6 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) สมุทรปราการ , พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผอ.ส่วนปราบปรามการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.อ.ชูฉัตร ธารีฉัตร รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบก.สส.สตม.) , พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.สส.สตม. , พ.อ.ประสิทธิ์ พิมพ์บุญมา ผบ.รส.ร.21 พัน 2 รอ. , พ.ต.อ.ณรงค์เวทย์ โอนสูงเนิน ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ , พ.ต.อ.นพดล สุคนธวิทย์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ , นายธีรพล ศิรินานุวัฒน์ ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมชาวต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 12 ราย และสัญชาติเมียนมา จำนวน 5 ราย พร้อมผู้ติดตามซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนในครอบครัว จำนวน 7 ราย รวมทั้งสิ้น 24 ราย ซึ่งกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 โดยผู้ต้องหาดังกล่าวได้กระทำความผิดในข้อหาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 81 แห่งพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และบางรายทำงานผิดสถานที่และผิดเงื่อนไขในการทำงานของคนต่างด้าว
การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหาข่าวร่วมกัน พบว่าได้มีต่างด้าวสัญชาติดังกล่าวมีพฤติการณ์เข้ามาทางด่านชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา โดยผ่านช่องทางธรรมชาติและไม่ได้ผ่านการตรวจที่ถูกต้องตามช่องทางที่กำหนดไว้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. โดยเมื่อข้ามผ่านชายแดนแล้วจะมีรถตู้มารอรับเก็บค่าบริการและนำมาส่งที่เขต อ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ จากนั้นจะแยกย้ายแอบเช่าห้องพักเพื่อรอไปทำการเรี่ยไล่ขอทานในพื้นที่ต่างๆ โดยมีนายยาว สัญชาติกัมพูชา เป็นผู้ควบคุม และเก็บเงินขอทานสัญชาติเดียวกัน โดยแจ้งว่าจะได้รับความสะดวกและการคุ้มครองในการออกเรี่ยไล่ขอทาน จากนั้นชุดจับกุมได้นำกำลังเข้าตรวจค้นหอพักเป้าหมายที่นายยาว และเครือข่ายลักลอบพักอาศัย ก่อนจับกุมได้ พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน จ.สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ กล่าวว่า นอกจากข้อหาดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่านายยาว มีการขู่บังคับให้เหยื่อทำการขอทาน หรือมีการขู่กรรโชก หรือบังคับขู่เข็นทั้งร่างกายและจิตใจหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นการค้ามนุษย์ตามกฎหมาย และขยายผลในการสอบปากคำต่างด้าวที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อคัดแยก กรณีที่อาจจะเป็นการค้ามนุษย์หรือเข้าข่ายในฐานความผิดอื่นๆ กรณีที่เหยื่อยืนยันหรือมีการร้องเรียนว่าถูกกระทำจากผู้ต้องหาดังกล่าว โดยในส่วนของเจ้าของที่ให้เช่าที่พักอาศัยของคนต่างด้าว อาจต้องถูกเรียกสอบปากคำและดำเนินคดีในข้อหารับต่างด้าวเข้าพักโดยผิดกฎหมาย และไม่แจ้งที่พักของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 38 แห่งพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หรืออาจจะเป็นเรื่องของการนำพาและให้ที่พักพิงของคนต่างด้าว หากครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาโดยเคร่งครัดต่อไป
พ.ต.อ.ภัคพงศ์ กล่าวอีกว่า พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. และ พ.ต.อ.ชูฉัตร ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปราม กก.2 บก.สส.สตม. นำกำลังเข้าสนับสนุนภารกิจในการตรวจค้นปิดล้อมเป้าหมายในครั้งนี้ เพราะเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องถึงความมั่นคงของประเทศไทย พร้อมสั่งการเป็นนโยบายให้คอยสอดส่องดูแลต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ประเทศ และกระทำการผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ เช่น มาเป็นขอทานออกเรี่ยไล่เงิน มาเป็นเจ้าของกิจการหรือประกอบอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต หรืออาชีพที่สงวนไว้ให้กับคนไทย หรือทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งทำให้เสียหายต่อเศรษฐกิจในเรื่องของการเก็บรายได้ภาษีและปัญหาอื่นๆทางสังคมที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องของสังคมและอาชญากรรมที่อาจจะโยงไปเกี่ยวข้องกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ณัฐธร ที่ว่า “คนดีอยู่ง่าย คนร้ายอยู่ยาก”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี