546.jpg
'ศธ.'จับมือ'คลัง'ช่วยแก้หนี้สินครูกว่า2.8แสนคน

'ศธ.'จับมือ'คลัง'ช่วยแก้หนี้สินครูกว่า2.8แสนคน

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 14.05 น.

14 ก.ย.59 ที่ ห้องเทพหัสดิน อาคารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ สกสค. และ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นสักขีพยาน

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าววว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู พล.อ.ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ให้กระทรวงศึกษาฯ และกระทรวงการคลัง ร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้สินครู หลังจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกสค.และธนาคารออมสินก็ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขมาโดยตลอด จนมีโครงการนี้ขึ้น โดยในพื้นฐานครูที่เป็นหนี้จะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย จะให้พักหนี้หรือล้างหนี้แบบชาวนาไม่ได้ เพราะไม่เหมือนกัน ซึ่งตนก็เข้าใจครูที่มีหนี้ ซึ่งตนเคยคิดจะโกรธครูที่เป็นหนี้หลายครั้ง แต่ก็โกรธไม่ลง ครู 4 แสนกว่าคน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่ต้องยืนหน้ากระดานดำสอนเด็กจำเจทุกวัน รุ่นนี้มา รุ่นหน้าจบ ทำอยู่อย่างนี้ 10-20 ปี ก็อยากให้คิดถึงสภาพจิตใจครู "ครูคือเรือจ้าง" ต้องเจอเด็กที่หลากหลาย ครูจึงหาทางออกอื่นเมื่อมีช่องทางให้กู้แต่อาจกู้เพลินไป ประกอบกับการกำกับดูแลของผู้บังคับบัญชาในลำดับชั้นไม่จริงจัง และแหล่งเงินที่มีการปล่อยให้ครูกู้ง่ายเกินไปจึงส่งผลให้ครูมีหนึ้มาก


รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า จะมีครูที่เป็นหนี้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวนี้ จำนวน 289,000 คน ซึ่งหลังจากวันนี้จะมีครูที่สามารถลดภาระหนี้ได้ทันที จำนวน 250,000 คน ส่วนที่เหลืออีก 6 เดือนก็จะเข้าร่วมโครงการนี้ต่อไป เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินให้กับครู ส่วนครูที่เป็นหนี้แต่ละรายมีหนี้เฉลี่ยคนละ 1 ล้านบาท จากหลายแหล่งเงินที่กู้ ซึ่งการเข้าร่วมโครงการนี้ก็จะทำให้ครูสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ จากเดิม 5.85-6.70 ต่อปี เป็น 4.00 ต่อปี เป็นการแบ่งเบาภาระในระยะยาว

"ศธ.กำลังหาวิธีไม่ให้ครูเป็นหนี้ได้ง่ายขึ้น โดยผมได้ประสานกับ รมว.กระทรวงเกษตรฯ เพื่อขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่กำกับดูแลและสหกรณ์ครูทั่วประเทศ ให้ช่วยส่งรูปแบบการปล่อยกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศมาให้ดู ซึ่งทาง รมว.เกษตรฯ จะส่งข้อมูลสถานภาพของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแต่ละแห่งมาให้ภายในเดือนหน้า ทั้งนี้เพื่อดูหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ว่าเป็นอย่างไร และทาง ศธ.กำลังจะทำระบบไอทีของกระทรวงศึกษา ผมจึงคิดว่าอยากให้มีระบบเครดิตบูโล โดยให้ยอดการรับเงินเดือนของครูถูกบันทึกอยู่ในระบบด้วย และสามารถแชร์ไปยังสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้กับครูได้ เพื่อตรวจสอบว่าครูมีเงินเดือนเหลือจ่ายเท่าใด ซึ่งที่ผ่านมามีการทำสลิปปลอมว่ามีเงินเหลือจ่ายเกินจริงไปใช้ยื่นกู้ ซึ่งผมจะต้องแก้ไขปัญหาจุดนี้ให้ได้ และต่อไปนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นผู้เซ็นยินยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชายื่นกู้ ดังนั้น ผอ.โรงเรียนจะต้องตรวจสอบสลิปเงินเดือนครูที่จะยื่นกู้ก่อนเซ็นอนุมัติด้วย การจะห้ามครูกู้คงไม่ได้เพราะครูบางคนมีความจำเป็นจริงๆ จึงต้องมีช่องทางให้ครูกู้ และต้องมีการกำกับดูแลทางการปกครองด้วย" รมว.ศธ. กล่าว

ด้านนายอภิศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจสูงในการดูและประชาชนในทุกอาชีพ และอาชีพครูนั้นเป็นอาชีพที่มีความสำคัญ ครูเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคนของประเทศ ซึ่งประเทศไทยจะก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 แต่พื้นฐานอยู่ที่คน ที่กระทรวงศึกษา และครูจะผลิตคนให้กับประเทศ ซึ่งกระทรวงศึกษาอยู่ในขบวนการจะปฏิรูปครั้งใหญ่ เพราะทุกคนเห็นว่ากระทรวงศึกษามีความสำคัญ แต่บุคลากรทางการศึกษา และครูเอง กลับต้องประสบปัญหาค่อนข้างหนัก หากดูจากภาระหนี้สินของข้าราชการ พบว่ากลุ่มครูมีภาระหนี้สินต่อคนสูงสุด และครูมีสัดส่วนรายได้สูงกว่าอาชีพอื่น ดังนั้น การที่ครูมีภาระหนี้สูงนั่นจะทำให้การสอนเด็กนั้นดีแค่ไหน ซึ่งปัญหาหนี้สินครูมีความพยายามแก้ไขกันมาตลอดแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นเพียงการบรรเทาหนี้เท่านั้น

"ปัจจุบันครูเป็นหนี้สหกรณ์เกือบทั้งหมดแต่ละรายเป็นหนี้สูงด้วย เพราะสหกรณ์ปล่อยกู้ในวงเงินสูง เพราะสหกรณ์สามารถหักจากเงินเดือนครูได้ ทำให้สิ้นเดือนมาครูไม่มีเงินเดือนเหลือใช้ในการครองชีพ ครูต้องไปกู้หนี้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 100-200% ครูจึงมีหนี้ท่วมหัว ซึ่งการบันทึกข้อตกลงในวันนี้ ก็หวังว่าจะสามารถช่วยเหลือครูได้กว่า 2 แสนคน และหวังว่าครูเหล่านี้จะมีกำลังใจมากขึ้น" รมว.คลัง กล่าว

รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ทางกระทรวงฯ กำลังผลักดันการแก้หนี้นอกระบบให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน จะบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรง โดยอาศัยธนาคารของรัฐเข้าไปช่วยแปลงหนี้นอกระบบ โดยผู้ปล่อยกู้สามารถปล่อยกู้นอกระบบได้ แต่ดอกเบี้ยจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่ปฏิบัติก็จะต้องถูกจำคุก เชื่อว่ากฎหมายนี้จะช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีช่องทางให้กับคนที่มีความจำเป็นสามารถกู้กับธนาคารรัฐได้ ซึ่งเร็วๆ นี้ กระทรวงการคลังจะทยอยออกโครงการมาเพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องกับธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่ต้องมีหลักประกัน ส่วนคนที่จะกู้ไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น เพื่อกู้ซื้อโทรศัพท์ก็จะไม่ปล่อยกู้ให้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top