23 ม.ค. 61 ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยผลการประชุม กอปศ. ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยเห็นตรงกันว่าร่าง พ.ร.บ.ที่จะจัดทำขึ้นจะไม่ลงลึกรายละเอียดในการปฏิบัติ แต่จะนำประเด็นที่ต้องใช้มาไว้ในกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นกฎหมาย ส่วนรายละเอียดในเรื่องที่จะดำเนินการสามารถเติมได้ในภายหลัง ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้แล้วเสร็จ หรืออย่างน้อยเห็นข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือนเมษายน 2561 และจะพยายามให้เสร็จเป็นกฎหมายภายในรัฐบาลชุดนี้
“พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ส่วนจะเป็นการยกร่างกฎหมายใหม่ทั้งฉบับหรือ นำของเดิมมาปรับปรุงนั้นจะต้องพิจารณาก่อน อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ใช้มากว่า 19 ปีแล้ว บางส่วนก็มีของดีอยู่ ยังใช้ได้ ก็อาจจะนำมาปรับปรุง ขณะเดียวกัน ปัจจุบันก็มีความคาดหวังของสังคม มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นและมีความจำเป็นที่แตกต่างไปจากเดิม ทั้งนี้ การจัดทำกฎหมายจะมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่อยากได้ในการจัดการศึกษาของประเทศ คือ การจัดการศึกษาในลักษณะใหม่ ไม่ใช่มุ่งไปที่การปรับโครงสร้าง ส่วนจะกระทบกับโครงสร้างอย่างไรนั้น ก็เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการปรับการจัดการศึกษาใหม่ และไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามอาจจะกระทบบุคลากรบ้าง แต่ก็ไม่ให้เลวร้ายไปกว่าเดิม”ศ.นพ.จรัส กล่าว
ด้าน รศ.นพ.จิรุฒน์ ศรีรัตนบัลล์ กรรมการอิสระ ในฐานะประธานอนุกรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดกรอบแนวคิดและหลักการที่จะนำไปรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม 3 ประเด็น ได้แก่
1.สถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานของการจัดระบบการศึกษา ที่ต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาประเทศและสังคมโลก โดยอาจจัดเป็นการศึกษาตามระบบ ที่หมายถึงการศึกษาในโรงเรียน นอกโรงเรียน และการศึกษาทางเลือก ซึ่งการศึกษาทางเลือกเป็นแนวทางที่สำคัญมากที่จะเปิดให้เกิดนวัตกรรมและความหลากหลายทางการศึกษาในอนาคต
2.การศึกษาเพื่อการดำรงชีวิต ที่ต่อยอดสมรรรถนะของประชาชนในวัยต่างๆรองรับการจ้างงานต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้เรียนไม่ต้องเข้ามาศึกษาในระบบโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย
3.การศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งการปฏิรูปครั้งนี้จะมองหาระบบกลไก แนวทางและมาตรการต่างๆ ที่จะส่งเสริมให้การศึกษาตามอัธยาศัยเกิดเป็นรูปธรรม และเอื้ออำนวยให้เกิดประสิทธิผลต่อการเรียนรู้ของประชาชน
4.ระดับการศึกษา จากเดิมการศึกษาขั้นพื้นฐานเริ่มตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มีทั้งสายสามัญและสายอาชีพ แต่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มุ่งเน้นเรื่องเด็กมาก
ดังนั้น จะมีการบรรจุการศึกษาระดับก่อนวัยเรียนไว้ด้วย เพื่อให้ส่งผลต่อการจัดการในภาพใหญ่ของประเทศ รวมถึงการจัดการศึกษาสายวิชาชีพตอนต้น เพื่อให้เชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาประเทศ ซึ่งหัวใจสำคัญคือจะมีกลไกหรือระบบที่สามารถเทียบเคียงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา จากรูปแบบการศึกษาที่แตกต่างกันได้ และ 5.มีความจำเป็นที่ต้องทำความชัดเจน ในเรื่องนโยบาย การกำกับดูแล หน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา และหน่วยงานที่สนับสนุน เป็นต้น ทั้งนี้ กอปศ.จะนำประเด็นต่าง ๆเหล่านี้ประชุมรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นี้ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี