546.jpg
เปิดผลวิจัย'สึนามิ'คนสูงอายุ 3หน่วยงานระดมแผนรับมือ

เปิดผลวิจัย'สึนามิ'คนสูงอายุ 3หน่วยงานระดมแผนรับมือ

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559, 20.12 น.

เปิดผลวิจัยรับมือ'สึนามิ'คนสูงอายุ 3หน่วยงานระดมแผนเตรียมรับมือสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เผยผลวิจัยต้อง เปลี่ยน "ภาระ" เป็น "พลัง" ส่งเสริม เปิดโรงเรียนผู้สูงอายุ แก้ปัญหาว้าเหว่ ยกระดับคุณภาพชีวิต เตรียมนำร่องสอดแทรกการเรียนการสอนนำร่อง 5 โรงเรียนมัธยมในโคราช

30 ก.ย.59 ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง "เตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบหรือยัง" เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล 1 ตุลาคม เพื่อนำเสนอข้อมูลเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย


ศ.ศศิพัฒน์ ยอดเพชร นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งนิยามก็คือ กิจกรรมที่สถาบัน หน่วยงาน หรือชุมชน จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดการเรียนรู้ในลักษณะของโรงเรียน เป้าหมายหลักคือ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ ซึ่งโรงเรียนผู้สูงอายุหลายแห่ง ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ความว้าเหว่ ภาวะการเจ็บป่วย ถือเป็นการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง

"ผลการวิจัยพบว่าการที่ผู้สูงวัยได้มีโอกาสไปโรงเรียนผู้สูงอายุมีประโยชน์อย่างมาก เพราะเมื่อเกิดกิจกรรมระหว่างกัน จะลบภาพเชิงลบที่เคยมองตนเองออกไป และทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า สามารถนำองค์ความรู้ทีได้รับมา ไปถ่ายทอดต่อกับบุตรหลานในครอบครัวได้ รวมทั้งมีผลดีต่อด้านสุขภาพ และสภาพจิตใจด้วย ดังนั้น โรงเรียนผู้สูงอายุควรจะได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ" ศ.ศศิพัฒน์ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.สรันยา เฮงพระพรหม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลับ กล่าวว่า สังคมผู้สูงอายุถือเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย แต่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงอายุในอนาคตและในปัจจุบันให้พร้อมมากที่สุด โดยจะนำงานวิจัยจากโครงการชุดความรู้ที่ทำให้เกิดความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ ไปสอดแทรกการเรียนการสอนระดับใน 5 โรงเรียนนำร่องของ จ.นครราชสีมา เพื่อให้กลุ่มวัยเด็ก พร้อมที่จะเผชิญสังคมผู้สูงอายุแต่เนิ่นๆ

นายอดุลย์ ภู่ภัทรางค์ ผู้อำนวยการโรงเรียน บัวลาย จ.นครราชสีมา หนึ่งในโรงเรียนที่นำชุดความรู้แบบฝึกหัดดังกล่าวไปทดลองใช้ กล่าวว่า ผลวิจัยมุ่งมาที่กลุ่มเด็กนักเรียนเพื่อให้เตรียมตัว ด้วยการสร้างกระบวนการความคิด ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นอนาคตเพื่อให้พร้อมในการรับมือเมื่อเผชิญกับสังคมผู้สูงวัยแต่ที่น่ากังวลคือเด็กรู้แล้วจะนำไปใช้หรือไม่จึงเป็นอีกโจทย์ศึกษาต่อไป

ด้าน รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขอฝากข้อเสนอแนะในฐานะผู้ทำวิจัยเรื่องดังกล่าวว่า รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำต้องส่งเสริมการจ้างงานให้กับผู้สูงอายุในอาชีพที่เหมาะสมกับวัย ประสบการณ์ และสมรรถภาพทางร่างกาย รวมถึงสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงานของผู้สูงอายุ และยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาตนเอง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top