เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) (องค์การมหาชน) และคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2560 ณ สนามสอบ โรงเรียนสามเสนนอก โดยมี นายมงคล อัศวธีรากุล ผอ.โรงเรียนสามเสนนอก และคณะครูให้การต้อนรับ
โดย นพ.อุดม คชินทร กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม ว่า ขณะนี้เรียกได้ว่าสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีการพัฒนาการจัดกระบวนการสอบต่างๆไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกข้อสอบที่เน้นเรื่องการคิด วิเคราะห์มากขึ้น โดยในส่วนของวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในปีนี้ ได้ให้ทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)เป็นผู้รับผิดชอบออกข้อสอบโอเน็ต ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็จะพยายามเพิ่มการประเมินผลในลักษณะที่เน้นการคิด วิเคราะห์ให้มากขึ้น เพื่อให้ใกล้เคียงกับข้อสอบ PISA และตนเองก็ได้ให้นโยบายกับ สทศ. ว่า แม้ว่าวัตถุประสงค์ของการสอบโอเน็ตคือการวัดมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละช่วงชั้นของเด็กว่ามีความรู้ที่ต้องรู้มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งที่สำคัญคือ การวัดสมรรถนะและทักษะของเด็กด้วย ซึ่งทางสทศ. ก็รับที่จะไปพัฒนารูปแบบการประเมินนี้ให้มากขึ้น และการวัดต่างๆก็ต้องสอดคล้องกับการเรียนการสอน
“การวัดผลจะต้องสอดคล้องกับการเรียนการสอน เพราะถือว่าขบวนการวัดผลคือตัวกำกับ เพราะฉะนั้นการเรียนก็ต้องปรับด้วยเพื่อให้สองสิ่งนี้ไปด้วยกัน และการประเมินหรือการทดสอบเด็กก็จะต้องมีขบวนการที่มีความถูกต้องแม่นยำ และไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำของนักเรียนในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ วันนี้ จะเห็นได้ว่ามีเด็กนั่งสอบห้องละประมาณ 30 คน และเด็กที่นั่งสอบติดกันก็จะได้ข้อสอบคนละชุดกัน เพื่อไม่ให้มีการโกง หรือลอกข้อสอบ และการเปิดซองข้อสอบก็ให้เด็กมาช่วยดูเพื่อเป็นพยาน ผมว่า สทศ.พัฒนากระบวนการสอบต่าง ๆไปอย่างมาก แต่ที่เน้นคือความถูกต้องแม่นยำ และมีความยุติธรรมสำหรับเด็ก”
ด้าน รศ. ดร.สัมพันธ์ กล่าวถึงภาพรวมทั่วประเทศในการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต(O-NET) ในปีการศึกษา 2560 ว่า ในปีนี้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6)จัดสอบขึ้น ในวันที่ 3 ก.พ.นี้ โดยมีผู้มีสิทธิ์สอบ จำนวน 794,264 คน มีศูนย์สอบ 186 ศูนย์ สนามสอบ 4,142 สนาม ห้องสอบ 29,129 ห้อง โดยนักเรียนที่เข้าสอบทั้งหมดมาจาก 9 สังกัด ทั้งนี้ มีเด็กพิเศษร่วมสอบ จำนวน 307 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมขอสอบอักษรเบลให้สำหรับผู้พิการทางสายตา ส่วนผู้พิการทางร่างกายก็จัดห้องสอบพิเศษให้ด้วย
ส่วนการทดสอบ O-NET ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3)จัดสอบระหว่างวันที่ 3-4 ก.พ.นี้เช่นกัน มีการทดสอบด้วยแบบทดสอบ (Paper Pencil) มีจำนวนผู้มีสิทธิ์สอบ 696,378 คน มีศูนย์สอบ 227 ศูนย์ สนามสอบ 4,243 สนาม ห้องสอบ 25,372 ห้อง และทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Testing) จำนวนผู้มีสิทธิ์สอบ 858 คน แบ่งตามศูนย์สอบ E-Testing 6 ศูนย์ ดังนี้ (1) ม.บูรพา (206 คน) (2) ม.นเรศวร (117 คน) (3) ม.ขอนแก่น (117 คน) (4) สทศ. (90 คน) (5) ม.เชียงใหม่ (160 คน) (6) ม.สงขลานครินทร์ (168 คน)
“ก็หวังว่า ต่อไปการทดสอบด้วยระบบ E-Testing จะมาแทนระบบการสอบด้วยแบบทดสอบ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องให้เวลาเด็กได้เรียนรู้ก่อน ตอนนี้นำมาใช้เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่เด็กในการเพิ่มพัฒนาการในการสอบ และจะเพิ่มข้อสอบแบบ E-Testing ขึ้นตามลำดับ”
ผอ.สทศ. กล่าวด้วยว่า สำหรับพัฒนาการในกาการทดสอบ O-NET ทั้งระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีนี้ มีการจัดสอบเพียง 4 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ (เดิมสอบ 5 วิชา) ซึ่งมีการลดวิชาสังคมศึกษาออก โดยให้ต้นสังกัดและะสถานศึกษาจัดสอบเอง ทั้งนี้ เพื่อให้การทำข้อสอบสอดคลองทั้งระดับสถานศึกษา ระดับชาติ และระดับสากล โดย สทศ.ได้มอบให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มารับผิดชอบในการออกข้อสอบ O-NET วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นปีแรก ทั้งขอสอบชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6
ส่วนการสอบ O-NET ชั้นป. 6 วิชาภาษาไทย มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็น รูปแบบข้อสอบปรนัย (เลือกคำตอบที่ถูกที่สุด 1 คำตอบ) จำนวน 80 คะแนน และรูปแบบข้อสอบอัตนัย (แบบเขียนตอบ) จำนวน 20 คะแนน โดยในปีนี้ สทศ. ได้เพิ่มศูนย์ตรวจข้อสอบอัตนัย จากเดิม 3 ศูนย์ เพิ่มเป็น 4 ศูนย์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร (พระราชวังสนามจันทร์) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนปีหน้า อาจจะเพิ่มศูนย์ตรวจข้อสอบขึ้นที่ ม.เชียงใหม่ ทั้งนี้ เพื่อช่วยครูที่เดินทางมาช่วยตรวจข้อสอบไม่ต้องปรับตัวมาก
“ที่สำคัญในปีนี้ สทศ. ได้พัฒนานวัตกรรมระบบการตรวจข้อสอบอัตนัยด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 100 % เป็นปีแรก ซึ่งที่ผ่านมาใช้มือตรวจข้อสอบ ทั้งนี้ เพื่อความประหยัด ซึ่งในปีนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายลงเกือบ 30 ล้านบาท และเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งปีที่แล้วใช้เวลาตรวจข้อสอบ 5 สัปดาห์ หากใช้โปรแกรมตรวจข้อสอบจะเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และเท่าที่ทดสอบการตรวจข้อสอบจากโปรแกรมฯมีความถูกต้องแม่นยำ”
ผอ.สทศ. กล่าวต่อว่า เพื่อความเชื่อมั่นในระบบการตรวจข้อสอบอัตนัย ได้มีระบบการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินคุณภาพของการตรวจให้มีมาตรฐาน โดยจัดหลักสูตรอบรมและการรับรองครูประจำการที่เป็นผู้ตรวจข้อสอบอัตนัยระดับชาติ ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยในปีการศึกษา 2560 ได้พัฒนาระบบการตรวจข้อสอบอัตนัยแบบ Computer-based scoring และมีการพัฒนาผู้ตรวจทั้งระดับ Teachers, Master Teachers เพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งนี้ สทศ. จะประกาศผลสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในวันที่ 25 มีนาคม 2561 ส่วนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในวันที่ 26 มีนาคม 2561 ทางเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th โดย ประกาศผลสอบแบบรายบุคคล และประกาศผลสอบแบบรายโรงเรียนด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี