546.jpg
ม็อบต้านโรงไฟฟ้าฯเฮ!  ศาลยกคำร้องชี้ชุมนุมใกล้UNชอบด้วยกม.

ม็อบต้านโรงไฟฟ้าฯเฮ! ศาลยกคำร้องชี้ชุมนุมใกล้UNชอบด้วยกม.

วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 15.51 น.

20 ก.พ.60 ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 9.30 น. ศาลได้ไต่สวนคำร้องหมายเลขดำ ชส.2/2561 ที่ พ.ต.ต.อรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ยื่นคำร้อง เรื่อง ขอให้เลิกการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 กรณีผู้ชุมนุมคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ – เทพา จ.สงขลา รวมตัวกันชุมนุมบนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนใกล้สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถ.ราชดำเนิน  สร้างความลำบากในการสัญจรเส้นทางของประชาชน

โดยวันนี้ พ.ต.ต.อรรถวิท พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ผู้ร้อง ขึ้นไต่สวนเป็นพยานเพียงปากเดียว ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมมีตัวแทน 2 คน เดินทางมาศาลพร้อมทีมทนายความ ซึ่งนำพยานฝ่ายผู้ชุมนุมขึ้นไต่สวนปากเดียวเช่นกัน


พ.ต.ต.อรรถวิท ขึ้นเบิกความสรุปว่า ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนประมาณ 150 คนยื่นคำร้องขอชุมนุมสาธารณะเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา บริเวณทางเดินเท้าหน้าสำนักงานสหประชาชาติ มีการแจ้งตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ถูกต้อง แต่ทำให้ผู้ใช้เส้นทางสัญจรไม่สะดวก จึงขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการชุมนุม

ด้านนายสมยศ โต๊ะหลัง พยานฝ่ายผู้ชุมนุมขึ้นเบิกความทำนองว่า การชุมนุมประสงค์ให้รัฐบาลยกเลิกโครงการดังกล่าวเนื่องจากกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ก่อนหน้านี้ได้มีการร้องเรียนไปหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงชุมนุมเพื่อส่งเสียงไปยังรัฐบาลให้ตัดสินใจยกเลิกโครงการ โดยเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธและอดอาหาร เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมยังมีการรักษาความปลอดภัยและช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้สัญจรไปมาด้วย

ต่อมาในช่วงบ่าย ศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถ.ราชดำเนิน ใกล้สำนักงานองค์การสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ยกคำร้อง

ด้านนายสมยศ โต๊ะหลัง พยานฝ่ายผู้ชุมนุม กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า เป็นการชุมนุมอย่างสันติ เป็นเสรีภาพของประชาชน ที่ตำรวจอ้างว่า มีผลกระทบต่อการสัญจรนั้น เราก็บอกว่ามีการดูแลอำนวยความสะดวกแล้ว ส่วนการชุมนุมต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินครั้งก่อนนั้น รัฐบาลให้สัญญาไว้ว่าจะชะลอโครงการไป แต่ไม่มีเอกสารหลักฐาน ขณะที่ทางฝ่ายเสนอโครงการก็เดินหน้าต่อไป จึงไม่มีหลักประกันต่อผู้เสนอยกเลิกโครงการ ควรจะมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจน

ขณะที่ นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) กล่าวว่า ข้อสำคัญที่ศาลพิจารณาไว้ 2 ประเด็น คือ เป็นการชุมนุมโดยสงบที่ไม่ขัดกฎหมาย และไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 พ.ร.บ.ชุมนุมฯ บัญญัติไว้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top