วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569
22 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บริษัทฉวีวรรณฟาร์ม จำกัด เลขที่ 69/1 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากมติในการประชุมพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มีมติเห็นชอบให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นทั่วประเทศ ทั้ง 77 จังหวัด ปรับตั้งแต่ 5 - 22 บาท แบ่งเป็นทั้งหมด 7 ระดับ ตามสภาพความเจริญทางเศรษฐกิจ โดยจังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นสูงสุด คือ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง ปรับขึ้นอีก 22 บาทของเดิมอีก 8 บาท เท่ากับจะได้ค่าแรงขั้นต่ำเป็นจำนวน 330 บาท และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งต้องขอบอกว่าจะมีผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ ราคาเสถียรภาพของสินค้าไม่แน่นอนในปีนี้ 2561 สินค้าเกษตรโดยเฉพาะ ไข่ ไก่ ปลาและหมูถือว่าตกต่ำมากที่สุดในรอบ 20 ปี ถ้าค่าแรงขึ้นมากถึงขนาดนี้จะส่งผลกระทบถึงเกษตรกรที่ดำเนินงานแบบไม่ครบวงจรหรือรายย่อยอย่างแน่นอน เพราะสินค้าในตลาดราคาไม่ดี แต่ค่าแรงงานกลับเพิ่มขึ้น อย่างไรจึงอยากให้รัฐบาลทบทวนการปรับขึ้นค่าแรงในครั้งนี้ ที่ควรคำนึงถึงผู้ประกอบการรายย่อยด้วย
ในวันที่ 1 เมษายน 2561 ที่มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นแล้ว ทางรัฐบาลควรมีมาตรการที่จะนำมาช่วยเหลือและจะต้องทั่วถึงกลุ่มผู้ประกอบการจริงๆ ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ จนถึงผู้ประกอบการรายเล็ก มิฉะนั้นแล้วผู้ประกอบการรายเล็กๆ หรือรายย่อยจะไม่สามารถอยู่ได้ ยิ่งในช่วงนี้ค่าเงินต่างประเทศทั้ง ยูเอสดอลล่า ค่าเงินยูโร แข็งค่ามากถ้าค่าแรงเราปรับขึ้นอีกจะส่งผลให้ราคาสินค้าที่จะส่งออกไปขายทั้งในสหภาพยุโรหรือญี่ปุ่นเอง จะต้องปรับตัวสูงขึ้นคู่ค้าของเราอาจจะเปลี่ยนไปรับสินค้าของคู่แข่งที่มีราคาต่ำกว่า
ส่วนในราคาขายสินค้าเกษตรในประเทศนั้นไม่สามารถที่จะปรับขึ้นได้ เพราะในขณะนี้ภายในประเทศไม่มีแรงซื้อที่มากพอจะเห็นได้จากในปี 2560 ที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่าทั้งราคาไก่ ไข่ เนื้อหมู เนื้อปลา นั้นต่ำมาก ซึ่งราคาค่าแรงขั้นต่ำที่กำลังจะขึ้นนี้จะส่งผลกระทบไปถึงอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นด้วย คือผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ จะหันไปใช้เครื่องจักรในการผลิตมากกว่าใช้แรงงาน และถ้าสั่งเครื่องจักรมาแล้วจะยากที่จะกลับไปใช้แรงงานคนเหมือนเดิม จึงอยากจะขอให้รัฐบาลคิดทบทวนในการขึ้นค่าแรงในครั้งนี้ หรือได้มีการชะรอการขึ้นไว้ก่อนเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในภาพรวม
การตัดสินใจขึ้นค่าแรงอาจ ทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนเป็นประเทศที่มีค่าแรงสูงทันที ซึ่งอาจจะอยู่ในช่วงเวลาที่ค่อนข้างเหมาะสม คือตลาดแรงงานกำลังขาดแคลนแรงงานระดับล่าง อาจจะมีการลดการจ้างงาน ลดคนงานเดิมและชะลอรับคนงานใหม่ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดการใช้แรงงาน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าในอุตสาหกรรมประเภทที่ใช้แรงงานจะหันไปพึ่งแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านแทน โดยสรุปแล้ว การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระยะกลางและระยะยาว ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ผลกระทบด้านการส่งออก ผลกระทบด้านการลงทุน แรงงานผิดกฎหมายจะไหลเข้ามาสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งทางรัฐบาลควรทบทวนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะมีผลกระทบในวงกว้างต่อการส่งออกจะมีปัญหา การว่างงานจะเพิ่มขึ้นให้คิดทบทวนหรือชลอการขึ้นไว้ก่อน เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในภาพรวม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี