มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาด้วยระบบขนส่งมวลชน สายสีน้ำตาล เนื่องจากเป็นวิธีการเดินทางที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในเมือง ช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศเช่นปัจจุบัน ในขณะเดียวกันก็เดินหน้ายื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างทางด่วนทุกรูปแบบ หวั่นผลกระทบในภาพรวมน่าเป็นห่วงหลายด้าน เน้นย้ำให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการจราจรที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งประประกอบด้วย ผู้บริหารและนิสิตได้ยื่นหนังสือกราบเรียนหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อยืนยันในการเสนอให้ยกเลิกโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ และเห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทางรางขนาดเบา โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ทดแทน โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือไปแล้วเมื่อปี 2557 แต่จวบจนปัจจุบันก็มีข่าวจากสื่อต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องว่าจะยังคงมีการดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครด้านตะวันออกและด้านตะวันตกเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังมองว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสายหลักได้อีกด้วย
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการก่อสร้างทางด่วน พบว่าโครงการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างสูงต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและสังคมโดยรอบโดยตั้งแต่มีการเตรียมจัดทำโครงการดังกล่าวเมื่อปี 2555 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ยื่นหนังสือไปแล้วถึง 14 ฉบับในขณะนั้นกระทรวงคมนาคมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาการก่อสร้างโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3สายเหนือ ซึ่งมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นกรรมการร่วมด้วย ซึ่งผลการประชุมสรุปได้ว่า เห็นควรยกเลิกโครงการดังกล่าว
แต่จากการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา กลับได้มีการหยิบยกโครงการก่อสร้างทางด่วนขึ้นมาอีกครั้ง ฉะนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงขอยืนยันยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาด้วยระบบขนส่งมวลชน และไม่สนับสนุนโครงการก่อสร้างระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ เนื่องจากการพิจารณาแล้วพบว่าอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชน จึงวอนขอให้รัฐบาลควรมองหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในหลายๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาวมากกว่า
ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหารกิจการภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมว่า มก. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาด้วยระบบขนส่งมวลชนคือ สายสีน้ำตาล เนื่องจากเป็นวิธีการเดินทางที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในเมือง ช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศ ซึ่งขณะนี้ กรุงเทพฯ
กำลังประสบปัญหาฝุ่นละออง ที่เรียกว่า PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจได้ อาจก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือด หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งฝุ่นละอองนี้มีสาเหตุหลักมาจากการใช้รถยนต์การพัฒนาใดๆ ก็ตาม มก. จึงขอสนับสนุนการพัฒนาที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน ไม่ส่งผลเสียต่อประชาชนในปัจจุบันและอนาคตอย่างยั่งยืน
ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วิธีการแก้ปัญหา PM 2.5 ที่ดีที่สุด ทำได้โดยการแก้ไขปัญหาที่ต้นน้ำนั้นก็คือ ลดการใช้รถยนต์ ดังนั้น การก่อสร้างทางด่วนบนแนวสายทางนี้ จะเป็นการดึงเอารถยนต์จำนวนมากผ่านเข้ามาในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อาศัย ทำงาน และศึกษาอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ดังนั้น มก. จึงสนับสนุนทางเลือกที่ 1 คือ พัฒนาเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และส่วนต่อขยายกับแนวโครงข่ายทดแทน N1 ต่อจากนั้น ผู้แทนจากชุมชนต่างๆที่อาศัยอยู่บริเวณแนวสายทาง เช่น ชุมชนบางบัว ชุมชนปัฐวิกรณ์ ผู้แทนจากหมู่บ้านธนะสิน ผู้แทนจากนวธานี ผู้แทนจากสภาวิชาการได้สนับสนุนข้อเสนอแนะของ มก. ในการพัฒนาเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล เพื่อลดผลกระทบจากมลพิษต่อประชาชนในเมืองส่งเสริมให้มีการลดการใช้รถยนต์ และการสร้างทางด่วนบนรถไฟฟ้าไม่มีความจำเป็น เนื่องจากถนนเกษตร-นวมินทร์ มีปัญหาการจราจรติดขัดเฉพาะบริเวณทางแยก การสร้างสะพานลอยข้ามทางแยกทุกแห่ง จะช่วยแก้ปัญหาได้เพียงพอแล้ว หากมีการสร้างทางด่วนบนรถไฟฟ้า จะต้องสร้างตอม่อเพิ่ม ปัจจุบัน ถนนเกษตร-นวมินทร์ มีตอม่อทุกระยะ 40 เมตร หากมีทางด่วน จะมีตอม่อเพิ่มเป็นทุกระยะ 20 เมตร ทำให้ทัศนียภาพแย่ลงมาก รวมไปถึงความกังวลของผู้แทนจากชุมชนยังมีความเป็นห่วงเรื่องการเวนคืนที่ดิน เพื่อสร้างทางต่างระดับเชื่อมเข้ากับทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และบริเวณจุดขึ้นลงทางด่วนอีกด้วย
อย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยากฝากให้รัฐบาลทบทวนแนวทางดังกล่าวอีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาประเทศการแก้ไขปัญหาการจราจรดำเนินไปอย่างมั่งคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี