ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 สภากรุงเทพมหานครได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติกทม. เพื่อกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ซึ่งในการประชุมสภากทม.ครั้งก่อนสมาชิกสภามีการอภิปรายอย่างกว้างขวางและมีมติให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาก่อนรับหลักการก่อนเพราะยังมีประเด็นข้อสงสัยบางประการที่ยังไม่กระจ่าง ทั้งนี้
นายคำรณ โกมลศุภกิจ ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เสนอเพื่อกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียแล้วเห็นว่า สภากรุงเทพมหานครควรมีมติรับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครด้วยเหตุผลที่ว่า “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อมลพิษนั้น” ทั้งนี้คณะกรรมการวิสามัญได้มีข้อสังเกต ดังนี้ 1.ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย พ.ศ.2547 มีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2547 นับเป็นเวลา 17 ปีแล้ว แต่ไม่สามารถนำออกใช้ปฏิบัติได้จริง เนื่องจากไม่มีการออกประกาศกรุงเทพมหานคร ในส่วนของพื้นที่รับบริการบำบัดน้ำเสียโดยมีสาเหตุจากปัญหาเชิงการบริหารจัดการ 2.เพื่อให้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครมีผลใช้บังคับและปฏิบัติได้ในเวลาอันสมควร ควรให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจัดทำระเบียบและประกาศกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องกับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย (ฉบับที่...) พ.ศ..... นับแต่วันที่ข้อบัญญัติ ฯ มีผลบังคับใช้ภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 1 ปี 3.ในร่างข้อบัญญัติฯ ควรกำหนดให้มีการมอบให้สำนักงานเขต ดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียได้ด้วย โดยให้มีการบูรณาการระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของสำนักงานเขตให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งระบบ 4.ให้กำหนดกรอบอัตราค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานครในบัญชีแนบท้ายของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ด้วย 5.ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ฉบับนี้น่าจะเข้าข่ายต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ฝ่ายบริหารควรศึกษาและพิจารณาว่าสมควรจัดทำการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือไม่ และ 6.ร่างข้อบัญญัติ ข้อ 10/1 ที่กำหนดว่า “ในกรณีจำเป็นกรุงเทพมหานครอาจมอบให้เอกชนการทำกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจของกรุงเทพมหานคร และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมค่าบริการ หรือค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้องแทนกรุงเทพมหานครได้ นอกจากนี้คณะกรรมการวิสามัญฯ มีความเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้หน่วยงานอื่น เช่น ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ หรือพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการแทนได้ด้วย และหากจำเป็นก็อาจดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528
ทั้งนี้ ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบและตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ15 คน ประกอบด้วยฝ่ายบริหารกทม. 6 คน ฝ่ายนิติบัญญัติ 9 คน โดยใช้เวลาในการพิจารณา 90 วัน ก่อนนำเข้าที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร ในวาระ 2 และ 3 ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี