เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบการในหลักการเสนอปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ในอัตราขั้นละ 200 บาท ต่อปีรวม 25 ขั้น อัตราสูงสุดของกำนัน จากเดิม 10,000 บาท ปรับขึ้นเป็น 15,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน จาก 8,000 บาท เป็น 13,000บาท ส่วนแพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายรักษาความสงบ จากเดิมค่าตอบแทน 5,000 บาท ปรับเป็น10,000บาท
วอนอย่ามองว่าสร้างฐานเสียง
“เรื่องนี้ไม่อยากให้ประชาชน มองว่าเป็นประเด็นการเมือง หรือ เป็นการสร้างฐานคะแนนเสียง แต่ปรับอัตราค่าตอบแทนให้ผู้ที่มีรายได้ระดับปานกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมค่าครองชีพ และทัดเทียมกับค่าตอบแทนของสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ปฏิบัติงานให้กับทางราชการตำแหน่งอื่นในพื้นที่เดียวกัน” พล.ท.สรรเสริญ ย้ำ
จ่ายครอบครัวละ3พันช่วยน้ำท่วม
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมครม.ถึงกรณีครม.มีมติให้ชดเชยความเสียหายให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่น้ำท่วม ว่ามีการอนุมัติแล้ว 3,000บาทต่อครัวเรือน จากเดิมให้เพียงไร่ละ1,000บาท ในกรณีพื้นที่ที่เสียสละเป็นพื้นที่น้ำท่วมจะมีการช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ทุกอย่างทั้งเรื่องของการช่วยเหลือ ชดเชยเยียวยา ต้องขอร้องประชาชนให้เข้าใจ พร้อมขอขอบคุณและชมเชยในหลายพื้นที่ ก็ไม่ได้มีปัญหา
คาดได้รับกระทบกว่า3หมื่นราย
ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับ
ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย โดยด้านพืช มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 1.22 ล้านไร่ สำรวจพบความเสียหายอย่างสิ้นเชิง 1.8แสนไร่ เกษตรกร 2.97หมื่นราย ด้านประมง มีพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น7,269 ไร่ หรือ6,705 ตารางเมตร เสียหายอย่างสิ้นเชิง1,245ไร่ เกษตรกร1,617ราย ส่วนปศุสัตว์ มีสัตว์ได้รับผลกระทบ 6.48แสนตัว มีความเสียหายอย่างสิ้นเชิง 6,414 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ187ราย
อนุมัติ3มาตราการ เยียวยาน้ำท่วม
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ครม.อนุมัติเพื่อให้ความช่วยเหลือผ่าน 3 มาตรการคือ มาตรการที่ 1จะจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 3,000บาท ซึ่งเกษตรกรจ ะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินใน 41จังหวัด 5,427หมู่บ้า ใช้งบประมาณอยู่ที่1,953 ล้านบาท มาตรการที่ 2. การพักชำระหนี้สินและขยายเวลาชำระหนี้ แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559/60 โดยสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจะขยายเวลาการชำระหนี้ในสัญญา เป็นเวลา 6 เดือน โดยรัฐบาลจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรจำนวน306ล้านบาท ขณะที่กองทุนสหกรณ์ จะสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย ให้สหกรณ์เป็นทุนให้สมาชิกกู้ปลอดดอกเบี้ยระยะเวลา1ปี รายละประมาณ 50,000บาทในกรอบวงเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)จะช่วยเหลือ เช่นการพักชำระหนี้,ขยายเวลาชำระหนี้ออกไป และ มาตรการที่ 3 จะฟื้นฟูอาชีพสนับสนุนปัจจัยการผลิต และให้องค์ความรู้เพื่อปรับตัวต่อภัยพิบัติให้เกษตรกร
ทั้งนี้ ได้กำหนดคุณสมบัติเกษตกร จะต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภับพิบัติกรณีฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม2559-20 กุมภาพันธ์2560
มท.1เชื่อรับมือได้/ยันกทม.ไม่ท่วม.
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางว่ากระทรวงมหาดไทยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) รับผิดชอบอยู่แล้ว และยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการติดตามประเมินสถานการณ์ โดยภาพรวมปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้กรมชลประทานสามารถรับมือได้ เชื่อว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่ เหมือนหลายปีที่ผ่านมา
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)กล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ ครอบคลุมพื้นที่44 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 28จังหวัด อีก 16จังหวัด เป็นการท่วมที่ลุ่มต่ำ เชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วม จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เชื่อว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่ม น้ำเหนือ จะไม่ท่วม กทม.แน่นอน
อ่างทองน้ำเพิ่มต่อเนื่องเฝ้า24ชม.
สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน จ.อ่างทอง ยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่องที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดฯ ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีก11เซนติเมตรทำให้น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งที่ไหลผ่านตัวเมืองอ่างทองเขตเศรษฐกิจ และศูนย์ราชการยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งระดับน้ำเสมอตลิ่ง สูงขึ้นต่อเนื่อง ทางเทศบาลเมืองอ่างทองได้สั่งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมได้นำกระสอบทรายไปเสริมจุดเสี่ยงตามริมกำแพงพนังกั้นน้ำทั้งสองฝั่งเพื่อป้องกันน้ำท่วมและติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายออกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเวลาเพื่อป้องกันเขตเศรษฐกิจและศูนย์ราชการ
ลพบุรีนาจมน้ำเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ
สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ลพบุรี มีมวลน้ำไหลลงมาในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ จนกิดความขัดแย้งของชาวบ้านใน 2 ตำบลคือ ตำบลหนองทรายขาวและตำบลพุคาพร้อมมีการเปิดประตูน้ำลำโพนทอง หมู่ที่6 ตำบลหนองทรายขาวให้น้ำไหลลงสู่ที่ลุ่ม ในพื้นที่ตำบลพุคาได้ทำให้นาข้าว3,000ไร่ที่กำลังออกร่วง รอเก็บเกี่ยวอีกไม่กี่วัน ถูกน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว ได้รับความเสียหาย ทำให้ชาวนาต้องนำเรือลงลุยน้ำเกี่ยวข้าวเพื่อนำมาตากและนำไปขาย ก็ถูกกดราคาเหลือเกวียนละ3-4พันบาทเท่านั้น
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์สั่งรับมือน้ำชีท่วมนา
ที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณปะทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัย และดินถล่มระดับจังหวัด ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ฝ่ายบริหารจัดการน้ำนายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่นร่วมประชุมเพื่อเตรียมพร้อมเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงภัยพร้อมสั่งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเนื่องจากระดับน้ำได้ไหลทะลักเพิ่มระดับความสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าน้ำในแม่น้ำชีจะไหลเข้าพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ในเขตอ.ฆ้องชัยในอีก3วัน ทั้งนี้จ..กาฬสินธุ์มีพื้นที่ถูกน้ำชีล้นท่วมนาข้าวใน3อำเภอคือกมลาไสยร่องคำ ฆ้องชัยรวม2,243 ไร่
เจอศพหนุ่มรถมิร่าถูกน้ำฝายพัดจม
วันเดียวกัน พ.ต.ต.เจษฎาพร รองทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งพบศพคนจมน้ำเสียชีวิตที่บริเวณฝายน้ำล้น บ้านยางกุดหมู่ 5 ต.หมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุห่างจากฝายน้ำล้นออกไปประมาณ500 เมตร พบร่างนายอุดมศักดิ์ กัณหา อายุ 19 ปี ลอยอืดอยู่ในน้ำ สภาพสวมเสื้อยืดคอกลม กางเกงขายาวสีดำ บริเวณใบหน้ามีรอยฟกช้ำบวมที่ตาขวา ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย หลังรถเก๋งมินิ ยี่ห้อไดฮัทสุ มิร่า สีเขียว หมายเลขทะเบียน กค 3709 ศรีสะเกษ ถูกกระแสน้ำพัดตกฝายน้ำล้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เจ้าหน้าที่เร่งระดมกันค้นหานานกว่า24ชั่วโมงจึงพบศพลอยอืดดังกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี