจะเป็นตัวนำในการร่วมผลิตพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ รวมทั้งผู้ที่อยู่ในภาคแรงงาน ซึ่งทุกวันนี้อาชีวศึกษามีเครือข่ายความร่วมมืออย่างเข้มแข็งทั้งจากต่างประเทศที่เป็นผู้นำด้านอาชีวศึกษาและในประเทศจากสถานประกอบการภายใต้เครือข่ายการทำงานของ กรอ.อศ. และอ.กรอ.อศ. โดยการทำงานแบบบูรณาการกับคณะกรรมการสานพลังประชารัฐด้านยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ซึ่งจะเกิดมีวิทยาลัยที่โดดเด่นเฉพาะทางวิทยาลัยที่ตอบสนองความต้องการกำลังคนของพื้นที่ ซึ่งจะทำให้อาชีวศึกษาสามารถตอบโจทย์ในการผลิตและพัฒนากำลังคนได้ตามความต้องการของสถานประกอบการ การพัฒนาประเทศ สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค และการเรียนสายอาชีวศึกษาจะทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีทักษะอาชีพ มีงานทำ รายได้ดี เรียนต่อได้และมีความก้าวหน้าในอาชีพ”

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ได้กล่าวเสริมว่า “ทางคณะทำงานได้เลือกวิทยาลัยเทคนิคสระบุรี สาขาอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นพื้นที่นำร่อง โดยอาศัยความร่วมมือของเอสซีจี บริษัท ฤทธา จำกัดบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกลุ่มแกนนำภาคเอกชน เข้าไปทำงานร่วมกับวิทยาลัย ในการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานซึ่งถือเป็นการวางรากฐานอนาคตที่ยั่งยืนให้กับการศึกษาไทยโดยในเวลานี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสรุปกรอบการดำเนินงานร่วมกันในแต่ละภาคส่วนรวมทั้งการกำหนด KPI ของ Excellent Model Schoolและวางแนวทางการขยายความร่วมมือไปสู่บริษัทเครือข่ายอื่นๆ เพิ่มเติม

“Excellent Model School ยังถือเป็นการพัฒนาครูผู้สอนไปพร้อมกัน ผ่านประสบการณ์ที่ภาคีนำมาแบ่งปัน เพื่อเริ่มต้นก้าวไปพร้อมกันนอกจากนี้ยังสามารถเป็นเครื่องมือหนึ่งในการRe-Branding ภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษาไทย และทำให้เยาวชนรวมทั้งผู้ปกครองกลับมาสนใจการเรียนสายอาชีพมากขึ้นโดยภาคีภาคเอกชนยินดีจ่ายค่าตอบแทนตามความรู้ความสามารถของฝีมือชนตั้งแต่การฝึกงานไปจนถึงการเข้าทำงานจริง ผู้เรียนตลอดจนผู้ปกครองจึงมั่นใจได้ว่าการเรียนสายอาชีพจะมีอนาคต เพราะมีตลาดแรงงานรองรับซึ่งแน่นอนว่าวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้นแบบเพื่อความเป็นเลิศนี้จะมีการพัฒนาต่อยอดไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และงานบริการ รวมทั้งจะขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นทั่วประเทศ ซึ่งในท้ายที่สุดจะเกิดการยกระดับคุณภาพสถานศึกษาด้านอาชีวศึกษาแบบครบวงจร มีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าสากลและสามารถผลิตผู้เรียนที่มีศักยภาพ
สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ คณะทำงานด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ จัดตั้งโดยคณะกรรมการสานพลังประชารัฐมีความสำคัญในการเป็นฟันเฟืองที่สอดประสาน บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการผลิตผู้เรียนอาชีวศึกษากับทุกภาคส่วน ซึ่งมีกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคเอกชนจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ 16 บริษัทร่วมเป็นคณะทำงานโดยมีการแบ่งกระบวนการและทำงานอย่างคู่ขนาน ใน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.) การจัดเรียงลำดับความต้องการของภาคเอกชน 2.) การพัฒนาบุคลากรรองรับ 3.) การขับเคลื่อนระยะแรก ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เรื่องเร่งด่วน คือ การปรับภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษาโดยการดูแลของ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด การพัฒนาข้อมูลกำลังคน โดยการดูแลของ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) การสร้างความเป็นเลิศให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาต้นแบบ โดยการดูแลของ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด 4.) แผนระยะกลางและระยะยาวด้วยการสร้างมาตรฐานวิชาชีพ โดยการดูแลของ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top