7 มี.ค. 61ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) หารือกับ นายหลู่ย์ เจี้ยน (H..Mr.Lyu Jian) เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำ ประเทศไทย ถึงนโยบาย การสร้าง บัณฑิต พันธ์ุใหม่ โดยมี ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.)ร่วมหารือด้วย
โดย นพ.ธีระเกียรติ ภายหลังหารือ ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มีการหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษา ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรีของประเทศจีน ไว้แล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา สำหรับการหารือในวันนี้มีหลักการเบื้องต้น ที่จะดำเนินการใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การจัดตั้งโรงเรียนที่มีศักยภาพสูง ในเรื่องของระบบรางไทย-จีน ซึ่งจะเป็นหลักสูตรจีน 100% เป็นการลงทุนร่วมกับไทย ดังนั้น การเรียนการสอน การดำเนินการทุกเรื่อง รวมถึงใบ ประกาศนียบัตร จะเป็นของจีนทั้งหมด โดยในส่วนกระทรวงศึกษาธิการไทย จะพิจารณาอาชีวะเอกชนที่มีศักยภาพ มีความพร้อมมาร่วมมือในการพัฒนานักศึกษา และ 2. ไทยกับจีน จะร่วมมือกันยกระดับหลักสูตรไทยที่ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 เช่น ระบบราง ท่าอากาศยาน โดยจัดการเรียนการสอนร่วมกันในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง
นพ. อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ทางเอกอัครราชทูตจีน ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ในการยกระดับการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาของไทย โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ คือ สาขาระบบราง ซึ่งทางประเทศจีนจะช่วยอย่างยกระดับอย่างเข้มข้น ที่ผ่านมาอาชีวะไทยไม่มีความร่วมมือกับอาชีวะศึกษาระบบรางของจีน ซึ่งมี 4 วิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนระบบรางโดยตรง ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการร่วมพัฒนาการเรียนการสอนระบบรางที่ทำให้ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ รวมถึงจะมีความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาฯของจีนกับกระทรวงศึกษาธิการของไทย โดยในเรื่องระบบราง ซึ่งไทยอยากให้เราเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ระบบราง ในภูมิภาคอาเซียนเพราะตอนนี้ประเทศไทยมีการขยายในระดับเมือง และประเทศเพื่อนบ้าน ลาว พม่า ล้วนต้องการระบบราง จึงต้องดำเนินการเรื่องระบบรางอย่างเร่งด่วน โดยเราต้องการให้พัฒนาหลักสูตรดังกล่าวให้เสร็จทันเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561 เดือน พ.ค.นี้ให้ได้
“การเรียนการสอนระบบรางของไทย เราขาดแคลนคนอย่างมา ไม่ว่าจะเป็นช่างเทคนิค หรือวิศวกรระบบราง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการขอใช้หลักสูตร การจัดการเรียนการสอนที่มาตรฐานเดียวกับหลักสูตรของประเทศจีน โดยช่วงเริ่มต้นได้ขอให้ทางประเทศจีนส่งครูมาช่วยสอน เพราะเรายังขาดแคลนครูด้านนี้ รวมถึงขอเรื่องทุนการศึกษาจากจีน ซึ่งการเรียนการสอนจะเป็นรูปแบบทวิภาคี ในหลักสูตร ปวส. โดยจะเรียนที่ไทย 1 ปี และเรียนที่ประเทศจีน 1 ปี จบแล้วจะได้ปริญญา 2 ใบ ทั้งไทยและจีน รวมถึงขออุปกรณ์การสอน ซึ่งทางเอกอัครราชทูตจีนก็พร้อมลงทุนและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ” รมช.ศธ.กล่าว
ขณะที่นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สอศ.ได้ส่งครูไปเรียนที่ประเทศจีนคนละ 2 เดือน ก็สามารถมาสื่อสารเป็นล่าให้ได้ ดังนั้น สอศ.จะมีโครงการส่งครูไปเรียนภาษาจีนให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในวันนี้ทางเอกอัคราชทูตจีน ก็มีความชัดเจนในเรื่องความร่วมมือและการให้ความช่วยเหลือในหลายๆเรื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี