546.jpg
ผิดจริง!ไล่ออกจากราชการ ผอ.โรงเรียนดังถ่ายคลิปลูกเลี้ยงอาบน้ำ

ผิดจริง!ไล่ออกจากราชการ ผอ.โรงเรียนดังถ่ายคลิปลูกเลี้ยงอาบน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2561, 13.09 น.

8 มี.ค.61 จากกรณีข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ พาลูกสาววัย 19 ปี เข้าร้องทุกข์กับผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ว่าลูกสาวถูกอดีตสามีใหม่ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ใช้โทรศัพท์แอบถ่ายภาพและถ่ายคลิปขณะอาบน้ำ พร้อมกับลวนลามมานานหลายปี จึงได้เข้าร้องเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 หรือ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 และแจ้งความกับตำรวจสภ.กุฉินารายณ์ กระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 

จากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี กับพนักงานสอบสวน เบื้องต้นทางศึกษาธิการจังหวัดจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแร้งนายสมศักดิ์ ขันทวี ทันทีตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ส่วนจะมีความผิดวินัยร้ายแรง ผิดจรรยาบรรณ หรือจริยธรรมหรือไม่ จะต้องพิจารณาก่อน ทั้งนี้คณะกรรมการของศึกษาธิการจะดำเนินการสอบวินัย


ล่าสุดนายกิตติพศ พลพิลา ศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากทางศึกษาธิการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว โดยมีผลสรุปว่ามีความผิดตามที่มีผู้ร้องจริง ทางคณะกรรมการจึงมีมติให้ปลดผอ.โรงเรียนดังกล่าวออกจากราชการ และเสนอเรื่องเข้ามายังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพิจารณา และล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีมติปลดผอ.ออกจากราชการเช่นกัน จากนั้นจะทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ดำเนินการอย่าช้าภายในสัปดาห์นี้

นายกิตติพศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในการประชุม นายอรรถพล ตรึกตรอง ศึกษาธิการภาค 12 ซึ่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยในการประชุมมีวาระสำคัญในเรื่องการพิจารณา การกระทำผิดวินัยร้ายแรงของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศผู้เรียน และการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ซึ่งในที่ประชุมนายอรรถพล ตรึกตรอง ได้เสนอแนวทางการปฏิบัติการลงโทษทางวินัยกับข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกร้องเรียน และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบแล้วพบมีมูลความผิด และถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงใน 3 กรณี คือ1.กรณีล่วงละเมิดทางเพศผู้เรียน 2.ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และ 3.กรณีเสพหรือจำหน่ายยาเสพติด ให้ผู้มีอำนาจตามตรา 53 คือศึกษาธิการจังหวัด สั่งให้ออกราชการไว้ก่อนทุกราย เพื่อให้การเร่งรัดการดำเนินการทางวินัยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเป็นการป้องปรามการกระทำความผิดทางวินัยของราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่รายการศึกษาในจังหวัด โดยที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์มีมติเห็นชอบในข้อเสนอดังกล่าว และให้แจ้งไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 4 เขต ให้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ด้านข้าราชการครู กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องตนได้ออกปกป้องศักดิ์ศรีของลูกสาว กระทั่งผลสอบออกมาดังกล่าว ซึ่งตนและลูกสาวขอขอบคุณทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ศึกษาธิการจังหวัด และมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรีที่ให้ความเป็นธรรมกับลูกสาวในครั้งนี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top