นายอุดม ทิพย์เดโช ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 (สชป.17) เปิดเผยว่า ปัจจุบันระบบชลประทานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ยังมีบางส่วนที่ประสบปัญหาด้านการจัดการน้ำ ระบบส่งน้ำชำรุด ระบบยังไปไม่ทั่วถึง หรือระบบที่กรมชลประทานส่งมอบไปยังท้องถิ่นแล้วเจอปัญหาขาดองค์ความรู้จัดสรรน้ำ ขาดความต่อเนื่องในการบำรุงรักษา เป็นต้น ทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการใช้น้ำ และการแก้ไขซ่อมแซมต้องรองบประมาณจากราชการซึ่งบางครั้งใช้เวลานานดังนั้น กรมชลประทานจึงได้หารือกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ เพื่อจะพัฒนาและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในเบื้องต้นจะเน้นโครงการที่มีขนาดเล็ก สามารถดำเนินการได้ทันทีพร้อมกับตอบโจทย์ความต้องการใช้น้ำของประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้วย
“ทางมูลนิธิ ต้องการเข้ามาเติมเต็มโครงการที่มีปัญหาอยู่ โดยภายใน 2-3 ปีนี้มีเป้าหมายที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีแนวทางการทำงานคือ ให้ประชาชนเป็นหลัก ราชการเสริม เน้นผลที่การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประโยชน์สูงสุดโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ซึ่งทางสำนัก ได้เสนอไป 9 โครงการ ตัวอย่างเช่น ฝายทดน้ำบ้านสากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปี 2557 กรมชลประทานได้เข้าไปสำรวจ ออกแบบซ่อมแซมและประเมินราคาในเบื้องต้น ซึ่งทางมูลนิธิปิดทองหลังพระจะมาช่วยเสริมให้เกิดความคล่องตัวในการซ่อมแซมมากขึ้น” นายอุดมกล่าว
นายอุดม กล่าวต่อไปว่า การปรับปรุงโครงการขนาดเล็กที่จะช่วยราษฎรได้ดีอีกแห่ง คือ อ่างเก็บน้ำบ้านโคกยางอันเนื่องมาจากพระราชดำริพร้อมระบบส่งน้ำจ.นราธิวาส ที่มีการเพิ่มความจุของอ่างฯ และราษฎรโดยรอบร้องขอคลองซอยเพิ่มเพื่อผู้ที่อยู่ไกลออกไปจะได้ใช้น้ำจากอ่างฯ ได้ ตัวอย่างอีกแห่งหนึ่ง คือ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางนารา ซึ่งมีสถานีสูบน้ำอยู่หลายแห่งและเป็นระบบสูบน้ำเดิม คือแบบใช้น้ำมัน เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันกระแสไฟฟ้าเข้าถึงแล้ว ผู้ใช้น้ำจึงอยากเปลี่ยนมาเป็นเครื่องสูบแบบไฟฟ้าแทน เป็นต้น
“โครงการขนาดเล็กในประเทศไทย มีจำนวนร่วมหมื่นโครงการและกว่าครึ่งที่ประสบปัญหาไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือชลประทานที่มีอยู่ไม่เต็มที่ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการขาดงบประมาณ ขาดการประสานงานที่ดี มูลนิธิปิดทองหลังพระจึงจะมาสนับสนุนและเติมเต็มตรงจุดนี้ เช่น เติมเต็มระบบส่งน้ำ สนับสนุนค่าก่อสร้างต่างๆ และให้ประชาชนออกแรงกาย เป็นต้น เพื่อให้โครงการออกมาในลักษณะเป็นประชารัฐโดยมีการนำร่องงานลักษณะนี้ไปแล้วที่ภาคเหนือกับภาคอีสาน และได้ผลออกมาดี” นายอุดม กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี