546.jpg
‘เสี่ยชูวิทย์’เฮ!พ้นคุกแล้ว  รับพระราชทานอภัยโทษ

‘เสี่ยชูวิทย์’เฮ!พ้นคุกแล้ว รับพระราชทานอภัยโทษ

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ชูวิทย์” ได้รับอิสรภาพพ้นคุกในคดีรื้อบาร์เบียร์แล้วหลังเข้าเงื่อนไขได้พระราชทานอภัยโทษ เปิดใจช่วงใช้ชีวิตในเรือนจำต้องช่วยเจ้าหน้าที่เก็บศพผู้ต้องขังที่เสียชีวิตกว่า80 ศพ ยืนยันช่วยทำงานทุกอย่างไม่ได้เป็นนักโทษวีไอพี

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทางกรมราชทัณฑ์ได้ปล่อยตัวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้ต้องขังคดีรื้อบาร์เบียร์ ที่ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2ปี ซึ่งได้พระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษพ.ศ.2559เนื่องในโอกาสแรกเนื่องในโอกาสแรกนับแต่ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ โดยมีนางสุรัชดา แววศรี หรือเก๋ น.ส.ดวงตระการ กมลวิศิษฏ์ ภรรยาและลูกสาวคนเล็ก พร้อมครอบครัวและทนายความเดินทางมารอรับ


โดยนายชูวิทย์ มีสีหน้ายิ้มแย้มและทันทีที่ได้รับอิสรภาพ ได้โผเข้าโอบกอดน.ส.ดวงตระการ ด้วยความชื่นมื่น จากนั้นนายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระราชทานอภัยโทษให้กับผู้ต้องโทษทุกคนให้ได้กลับเนื้อกลับตัว ตนจะพึงระลึกว่าอิสรภาพครั้งนี้เปรียบเสมือนชีวิตใหม่ และจะปฏิบัติตัวเป็นคนดี ขอสังคมให้โอกาส

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ช่วงเวลาที่อยู่ในเรือนจำได้ช่วยงานกรมราชทัณฑ์ด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่เก็บศพภายในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ รวมแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนถึงวันนี้เก็บศพมาแล้ว80ศพ และวันนี้ยังเก็บศพหญิงสาวที่ต้องโทษเป็นคนสุดท้ายด้วย ตนอยู่กับศพ กับน้ำเหลือง กับอึกับฉี่ ใครคิดว่าตนใช้ความเป็นบิ๊กเนมใช้ความสุขในเรือนจำไม่จริง และขอยืนยันว่าเป็นนักโทษเต็มตัว ไม่ได้อยู่สบาย หรือเป็นผู้ต้องขังบิ๊กเนมอย่างที่มีใครกล่าวถึง ที่สำคัญตนรับโทษจริงไม่ได้อ้างว่าบวชอยู่ป่วยอยู่หรือหนีคดีอะไร

“ผมคงไม่กลับไปเล่นการเมืองอีกแล้วเพราะกลัวติดคุก และอาจจะเขียนหนังสือชีวิตในเรือนจำสักเล่ม และหลังจากนี้ตั้งใจว่า วันที่ 17 ธันวาคมนี้จะบินไปสหรัฐอเมริกา ไปรับปริญญาลูกสาวคนโต และพักอยู่ที่นั่นประมาณ 1 สัปดาห์ หลักจากนั้นจะกลับเมืองไทยและแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง” นายชูวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา นายชูวิทย์ รับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีรื้อบาร์เบียร์ ต้องโทษจำคุก 2 ปี กระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคมได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วยการลดโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2559 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิ.ย. 2559 และในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 ส.ค. 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และยังเป็นผู้ต้องขังชั้นดีด้วย

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นอกจากนายชูวิทย์แล้ว เรือนจำในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ในกลุ่มเรือนจำลาดยาวจะปล่อยตัวประมาณ 1,000 ราย ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรกที่เรือนจำจะปล่อยตัว หลังจากนี้จะทยอยปล่อยจนครบตามหลักเกณฑ์ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2559 ส่วนผู้ต้องขังรายอื่นๆ ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การปล่อยตัวก็จะได้รับการลดวันต้องโทษ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top