28 ธ.ค. 59 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.7 รักษาการ ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ทำการสอบปากคำ นายคอนสแตนติน โดลโกฟ (Mr.Konstantin Dolgov) อายุ 27 ปี นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย โดยมีทนายล่ามแปล หลังก่อเหตุใช้แก๊สระเบิดตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสำนักงานที่ดินประจวบฯ สาขาหัวหิน ถนนเพชรเกษม อ.หัวหิน จนเสียหายแต่ไม่ได้ทรัพย์สิน เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 26 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ กล่าวว่าเบื้องต้น นายคอนสแตนติน ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือระเบิดตู้เอทีเอ็มจริง จากการตรวจสอบประวัตินายคอนสแตนติน พบว่า เข้าออกประเทศไทยรวม 4 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.ย.59 และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยหัวหิน 88 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน โดยก่อนหน้านั้นนายคอนสแตนติน ได้เช่ารถกระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กค 7900 ประจวบฯ มาจากคิวรถเช่าแห่งหนึ่งในตัวเมืองหัวหิน
.jpg)
จากนั้นตระเวนขับดูจนพบตู้เอทีเอ็มที่ตั้งหน้าสำนักงานที่ดินประจวบฯ สาขาหัวหิน อยู่ที่เปลี่ยวจึงวางแผนขับรถไปซื้อถังแก๊สและถังอ๊อกซิเจนพร้อมอุปกรณ์จากร้านแห่งหนึ่ง ใน อ.ปราณบุรี รอจนกระทั่งดึกเห็นปลอดคน จึงขับรถบรรทุกเครื่องมือไปจอดใกล้ๆ กับตู้เอทีเอ็ม ตรงเข้าใช้สก๊อตเทปสีดำปิดกล้องวงจรปิดที่ตู้ จากนั้นใช้ประแจสำหรับถอดน็อตล้อรถยนต์งัดตรงช่องจ่ายเงินตู้เอทีเอ็มจนแตกเป็นรูแล้วแหย่สายแก๊ส-สายอ๊อกซิเจนพร้อมกันเข้าไปในช่องก่อนเปิดทั้งแก๊สและอ๊อกซิเจนรวมกันและใช้เชือกชุบน้ำมันเป็นสายชนวนจุดไฟหย่อนใส่ในช่องกดเงินเพื่อให้เกิดระเบิด เพื่อนำเงินที่มีประมาณล้านกว่าบาทออกมา แต่ขณะระเบิด มีพลเมืองดีขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพบเห็นเข้าพอดี นายคอนสแตนติน กลัวความผิดจึงตัดสายแก๊สทิ้งแล้วขับรถยนต์หลบหนีไปโดยไม่ทันได้ทรัพย์ใดๆ ก่อนนำอุปกรณ์ถังแก๊สไปทิ้งในป่าตรงข้ามโรงแรมที่พัก แล้วจ้างรถแท็กซี่เตรียมขึ้นเครื่องหลบหนี
ภายหลังตำรวจตรวจภาพกล้องวรจรปิดและเช็คทะเบียนรถคนร้าย จนทราบแน่ชัดว่าคนร้ายรายนี้คือนายคอนสแตนติน จึงตามไปที่โรงแรมที่พักและพบว่านายคอนสแตนติน ขึ้นแท็กซี่ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จึงรีบประสานตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ล๊อคตัวนายคอนสแตนตินได้ทันที่ห้องพักผู้โดยสารขณะรอขึ้นเครื่องไปยังเมืองอัลมาติ ประเทศคาซัคสถานเพื่อต่อเครื่องไปยังประเทศรัสเซีย นำตัวกลับมาดำเนินคดี ทั้งนี้ผู้ต้องหายังให้การเพิ่มเติมว่า ทีแรกตัดใจจะระเบิดตู้เอทีเอ็มตามหน้าธนาคารหรือร้านค้า แต่กลัวมีคนบาดเจ็บจึงเปลี่ยนใจไประเบิดตู้เอทีเอ็มที่ตั้งโดดเดี่ยวแทน เพื่อนำเงินไปเที่ยวเตร่และจ่ายค่าโรงแรมที่ตนค้างอยู่ หลังสอบปากคำแล้วตำรวจได้ประสานไปยังตำรวจสากลเพื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาอีกครั้งก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี